รวมมือถือ 5G ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2020 ที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย วันนี้ 

รวมมือถือ 5G ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2020 ที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย วันนี้ 
S! Hitech (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

 ถึงแม้ว่าเทคโนโลยี 5G จะเพิ่งกำลังเริ่มในเมืองไทย อาจจะยังไม่มีการเปิด Package อย่างเป็นทางการ แต่ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2020 เริ่มมีมือถือให้เลือกซื้อแล้ว เช่นเดียวกัน สำหรับรอบนี้ก็มาดูกันว่าจะมีรุ่นไหนที่น่าซื้อและต้องรองรับเทคโนโลยี 5G 

Huawei Nova 7 SE 

เริ่มต้นกับมือถือรุ่น 5G สเปกคุ้มค่าที่สุดและมีราคาถูกที่สุดในประเทศไทย คาดว่าจะถูกที่สุดไปได้อีกนานเลยครับ เพราะมีค่าตัว 11,990 บาท ตัวเครื่องมีจุดเด่นทั้งเรื่องของกล้องคมชัด พร้อมกับกล้องหน้าที่ถ่ายได้ความละเอียดสูงถึง 64 ล้านพิกเซล และมีเลนส์มุมกว้างด้วย กับระบบปฏิบัติการ Android 10 และยังคงได้ EMUI 10.1 เช่นเดียวกัน ราคานี้ถือว่าถูกและคุ้มค่า เหลือแต่แค่จะรับได้ไหมถ้าไม่มี Google Mobile Service แต่ Huawei ก็กำลังจะมี Apps ครบแล้วใน Huawei AppGallery ถือว่าหมดห่วงเลยครับ 

สเปกของ Huawei Nova 7 SE 

  • หน้าจอ LTPS LCD ความละเอียด 1080x2400 พิกเซล ขนาด 6.4 นิ้ว ค่า Refresh Rate ระดับ 60Hz          
  • ขนาดตัวเครื่อง:  162.3 x 75 x 8.6 มม.          
  • น้ำหนัก:  189 กรัม          
  • ชิปเซ็ตประมวลผล:  Kirin 820 5G| Mali-G57   
  • หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 8GB        
  • หน่วยความจำภายในความจุ:  128 - 256GB        
  • หน่วยความจำภายนอก Nano Memory       
  • การเชื่อมต่อ: 5G/ 4G LTE, WiFi 802.11 AC, Bluetooth 5.1, GPS, A-GPS    
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล     
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น        
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F1.8     
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล       
  • เลนส์ Depth Sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล    
  • เลนส์ Macro Lens ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล    
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ -     
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือด้านข้าง    
  • แบตเตอรี่ความจุ: 4000mAh          
  • รองรับ Fast Charge 40W  + Reverse 5W   
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10 ไม่มี Google Mobile Service       
  • ราคาในประเทศไทย : 11,990 บาท   
  • สี:  Crush Green / Space Sliver 

POCO F2 Pro  (RAM 8GB / ROM 256GB) 20,990 บาท

xiaomi-poco-f2-pro-1

มามือถือ 5G ถูกเป็นอันดับ 2 ดีกว่ากับ POCO F2 Pro มาทีหลังแต่ปังเพราะหน้าได้จอ 6.6 นิ้วกับความละเอียดหน้าจอระดับ FHD+ พร้อมกับขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 865 ตัวแรง และมีให้เลือกทั้งรุ่น RAM 6GB / ROM 128GB  กับราคา 17,990 บาทและ RAM 8GB / ROM 256GB ราคา 20,990 บาท ถือว่าไม่แพงมากครับ แต่ว่าตอนนี้ยังรองรับ 5G เฉพาะ Truemove H หากจะใช้ได้ทั้งหมดต้องรอ 700 MHz ครับ 

