[Review] Redmi 9 มือถือที่เรียกได้ว่าสเปกสุดคุ้ม พร้อมกับราคาเครื่องเพียง 3,899 บาท 

[Review] Redmi 9 มือถือที่เรียกได้ว่าสเปกสุดคุ้ม พร้อมกับราคาเครื่องเพียง 3,899 บาท 

กลับมาพบกับรีวิว มือถือ และ Gadget จากทีม Sanook Hitech อีกครั้ง สำหรับในรอบนี้ใครชอบมือถือในกลุ่มเริ่มต้นถึงกลุ่มกลางหรือ Entry to Mid กับ Redmi 9 ที่พัฒนาต่อจากรุ่นเดิม จะเป็นอย่างไร มาดูกันดีกว่า 

แกะกล่อง Redmi 9 

sa_re9024

  • ตัวเครื่อง Redmi 9 
  • เคสใส 
  • คู่มือการใช้งาน 
  • ที่ชาร์จไฟ 
  • สายชาร์จและเชื่อมต่อข้อมูลแบบ USB-C 
  • เข็มจิ้มถาดใส่ซิมการ์ด 

รูปลักษณ์ดีไซน์ของ Redmi 9 

เริ่มต้นของดีไซน์ของ Redmi 9 จะมาพร้อมกับหน้าจอข้างหน้ามีขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด Full HD ยังไม่ได้หน้าจอแบบ Punch Display เหมือนกับรุ่นก่อน Redmi Note 9 ที่ผ่านมา แต่ก็ยังให้รายละเอียดที่คมชัดอยู่ 

sa_re9007

ส่วนบนของตัวเครื่องมีลำโพงสำหรับฟังเสียงสนทนา, พร้อมกับกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และมีเซนเซอร์พร้อมกับจุดแจ้งเตือนต่างๆ ครบถ้วน 

sa_re9009

ส่วนล่างจะเป็นปุ่มควบคุมตัวเครื่องทั้ง Back, Home หากกดค้างจะสามารถเข้า Google Assistant และ Recent ที่อยู่ขวาสุดและสามารถกดเพื่อแบ่งเป็น 2 หน้าจอได้เช่นเดียวกัน 

sa_re9008

รอบตัวเครื่องใช้วัสดุพลาสติกขึ้นรูปที่สวยงามไม่เบา มาพร้อมกับฝั่งซ้ายจะเป็นถาดใส่ซิมการ์ดแบบ 2 ช่องและใส่ Micro SD ได้ 

sa_re9012

sa_re9022

ส่วนฝั่งขวาจะมีปุ่มสำหรับเปิด / ปิด ตัวเครื่อง พร้อมกับปุ่มปรับระดับเสียงเช่นเดียวกัน โดยคุณ กด Capture หน้าจอได้ผ่านปุ่ม เปิด / ปิดเครื่อง และปุ่มลดเสียงได้ 

sa_re9025

ส่วนบนมีไมโครโฟน และ อินฟราเรด ไว้สั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าได้ 

sa_re9010

ส่วนล่างมีช่องเสียบหูฟัง พร้อมกับ ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนได้ระดับหนึ่ง พร้อมกับช่องเสียบ USB-C ไว้เชื่อมต่อทั้งคอมพิวเตอร์และ ที่ชาร์จไฟ สุดท้ายลำโพงตัวเครื่องที่อยู่มุมซ้ายมือ 

sa_re9011

พลิกมาด้านหลัง จะออกแบบไม่ได้เงาเหมือนกับมือถือรุ่นอื่น แต่ข้อดีคือ ทนการเป็นรอยได้สูง มาพร้อมกับกล้องทั้งหมด 4 ตัวและมีการทำลูกเล่นด้วยการปาดเว้าให้ดูดีขึ้น และเล่นสีสักหน่อย ทำให้เครื่องมีอะไรมากขึ้น และมีระบบสแกนลายนิ้วมือใต้กล้องมาให้พร้อมกับโลโก้ Redmi อยู่ด้านล่าง 

sa_g100_b002

ภาพรวมการออกแบบ / น้ำหนัก / สีสันของเครื่อง 

sa_re9015

ในเรื่องของภาพรวมการออกแบบถือว่ายังรับได้ในหลายจุดทั้งการไม่ใช้ด้านหลังเงาแต่ออกแบบให้เป็นผิวสัมผัสที่ไม่เป็นรอยนิ้วมือได้ง่าย นอกจากนี้ยังรองรับระบบสแกนลายนิ้วมือที่มีขนาดกำลังดีและไม่ทำให้เครื่องดูเป็นมือถือราคาถูกจนเกินไป น้ำหนักกำลังดีไม่ได้มาเกินไปนักที่จะถือ 

