[Review] Huawei Freebuds Studio หูฟังแบบ Headphone ตัดเสียงดี แบตฯอึด ลูกเล่นสมาร์ท

[Review] Huawei Freebuds Studio หูฟังแบบ Headphone ตัดเสียงดี แบตฯอึด ลูกเล่นสมาร์ท

กลับมาพบกับรีวิวจากทีม Sanook Hitech กันอีกครั้ง สำหรับครั้งนี้ทีมจะพามาพบกับ Gadget สุดพรีเมี่ยมที่หลายคนก็ต้องบอกว่า ว้าว กับหูฟังจากทาง Huawei ในรุ่น EarBuds Studio ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ Huawei ทำในรูปแบบของหูฟังแบบ Headphone แต่มันไม่ได้ธรรมดา ที่ตรงไหนบ้างและราคาเปิดตัวที่เท่าไหร่ มารับชมกันเลยครับ

แกะกล่องของ Huawei FreeBuds Studio

สำหรับอุปกรณ์ภายในของ Huawei FreeBuds Studio จะมีอุปกรณ์มาให้ดังนี้

batch_20201019_155402
batch_20201019_155448
batch_20201019_155636
batch_20201019_155800

  • กระเป๋าใส่หูฟัง ภายในก็จะมีอุปกรณ์ได้แก่
    • หูฟัง Huawei FreeBuds Studio
    • สาย USB-C สำหรับชาร์จไฟ
    • ซองกันความชื้น
  • คู่มือ / ใบรับประกัน

รูปลักษณ์ดีไซน์ของ Huawei FreeBuds Studio

เริ่มต้นกับด้านหน้าที่ดูแล้วนึกถึงหูฟังที่มีราคาแพงในรูปแบบลักษณ์เดียวกัน ที่โดดเด่นและเด่นคือที่หูทั้ง 2 ฝั่งมีโลโก้ HUAWEI ที่ไม่มีขนาดใหญ่เกินไปพร้อมกับก้านที่สวยงามมากที่สำคัญยังลงตัวเมื่อขยับขึ้นและลงไม่ได้เปลี่ยนดีไซน์มากนัก และส่วนล่างโลโก้ Huawei จะมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา เพราะหันมาทางหู

batch_20201019_155921

มาดูหูฟังฝั่งซ้ายกันก่อนจะมีปุ่มเปิด / ปิด ระบบ Active Noise Canceling หรือ ANC และมีไมโครโฟนสำหรับรับเสียงรบกวน ทั้งบนและล่าง อีก 2 ตัว

batch_20201019_155934

ฝั่งขวานอกจากไมโครโฟนเพื่อรับเสียงรบกวนที่หันด้านตรงข้ามกับหูเพื่อลดการเกิดเสียงรบกวน ยังมีปุ่มสำหรับ Pairing หากกดค้างจะเป็นการการเปิดเชื่อมต่อ Bluetooth ทั้งนี้หูฟังจะต้องเปิดก่อน โดยต้องกดปุ่มด้านล่างของ Bluetooth ข้างไว้ และตรงกลางระหว่างปุ่มจะมีไฟบอกสถานะ 4 สีได้แก่

  • ขาวกระพริบ จะเป็นการ Pairing Mode
  • เขียว เท่ากับไฟมากกว่า 80%
  • เหลือง ไฟจะเหลือประมาณ 30 – 50%
  • แดง ไฟเหลือน้อยควรชาร์จไฟ

และยังมีช่องเสียบ USB-C สำหรับชาร์จไฟมาด้วย แต่หูฟังรุ่นนี้ไม่มีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรมาให้ท่ากับต้องการให้ใช้ แบบไร้สายเท่านั้น

batch_20201019_155947

ด้านในเรื่องขนาดของ Driver เดี๋ยวของไปดูตอนเรื่องของการทดลองฟังดีกว่า แต่ผมจะมาบอกเรื่องของรายละเอียดที่ใส่ใจตั้งแต่ การบอกข้างว่าซ้ายหรือขวา และมีนวมนุ่มมาก

batch_20201019_160002

ก้านด้านบนจะเป็นหนังด้านในนุ่มไม่กดหัวมาก ใส่แล้วสบายมากเมื่อฟังเพลงนานๆ และด้านบนจะเป็นหนังเทียม เพื่อความหรูหราและแข็งแรงทนทาน

batch_20201019_160152

ภาพรวมการออกแบบ / เมื่อลองสวมใส่

เรียกว่าทำได้ดีเลยครับ เพราะให้ความหรูหราโดยเฉพาะสีทองที่เห็น มีความโดดเด่นอย่างมากเลย เพราะรายละเอียดถือว่าดี แต่ว่าถ้าหูฟังแบตฯ หมดมา ก็จะไม่สามารถฟังด้วยสายได้ แต่ผมว่า ไม่จำเป็น เพราะอะไรต้องรอดูต่อไปครับ และถ้าใครบอกว่า สีทองแบบนี้หรูไป กลัวทำเปื้อนง่าย ผมก็มีอีกสีแนะนำคือ สีดำครับ ก็ดูหรูหราไม่แพ้กัน