สเปกของ POCO F2 Pro 

  • ขนาด: 163.3 x 75.4 x 8.9 มิลลิเมตร      
  • หนัก: 219 กรัม      
  • หน้าจอแสดงผล : ขนาดประมาณ 6.67 นิ้ว เป็นแบบ Super AMOLED ความละเอียด 2400x1080 พิกเซล      
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 865 + GPU: Adreno 650  
  • RAM : 6 - 8 GB     
  • ROM : 128 – 256 GB      
  • ความจำเสริม : ไม่สามารถเพิ่มได้     
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11  (อัปเกรดไป MIUI 12 ได้)   
  • WiFi 802.11 AX (WiFi 6)     
  • Bluetooth 5.1  
  • การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ : 2G/3G/4G LTE-A  / 5G รองรับที่ 700 MHz  
  • กล้องหลัง 4 ตัว:     
    กล้องตัวแรก มุมมองกว้าง ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, F/1.9(OIS)      
    กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล,F/2.4      
    กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Depth Sensor ขนาด 2 ล้านพิกเซล   
    กล้องตัวที่สี่เป็นเลนส์ Telephoto / Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า และเข้าใกล้ 4 เซนติเมตร  
       
  • กล้องหน้าเซลฟี่ : ความละเอียดกล้องหลัก 20 ล้านพิกเซล      
  • รองรับ: ระบบสแกนใบหน้า 2 มิติ     
  • รองรับ: สแกนนิ้วบนหน้าจอ( fingerprint )      
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM     
  • มาตรฐานระดับการกันน้ำ -     
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 4700 mAh รองรับ Fast Charge 30W     
  • สี: Midnight Black, Glacier White, Nebula Purple   
  • ราคา : 17,999 บาท (RAM 6GB+128GB), 20,999 บาท (RAM 8GB + 256GB) 

Vivo NEX 3 5G 

อีกมือถือที่แม้ว่าจะมีรุ่น 4G เปิดตัวสักพักแล้วสำหรับ vivo NEX 3 แต่ก็สิ้นสุดการรอคอยของหลายคนเพราะตอนนี้ NEX 3 เวอร์ชั่น 5G มาในงาน โดยมาราคาที่ไม่ได้แพงมาก เพียง 22,990 บาท เท่านั้น และยังได้กล้องหน้าคู่ POPUP ดีไซน์หน้าจอที่เรียกได้ว่าน้ำตกที่ดูดีและสวยงามอย่างมากเลยครับ ใครอยากได้มือถือ 5G พร้อมดีไซน์ล้ำ นี่ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ 

สเปกของ vivo NEX 3 5G 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 167.4 x 76.1 x 9.4 มม.     
  • น้ำหนัก: 217.3 กรัม     
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : -      
  • หน้าจอ: Super AMOLED ขนาด 6.89 นิ้ว    
  • ความละเอียดหน้าจอ 2256x1080 พิกเซล (FHD+) ความหนาแน่น 363 ppi  
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 855+, Adreno 640  
  • การเชื่อมต่อ : 5G NSA /4G LTE (Dual SIM) WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS     
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie (Fun Touch OS 9)     
  • ระบบความปลอดภัย     
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วในหน้าจอ  
  • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า     
  • กล้องหลัง 3 ตัว : 64 ล้านพิกเซล (f1.8,) + 13 ล้านพิกเซล (Ultra-Wide), 13 ล้านพิกเซล (Telephoto)  
  • กล้องหน้า: 16 ล้านพิกเซล (f2.0)    + LED Flash 
  • แบตเตอรี : 4,500 mAh  + Vivo Flash charge    
  • แรม (RAM) : 8GB     
  • ความจำภายใน : 128GB  (UFS 3.0)  
  • ความจำภายนอก : ไม่รองรับ       
  • ช่องเสียบ : USB-C   
  • สี : ดำ และ น้ำเงิน  