อย่างไรก็ตาม สำหรับในประเทศไทย Redmi 9 นั้นก็มีให้เลือกทั้งหมด 3 สีครบทั้ง Carbon Grey, Ocean Green, Sunset Purple 

เปิดเครื่องลองฟีเจอร์และประสิทธิภาพของ Redmi 9 

สเปกของ Redmi 9 

  • ขนาด: 163.3 x 77 x 9.1 มิลลิเมตร      
  • หนัก: 198 กรัม      
  • หน้าจอแสดงผล : LCD Display ความละเอียด FHD+ 19:9 (2340x1080พิกเซล) ขนาดประมาณ 6.53 นิ้ว       
  • ชิปเซ็ต : MediaTek Helio G80 | GPU Mali G52     
  • RAM : 3 - 4 GB         
  • ROM : 32 - 64 GB         
  • ความจำเสริม : Micro SD  
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 10 ครอบบน MIUI 11 
  • WiFi 802.11 B/G/N (Single Band)      
  • Bluetooth 5.0        
  • เครือข่ายมือถือ : 2G/3G/4G      
  • กล้องหลัง 4 ตัว:          
    ตัวแรกเป็นของ ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล F1.8        
    ตัวที่สองเป็นเลนส์ Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล,       
    ตัวที่สามเป็นเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล 
    ตัวที่สี่เป็นเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล 
  • กล้องหน้าเซลฟี่ :  ความละเอียด: 8 ล้านพิกเซล      
  • รองรับ: สแกนใบหน้าแบบ 2D        
  • รองรับ: สแกนนิ้วที่ด้านหลังเครื่อง     
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM + Micro SD     
  • ช่องเสียบ : หูฟัง 3.5 mm. และ USB-C   
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 5020 mAh  สามารถจ่ายไฟออกได้ รองรับที่ชาร์จกำลัง 18W  
  • สี : Carbon Gray, Sunset Purple, Ocean Green 

ทดลองประสิทธิภาพ / การทดลองเล่นเกม 

screenshot_2020-07-18-10-33-4

การทดสอบประสิทธิภาพ AnTuTu = 199121 คะแนน 

screenshot_2020-07-18-11-24-2

การทดสอบประสิทธิภาพด้วย Geekbench 5 = 363 คะแนน (Single Core) | 1299 คะแนน  (Multi Core) 

sa_re9023

เมื่อทดสอบเล่นเกมด้วย Asphalt 9 Legion โดยเป็นเกมที่ใช้กราฟิกสูงเหมือนกัน ผลที่ได้คือ ภาพถือว่าพอไปได้ แต่อาจจะกระตุกสักหน่อยเนื่องจากกราฟิกของเครื่องถือว่าเยอะเหมือนกัน ดังนั้น ถ้าใครอยากได้มาเล่นเกม ลองปิดโปรแกรมทั้งหมด ก่อนเล่นก็น่าจะช่วยได้ 

การเชื่อมต่อไร้สาย / ทดลองระบบนำทาง 

sa_re9021

สำหรับการเชื่อมต่อรองรับ WiFi 802.11 N, Bluetooth 5.0 ถือว่าทันสมัย และรองรับ 4G LTE ทั้ง 2 SIM และมาพร้อมกับการเชื่อมต่อ GPS, A-GPS ถือว่าแม่นยำเหมือนกันครับ 