เมื่อลองสวมใส่พบว่าไม่ได้หนักเกินไป และอยู่กับหูเรา ใครที่หวังหูฟังตัวนี้ใช้เดินทางไกลบนเครื่องบิน หรือ รถบัส หวังได้เลยครับ

ลองเชื่อมต่อ และ ลองฟัง Huawei FreeBuds Studio

ก่อนอื่น เรามารู้เรื่องการเชื่อมต่อจะต้องทำตามขั้นตอนดังนี้

  • เปิดหูฟังก่อน สำหรับครั้งแรกหูฟังจะพร้อมเชื่อมต่อ ภายในจะบอกว่า Pairing
  • เข้าไปที่ Setting ของมือถือ หรือ คอมพิวเตอร์
  • จากนั้นเลือกเป็น Discover Mode เพื่อเชื่อมให้เจอ บางมือถือบางเครื่องใช้ Pairing
  • หากเจอเรียบร้อย หูฟังจะบอกว่า Connected เมื่อเปิดครั้งต่อไป ก็จะบอกแบบเดียวกัน
  • กรณีที่ต้องการ Pairing พร้อมกัน 2 อุปกรณ์ให้กด Pairing ที่ปุ่มรูป Bluetooth ที่หูฟัง แล้วทำตามขั้นตอนเดียวกันการเชื่อมต่อครั้งแรก แต่อุปกรณ์แรกจะหลุด เพื่อต่อเชื่อมกับอุปกรณ์ที่ 2 เมื่อต่อได้แล้ว จะต่ออุปกรณ์ตัวแรกอัตโนมัติ

screenshot_20201024_214421_co

แต่กรณีของมือถือ Huawei จะแตกต่างกันเล็กน้อย นั่นคือจะขึ้นรูปของหูฟังทันที ให้คุณกด Connect ได้ทันที แต่ถ้าเราถอดหูฟังออกไม่ว่าเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ของ Huawei หรือไม่ หูฟังจะหยุดเล่นเพลงทันที และหากถอดนานก็จะ Disconnect เองเพื่อประหยัดพลังงาน โดยฟีเจอร์ที่ว่านั้นคือ Smart Wear Detection จะเปิดเป็นค่ามาตรฐาน หากอยากปิดให้โหลดโปรแกรม Huawei AI Life ทั้ง iOS, Android รวมถึง Huawei App Gallery

batch_20201019_174821

หลังจากต่อเสร็จแล้ว เรามาดูเรื่องของคุณภาพลำโพงกันดีกว่า Huawei FreeBuds Studio จัด Driver ขนาดใหญ่มาถึง 2 ตัวข้างละ 40 มม. แบบไดอะแฟรมโพลีเมอร์ 4 ชั้น ให้ช่วงตอบสนองความถี่กว้าง 4Hz-48kHz (4 – 48,000 เฮิร์ตซ์) โดยลำโพงที่มีความถี่กว้างขนาดนี้ และมาพร้อมกับชิปเสียงที่แปลงเสียงคมชัดทำให้เนื้อเสียงที่ออกมานั้นถือว่าทำได้เต็มที่ไม่ว่าจะเป็นเสียงเครื่องดนตรีหรือเสียงร้อง

ทั้งนี้ทีม Sanook Hitech ได้ทดลองฟังทั้ง Steaming ในหลายๆ Apps แต่ทั้งหมดเรื่องคุณภาพเสียงสูงสุด และ File ที่เป็นแบบ Lossless ผ่านเครื่องเล่นเพลงที่มีกำลังขับสูงก็พบว่า คุณภาพเสียงจัดว่าดีตามสไตล์ เสียงจะออกผู้ดีมากหน่อย เบสกำลังเหมาะและมาครบทุกย่านเลยครับ