Xiaomi Mi 10  

มือถือใหม่อีกรุ่นที่เปิดตัวตั้งแต่ช่วงที่มีการระบาดของไวรัส โควิด 19 แล้วแต่ก็ยังรอดมาได้เพราะภาพรวมของ Mi 10 ที่มาทั้ง Android 10 พร้อมกับขุมพลัง Snapdragon 865 รองรับ 5G และยังมีกล้องหลัง 4 ตัวที่ถ่ายภาพสวยอยู่ ในราคา 27,990 บาท ก็เกาะกลุ่มบนอยู๋นะครับ 

สเปกของ Xiaomi Mi 10 

  • ขนาด: 162.5 x 74.8 x 9 มิลลิเมตร      
  • หนัก: 208 กรัม      
  • หน้าจอแสดงผล : ขนาดประมาณ 6.67 นิ้ว เป็นแบบ Super AMOLED ความละเอียด 2340x1080 พิกเซล      
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 865 + GPU: Adreno 650  
  • RAM : 8 GB     
  • ROM : 256 GB      
  • ความจำเสริม : ไม่สามารถเพิ่มได้     
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11  (อัปเกรดไป MIUI 12 ได้)   
  • WiFi 802.11 AX (WiFi 6)     
  • Bluetooth 5.1  
  • การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ : 2G/3G/4G LTE-A  / 5G  
  • กล้องหลัง 4 ตัว:     
    กล้องตัวแรก มุมมองกว้าง ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล, F/1.7(OIS)      
    กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล,F/2.4      
    กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Depth Sensor ขนาด 2 ล้านพิกเซล   
    กล้องตัวที่สี่เป็นเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล   
  • กล้องหน้าเซลฟี่ : ความละเอียดกล้องหลัก 20 ล้านพิกเซล      
  • รองรับ: ระบบสแกนใบหน้า 2 มิติ     
  • รองรับ: สแกนนิ้วบนหน้าจอ( fingerprint )      
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM     
  • มาตรฐานระดับการกันน้ำ -     
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 4780 mAh รองรับ Fast Charge 30W / Wireless Charge 30W / Reverse Charge 5W 
  • สี: Coral Green, Twilight Grey, Peach Gold 

 realme X50 5G 

น้องใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวสำหรับ realme X50 Pro 5G พร้อมกับสเปกเรียกได้ว่าที่สุดของค่ายกับขุมพลัง Qualcomm Snapdragon 865 กล้องที่พอประมาณ และยังมาพร้อมกับฟีเจอร์ต่างๆ รอบตัว เด่นที่ระบบเสาอากาศที่ไม่มีการบดบังแน่นอน กับราคา 28,990 บาท ถ้าสูงไปซื้อกับผู้ให้บริการลดลง แต่ในงานของแถมเป็นหมื่นถือว่าคุ้มอยู่นะ 

สเปกของ realme X50 Pro 5G 

  • ขนาด: 159 x 74.2 x 8.9 มิลลิเมตร 
  • หนัก: 205 กรัม 
  • หน้าจอแสดงผล : AMOLED ความละเอียด FHD+  (2400x1080พิเซล) ขนาดประมาณ 6.44 นิ้ว การตอบสนอง 90Hz   
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 865 | GPU Adreno 650 
  • RAM : 12 GB    
  • ROM : 256 GB    
  • ความจำเสริม : ไม่สามารถเพิ่มความจำได้   
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 10 ครอบทับด้วย realme UI  
  • WiFi 802.11 B/G/N/AC/ (Dual Band) 
  • Bluetooth 5.0   
  • เครือข่ายมือถือ : 2G/3G/4G LTE-A/5G รองรับทั้ง SA/NSA รองรับ Dual SIM 
  • กล้องหลัง 4 ตัว:     
    >>>> กล้องตัวแรกเป็นของ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล F1.8   
    >>>> กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล,F/2.4  ให้มุมมอง 119 องศา  
    >>>> กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, (2x optical zoom 20x Digtal Zoom)    
    >>>> สุดท้ายเป็นกล้อง 2 ล้านพิกเซล Depth  
  • กล้องหน้าเซลฟี่ :   
  • ความละเอียดกล้องหลัก: 32 ล้านพิกเซล 
  • ความละเอียดกล้องตัวที่2 : 8 ล้านพิกเซล 
  • รองรับ: สแกนใบหน้าแบบ 2D   
  • รองรับ: สแกนนิ้วใต้หน้าจอ 
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM    
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 4200 mAh รองรับ Super Dart Charge กำลัง 65W     
  • สี: Moss Green, Rust Red 