การแสดงผลหน้าจอ / ระบบเสียงของเครื่อง 

การแสดงผลหน้าจอความละเอียด 6.53 นิ้ว ความละเอียด 2340x1080 พิกเซล ที่ให้การแสดงผลที่ดีไม่น้อยเกินหน้าเกิดตามือถือรุ่นใหม่ 

sa_re9011

ระบบเสียงมาพร้อมกับลำโพง 1 ตัวเท่านั้นและมีช่องเสียบหูฟังพร้อมกับสามารถฟัง FM Radio หรือ วิทยุทั่วไปได้เช่นเดียวกัน 

ฟีเจอร์ของ Redmi 9 เป็นอย่างไร

 

ระบบปฏิบัติการของ Redmi Note 9 ยังเลือกใช้ Android 10 มาพร้อมกับ MIUI 11 รุ่นใหม่ที่มีจุดเด่นคือการตกแต่งเรียบง่ายและมี Theme ที่มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น และระบบต่างๆ ทำงานรวดเร็วและยังรองรับฟีเจอร์ต่างๆ ในอนาคตได้ แถมอัปเดตไป MIUI 12 รุ่นใหม่ได้ด้วย  

red_9_tools

ฟีเจอร์หลักๆ  ยังคงมีเครื่องมือให้ครบตามแบบของ MIUI ประกอบไปด้วย เครื่องคิดเลข, เครื่องอัดเสียง, เข็มทิศ, ระบบดูแลรักษาเครื่อง และอื่นๆ รวมไปถึง Mi Remote ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบใช้มือถือคุมอุปกรณ์ไร้สายได้ และยังมีฟีเจอร์ Dual Apps, การดูแลรักษาสุขภาพของเครื่อง เหมือนเคย   

 

ส่วนระบบความปลอดภัยจะมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือด้านหลัง และ มีระบบสแกนใบหน้าของเครื่อง 

 

เปิดกล้องลองถ่ายภาพด้วย Redmi 9 

sa_re9004

สำหรับกล้องของ Redmi 9 จะประกอบไปด้วยกล้องหลังทั้งหมด 4 ตัวได้แก่ 

  • กล้องตัวแรกเป็นของ ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล F1.8        
  • กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล,       
  • กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล 
  • กล้องตัวที่สี่เป็นเลนส์ Depth ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล 
  • กล้องหน้าเซลฟี่ :  ความละเอียด: 8 ล้านพิกเซล      
  • พร้อมกับ LED Flash และระบบ Auto Focus 

ฟีเจอร์ของกล้องใน Redmi 9 

red_9_cam

การออกแบบเมนูยังคงเน้นการใช้งานที่ง่ายในแบบฉบับของ XIAOMI โหมดเกี่ยวกับภาพอยู่ทางขวา และ โหมดวิดีโออยู่ทางซ้ายรองรับฟีเจอร์การถ่ายภาพและวิดีโอได้หลากหลายรวมถึง Pro Mode และมี AI Scene ปรับสีและแสงตามสิ่งแวดล้อมที่เจอ และมีโหมด Macro ให้กดเข้าใกล้ได้ง่ายๆ   

ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Redmi 9 

 sa_re9_c001Ultra Wide

ระยะ 1X

sa_re9_c003ระยะ 2X

sa_re9_c004ระยะ 10X

sa_re9_c005

ภาพแสงปกติ / กลางวัน ให้โทนสีออกมาคมชัดอยู่ และยังสามารถถ่ายได้แบบ Digital Zoom ไกลถึง 10 เท่า 

 sa_re9_c008
sa_re9_c009
sa_re9_c010

ภาพแสงน้อย / กลางคืน ยังคงติด Noise เล็กน้อยในบางจังหวะ และต้องใช้มือนิ่งๆ ถึงจะเก็บได้ดี 

 sa_re9_c006
sa_re9_c012
sa_re9_c014

นอกจากนี้ Redmi 9 ยังมาพร้อมกับ AI Scene เรียนรู้เรื่องการถ่ายภาพได้หลายแบบและยังรองรับฟีเจอร์ต่างๆ มากมายไม่ว่าจะเป็น การถ่ายอาหาร, บุคคล, Macro เป็นต้น 