batch_20201019_160152

นอกจากเรื่องของคุณภาพลำโพงแล้วการเชื่อมต่อของหูฟังรุ่นนี้ยังมีเสาอากาศแบบ Dual Antennas เพื่อความเสถียรในการเชื่อมต่อ Bluetooth เข้ากับอุปกรณ์เช่นเดียวกัน รองรับเทคโนโลยี Bluetooth 5.0 อีกด้วย แถมยังมีการทำงานที่ลงตัวต่อการเชื่อมต่ออุปกรณ์ทั้ง 2 ได้ลงตัว แต่การควบคุมจะต้องเป็นคนทำ ถ้าเป็นระหว่างมือถือกับ Notebook / Tablet ทำได้ดี แต่การสลับกับเครื่องเล่นเพลง จะทำให้มือถือเป็นพร้อมโทรออก และรับสาย และเครื่องเล่นเพลงพร้อมฟังเพลงแทนเป็นต้น

ในเรื่องการตัดเสียงรบกวนนั้นมีโหมดที่พร้อมทำงานในแบบที่ครบเครื่อง กรณีนี้จะคล้ายกับ Huawei FreeBuds Pro ที่กำลังจะรีวิวในอนาคต โดยปรับรูปแบบได้ทั้งหมด 3 แบบ

st1

  • ปิดไปเลย เสียงจะเงียบ
  • โหมด Noise Canceling อาจจะมีการรบกวนนิดหน่อย
  • Awareness หรือ โหมดเปิดการรับรู้ จะให้เสียงเข้ามาแต่ถ้าเปิดเพลงดังก็จะไม่ได้ต่างอะไรกับเปิด Noise Canceling

และยังมีการปรับรูปแบบได้อีก 4 รูปแบบสำหรับ Noise Control ดังนี้

  • Dynamic ระบบจัดการเสียงตามสถานการณ์ที่เหมาะสมเองโดยอัตโนมัติ
  • Cozy ถ้าสถานที่มีเสียงรบกวนน้อยเสียงจะปรับเสียงเสียงรบกวนกำลังงาม เหมาะกับที่บ้านคุณ หรือ ห้องสมุด
  • General หากมีเสียงรบกวนกำลังดี จะให้ไมโครโฟนเสียงรบกวนได้ดีขึ้น จะเหมาะกับสถานที่เช่นร้านกาแฟเป็นต้น
  • Ultra หากสถานที่มีเสียงรบกวนที่เข้มข้นไมโครโฟนพยายามจัดเสียงเสียงรบกวนออกให้ได้มากที่สุด เช่นการเดินทางในรถไฟฟ้า หรือ เครื่องบิน

น่าเสียดายที่หูฟังตัวนี้ยังไม่มีการปรับเรื่องของความดันอากาศมาให้เท่านั้นเอง และยังดีที่ให้ระบบ Noise Pollution ทำให้เสียงที่มีการพูดคุยแบบเล็กน้อย ที่น่ารำคาญ จะหายไปทันที

batch_20201019_155934
batch_20201019_155947

ส่วนเรื่องการใช้สนทนาคุยสาย อย่างที่ทราบครับว่ามันมีไมโครโฟน 6 ตัวทำงานแบบมีความต่อเนื่อง หรือ Beam Forming แบ่งออกเป็น 4 ตัวรู้เสียงรอบทิศเพื่อลดเสียงให้เหลือน้อยที่สุด อีก 2 ตัวไว้รับเสียงพูดของผู้ใช้ ทำให้เสียงที่พูดออกมาคมชัด แต่ว่า สิ่งที่ได้ทดลองออกมานั้น พบว่า เสียงผู้ใช้จะต้องพูดดังขึ้นเล็กน้อยเมื่ออยู่ในสถานที่ที่มีเสียงดัง เพราะเสียงของเราจะเบา เกินไป แต่เราก็ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ปลายสายว่าใช้อะไร

ในส่วนนี้ถ้าออกแบบให้ไมโครโฟนอยู่ใกล้กับปากหรือขากรรไกรมากกว่านี้จะช่วยให้เสียงพูดคุยคมชัดมากกว่านี้

การแตะสัมผัสเพื่อสั่งงาน

อุปกรณ์ของ Huawei ต้องมาไม่ธรรมอยู่แล้วครับ เพราะสามารถแตะสั่งงานได้แต่ว่าแตะได้ที่ฝั่งขวาเท่านั้น มีคำสั่งดังนี้