OPPO Find X2 / Find X2 Pro 

อีกมือถือที่สเปกท๊อปสุดและมีกล้องหนา้หละและหลังที่คุ้มค้าอย่างมาก กับ OPPO Find X2 Series สเปกภาพรวมคล้ายกัน แต่สำหรับรุ่น Pro จะได้ ROM 512GB และกล้องหลัง Periscope ที่ซูมได้ไกลสุด 60 เท่า กล้องก็ยังคงถ่ายภาพสวยและกำลังชาร์จไฟ 65W ถือว่าแรงมาก กับราคาเริ่มต้น 29,990 บาท และในงานก็มีโปรโมชั่นพิเศษ ส่วน X2 Pro ราคา 40,990 บาท 

สเปกของ OPPO Find X2 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 164.9 x 74.5 x 8 มม.           
  • น้ำหนัก: สีดำ เซรามิค = 196  กรัม | สีเขียว กระจกปกติ = 186 กรัม            
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : IP54 
  • หน้าจอ: Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว  รองรับ HDR10+ / การแสดงผลสี 10 bit 
  • ความละเอียดหน้าจอ 3168x1440 พิกเซล ความหนาแน่น 513 ppi       
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 / GPU Adreno 650    
  • การเชื่อมต่อ : 5G (Nano SIM 2 Slot) (700/2600MHz) WiFi 802.11 B/G/N/AC/AX Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS           
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10 (Color OS 7.1)    
  • ระบบความปลอดภัย           
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ  2 มิติ    
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ   
  • กล้องหลัง 3 ตัว   
  • 48 ล้านพิกเซล F1.7 เป็นเลนส์หลัก รองรับ PDAF, Laser Focus, LED Flash เลนส์คู่ 
  • 12 ล้านพิกเซล Ultra Wide  
  • 13 ล้านพิกเซล เป็น TelePhoto ซูมได้แบบ Optical Zoom 3 เท่า และซูมไกลสุด 20 เท่าแบบ Digital Zoom 
  • กล้องหน้า: 32 ล้านพิกเซล (f2.4)      
  • แบตเตอรี : 4,200 mAh + Super VOOC 2.0 กำลัง 65W    
  • แรม (RAM) : 12GB           
  • ความจำภายใน : 256GB           
  • ความจำภายนอก :  ไม่สามารถเพิ่มได้ นอกจากเสียบ USB Dual Drive            
  • ช่องเสียบ : USB-C 
  • สี : Ceramic (จะออกดำและตัดกันระหว่าง 2 สี), Ocean (สีเขียวและมีลวดลายที่สวยงาม) 

  