การถ่ายวิดีโอของ Redmi 9  


สำหรับการถ่ายวิดีโอรุ่นนี้รองรับการถ่ายทั้ง Slowmotion, Timelapse, รวมถึงวิดีโอสวยๆ ผ่าน กล้องหลัง โดยรองรับความละเอียดสูงสุด Full HD 

ลองกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ใน Redmi เป็นอย่างไร 

sa_re9_cb001

กล้องหน้าของ Redmi 9 แม้ว่าจะมีความละเอียดแค่ 8 ล้านพิกเซลเท่านั้น แต่เมื่อเปรียบเทียบกับกล้องในระดับเดียวกันถือว่าสู้ได้ แต่ว่าระบบการปรับ Beauty จะเลือกเป็น Level เท่านั้น 

แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จไฟ 

re9_batt

สำหรับแบตเตอรี่ของเครื่องมี 5020 mAh เท่านั้น เมื่อเทียบกับขนาดตัวเครื่องถือว่าสมดุลพอดี แต่เมื่อทดสอบใช้งานจริงก็สามารถอยู่ได้ข้ามวันสบายๆ แต่จากโปรแกรม PCMark จะอยู่ได้ 14:52 ชั่วโมง ถือว่านานอยู่ 

แม้ว่าแบตเตอรี่จะให้ขนาดใหญ่ เพียงแต่ว่า กำลังชาร์จไฟของเครื่องมีกำลัง 10w เท่านั้น ทำให้เมื่อต้องชาร์จไฟหากมีแบตเตอรี่เหลือน้อย จะทำให้ไม่สามารถจ่ายไฟได้เร็วเท่าไหร่ ถือว่าเป็นจุดด้อยอีกเรื่องของมือถือรุ่นนี้ วิธีแก้ไม่ยาก หาซื้อที่ชาร์จที่ไม่ใช่ตัวติดกล่อง ที่รองรับกำลัง 18W ก็ช่วยได้นะครับ 

สรุปหลังจากทีม Sanook Hitech ทดลองใช้งาน Redmi 9 สักระยะเวลาหนึ่ง 

sa_re9005

ถือว่าเหนือในหลายจุดและยังได้สเปกใกล้กับรุ่นพี่อย่าง Redmi Note 9 ในบางมุมทำให้เป็นอีกรุ่นที่น่าสนใจไม่เบาเลยสำหรับ Redmi 9 มือถือระดับเริ่มต้นที่ตอบโจทย์การใช้งานได้เป็นอย่างไร อาจจะมีจุดด้อยเรื่องของกราฟิกบ้างนิดหน่อย แต่ยังคงเป็นจุดที่รับได้เมื่อคุณได้เห็นราคาของมัน 

เพราะราคาของ Redmi 9 เริ่มต้นที่ 3,899 บาท สำหรับรุ่น RAM 3GB / ROM 32GB วางจำหน่ายทางออนไลน์ และ 4,599 บาท กับรุ่น RAM 4GB / ROM 64GB ถือว่าไม่แพงครับ 

sa_re9014

ถ้าคุณกำลังมองหามือระดับไม่เกิน 5,000 บาท แต่ได้ฟีเจอร์ที่เยอะมากมายขนาดนี้ รุ่นนี้ตอบโจทย์มากและทำได้ดี แต่ถ้าถูกกว่านั้น Redmi ก็มีทางเลือกเลือกกับตระกูลนี้อีก 2 รุ่นนั่นคือ Redmi 9A และ Redmi 9C อีกด้วยครับ 

จุดเด่น 

  • การออกแบบตัวเครื่องที่เรียกได้ว่าสวยเกินราคา 
  • หน้าจอได้ความละเอียดสูง 
  • มีระบบความปลอดภัยครบ 
  • ได้ระบบปฏิบัติการใหม่ 
  • ได้ Port Charge กำลัง USB-C 
  • มี Port ครบทุกอย่าง 
  • ราคาของเครื่องถือว่าถูกและคุ้มค่า 

ข้อสังเกต 

  • ไม่รองรับระบบชาร์จไฟเร็ว 
  • สเปก GPU อาจจะมีปัญหาเรื่องของกราฟิก