  • แตะ 2 ครั้ง (Double Tap) จะเป็นการรับสาย - วางสาย / เล่นเพลง และหยุดเพลง
  • แตะค้างไว้ (Touch and Hold) กรณีมีเสียงเรียกเข้า จะเป็นการตัดสาย ถ้าไม่มีจะเลือกได้ว่า เลือกว่าเปิด Voice Assistant หรือเลือกเพลงที่ชอบ เฉพาะ Apps Huawei Music
  • เลื่อนขึ้น / ลง เป็นการเพิ่มลดระดับเสียง
  • เลื่อนซ้าย หรือขวา เปลี่ยน Track เพลงไปที่เพลงถัดไปหรือ ย้อนกลับ
  • นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าปุ่ม ANC Button

st2

ทั้งหมดสามารถดูใน Application Huawei AI Life เพื่อตั้งค่าได้

นอกจากนี้ภายใน Application Huawei AI Life จะมีคู่มือให้เราดูในเรื่องของการใช้งานของเรา บอกสถานะแบตเตอรี่ได้ แต่ความจริงถ้าเป็นอุปกรณ์ อื่นๆ ก็สามารถรายงานสถานะแบตเตอรี่ได้ และรวมถึงแสดงถึงเรื่องของ Firmware ตัวใหม่ๆ ที่จะออกมาในอนาคต เช่นเดียวกัน

st3

แบตเตอรี่ / ระบบการชาร์จไฟ

batch_20201019_155947

Huawei FreeBuds Studio ตัวใหญ่แบบนี้แบตเตอรี่ต้องใหญ่ด้วยกับ สามารถฟังเพลงได้นานสุดที่ 20 ชั่วโมง กรณีที่ปิด ANC และ 15 ชั่วโมง เมื่อเปิด ANC แม้ไม่ได้นานสุดๆ เหมือนกับค่ายที่หนึ่ง แต่ก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว

ส่วนระบบชาร์จไฟก็มีชาร์จด่วน แค่ทิ้งไว้แค่ 10 นาที สามารถใช้งานต่อเนื่อง 5 ชั่วโมง โดยไม่ต้องใช้ชาร์จกำลังสูงของ Huawei เลยครับ เพราะ USB-C ที่มีก็สามารถชาร์จไฟได้เร็วอยู่

สรุปหลังจากทีม Sanook Hitech ได้ทดลองใช้งานหูฟัง Huawei FreeBuds Studio มาสักพักหนึ่ง

stu_sa

เป็นอีก Gadget ออกแบบเพื่อใช้งานได้มากกว่ามือถือ Huawei เพราะหูฟังรุ่นนี้ตอบโจทย์คนที่ต้องการหูฟังในแบบ เน้นการฟังเพลง และต้องการระบบ ANC ในตัวแถมมีฟีเจอร์ปรับได้แบบล้ำๆ และสามารถต่อได้พร้อมกัน 2 อุปกรณ์พร้อมกัน และดีไซน์หรูหรามากพอสมควร

batch_20201019_174826

แต่อาจจะมีข้อจำกัดในเรื่องของการที่ไม่มีฟีเจอร์เกี่ยวกับเรื่องของการเสียบช่องเสียบหูฟัง แบตเตอรี่แม้ไม่ได้ยาวแบบฟังได้ แต่ก็อย่างน้อยให้คุณไปจุด A ไป B ได้แบบไม่ต้องชาร์จระหว่างทางได้ครับ

ทั้งนี้ราคาของหูฟังรุ่นนี้อยู่ที่ 9,990 บาท พร้อมกับของแถมที่เปิดจองตอนแรกนี้คือ ลำโพง Huawei Mini Speaker มูลค่า 1,990 บาท  หากใครสนใจก็สามารถซื้อได้ที่ ตัวแทน Huawei ได้ทั่วประเทศ ใครบอกว่ามันใหญ่ไปนั้น ขอแนะนำว่า รอดูรีวิวอีกตัวหนึ่งนั่นคือ Huawei FreeBuds Pro เร็วๆ นี้ครับ

จุดเด่น

  • ออกแบบสวยและน้ำหนักเบา
  • สวมใส่แล้วนุ่มนวลมาก
  • สีสันมีให้เลือกทั้งดำและเบส ออกทอง
  • Application AI Life ตั้งค่าได้ครบเครื่อง
  • ระบบ ANC ฉลาดและปรับได้เยอะ
  • คุณภาพเสียงจัดว่าเยี่ยมเพราะ Driver ค่อนข้างใหญ่

ข้อสังเกต

  • ไม่มี Option ช่องเสียบหูฟังมาให้อีกแล้ว
  • แบตเตอรี่อยู่ได้ไม่ยาวนานเท่ากับหูฟังในรูปแบบเดียวกัน
  • ไมโครโฟนเมื่อใช้สนทนาจริงค่อนข้างห่างไปหน่อย ทำให้เสียงพูดเบา