สเปกของ OPPO Find X2 Pro 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) :165.2 x 74.4 x 8.8มม. ถ้าเป็นหนังจะหนาเป็น 9.5 มม.   
  • น้ำหนัก: สีดำ เซรามิค = 200  กรัม | รุ่นหนัง = 207 กรัม            
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : IP65 
  • หน้าจอ: Super AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว  รองรับ HDR10+ / การแสดงผลสี 10 bit 
  • ความละเอียดหน้าจอ 3168x1440 พิกเซล ความหนาแน่น 513 ppi       
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 865 / GPU Adreno 650    
  • การเชื่อมต่อ : 5G (Nano SIM 2 Slot) (700/2600MHz) WiFi 802.11 B/G/N/AC/AX Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS           
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 10 (Color OS 7.1)    
  • ระบบความปลอดภัย           
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนใบหน้าแบบ  2 มิติ    
  • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วใต้หน้าจอ   
  • กล้องหลัง 3 ตัว   
  • 48 ล้านพิกเซล F1.7 เป็นเลนส์หลัก รองรับ omnidirectional PDAF, Laser Focus, LED Flash เลนส์คู่ 
  • 48 ล้านพิกเซล Ultra Wide  
  • 13 ล้านพิกเซล Periscope ซูมได้แบบ Optical Zoom 5 Hybrid Zoom 10 เท่า และซูมไกลสุด 60 เท่าแบบ Digital Zoom 
  • กล้องหน้า: 32 ล้านพิกเซล (f2.4)      
  • แบตเตอรี : 4,260 mAh + Super VOOC 2.0 กำลัง 65W    
  • แรม (RAM) : 12GB           
  • ความจำภายใน : 512GB           
  • ความจำภายนอก :  ไม่สามารถเพิ่มได้ นอกจากเสียบ USB Dual Drive            
  • ช่องเสียบ : USB-C 
  • สี : Black (Ceramic), Orange (Leather), Lamborghini Edition 

 

Huawei P40 / P40 Pro / P40 Pro+ 

อีกมือถือรุ่นหนึ่งที่ถ่ายภาพดีและได้คะแนน DXOMark เป็นอันดับที่ 1 อย่าง Huawei P40 Series มาเลือกตั้งแต่รุ่นเล็กที่ได้หน้าจอเรียบกล้องหลัง 3 ตัวที่คมชัด P40 Pro รุ่นกลางเริ่มซูมได้ไกล พร้อมกับสเปกคุ้มค่ามากขึ้น และความจำขยายเป็น 256GB ซูมได้ไกล 50 เท่า แต่ถ้าไม่พอ Huawei P40 Pro + กับบอดี้ เซรามิค ความจำสูงถึง 512GB และมีกล้องซูมได้ 100 เท่า คมชัดอย่างมากราคาเริ่มต้น 22,990 ไปจนถึง 40,990 บาท 

สเปกของ Huawei P40   

  • หน้าจอ OLED ความละเอียด 1080 x 2340 พิกเซล ขนาด 6.1 นิ้ว     
  • ขนาดตัวเครื่อง:  148.9 x 71.1 x 8.5 มม.     
  • น้ำหนัก:  175 กรัม     
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 990 5G | Mali G76MP16  
  • หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 8GB   
  • หน่วยความจำภายในความจุ:  128GB   
  • หน่วยความจำภายนอก  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล     
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 3 ตัว แบ่งออกเป็น   
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล, RYYB 
  • เลนส์ Tele 3x ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล Optical 3X  
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล     
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP53  
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Opical  
  • แบตเตอรี่ความจุ 3800mAh     
  • รองรับ Fast Charge 22.5W (แบบสาย)  
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10 ไม่มี Google Mobile Service  
  • ราคาในประเทศไทย: (ยังไม่ระบุ) ส่วนราคายุโรป €799 หรือประมาณ28,550 บาท 
  • สี: Ice White, Deep Sea Blue, Matte Black, Sliver Fors และ Blush Gold  

สเปกของ Huawei P40 Pro   

  • หน้าจอ OLED ความละเอียด 1200 x 2640 พิกเซล ขนาด 6.58 นิ้ว ค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz     
  • ขนาดตัวเครื่อง:  158.2 x 72.6 x 9 มม.     
  • น้ำหนัก:  203 กรัม     
  • ชิปเซ็ตประมวลผล:  Kirin 990 5G | Mali G76MP16  
  • หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 8GB   
  • หน่วยความจำภายในความจุ:  256GB   
  • หน่วยความจำภายนอก Nano Memory  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล     
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น   
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล F1.9 RYYB, OIS 
  • เลนส์ Telephoto แบบ Periscope ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล Optical 5X ซูมได้สูงสุด 50 เท่า  
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล     
  • เลนส์ 3D ToF Sensor  
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68  
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Opical  
  • แบตเตอรี่ความจุ: 4200mAh     
  • รองรับ Fast Charge 40W (แบบสาย) Wireless Charge 27W พร้อมระบบ Reverse Wireless Charging  
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10 ไม่มี Google Mobile Service  
  • ราคาในประเทศไทย : (ยังไม่ระบุ) ส่วนราคายุโรป €999 หรือประมาณ 35,697 บาท 
     
  • สี:  Ice White, Deep Sea Blue, Matte Black, Sliver Forst และ Blush Gold  

สเปกของ Huawei P40 Pro+ 

  • หน้าจอ OLED ความละเอียด 1200 x 2640 พิกเซล ขนาด 6.58 นิ้ว ค่า Refresh Rate ระดับ 90Hz     
  • ขนาดตัวเครื่อง 158.2 x 72.6 x 9 มม.     
  • น้ำหนัก 226 กรัม     
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Kirin 990 5G | Mali G76MP16  
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 8GB   
  • หน่วยความจำภายในความจุ 512GB   
  • หน่วยความจำภายนอก Nano Memory  
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล     
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 5 ตัว แบ่งออกเป็น   
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 50 ล้านพิกเซล F1.9 RYYB OIS 
  • เลนส์ Telephoto แบบ Periscope ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล Optical 10X ซูมได้สูงสุด 100 เท่า  
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล     
  • เลนส์ 3D ToF Sensor  
  • เลนส์ Telephoto 3X ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล 
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68  
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Opical  
  • แบตเตอรี่ความจุ 4200mAh     
  • รองรับ Fast Charge 40W (แบบสาย) Wireless Charge 40W พร้อมระบบ Reverse Wireless Charging  
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย EMUI 10 ไม่มี Google Mobile Service  
  • ราคาในประเทศไทย : (ยังไม่ระบุ)  ส่วนราคายุโรป €1,399 หรือประมาณ 50,000 บาท 
     
  • สี: Ceremic White และ Ceremic Black 

OnePlus 8 / 8 Pro 

oneplus-8-pro-1

อีกรุ่นที่น่าใช้สำหรับคนที่มองหามือถือ 5G ที่จะใช้ยาวๆ และอัปเกรดได้ สำหรับ OnePlus 8 และ 8 Pro ตอบโจทย์ เพียงแต่ว่าราคาตัวเริ่มต้น 28,990 และตัวท๊อปอยู่ที่ 34,990 บาท กับการแก้ปัญหาจากรุ่นปกติได้ครบและจบเลยครับ ถ้าแพงไปก็มีโปรโมชั่นจาก AIS ลดราคาได้เหมือนกัน 

สเปกของ OnePlus 8 Pro 

  • หน้าจอ Fluid AMOLED ความละเอียด 1440 x 3168 พิกเซล ขนาด 6.78 นิ้ว ค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz         
  • ขนาดตัวเครื่อง:  165.3 x 74.4 x 8.5 มม.         
  • น้ำหนัก:  199 กรัม         
  • ชิปเซ็ตประมวลผล:  Qualcomm Snapdragon 865 | Adreno 650    
  • หน่วยความจำ:  RAM ขนาด 8GB       
  • หน่วยความจำภายในความจุ:  256GB       
  • หน่วยความจำภายนอก -   
  • การเชื่อมต่อ: 5G (Dual Mode), WiFi 802.11 AX (WiFi 6), Bluetooth 5.1, GPS, A-GPS   
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล F2.5   
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น       
  • กล้องตัวหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล F1.8 omnidirectional PDAF   
  • เลนส์ Telephoto แบบ Periscope ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซูม Optical 3X   
  • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล มุมมอง 116 องศา F 2.2    
  • เลนส์ Depth Sensor ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล   
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68      
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition สแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแบบ Opical      
  • แบตเตอรี่ความจุ: 4510mAh         
  • รองรับ Warp Charge 30W (แบบสาย) Wireless Charge 30W พร้อมระบบ Reverse Wireless Charging      
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย Oxygen OS 10    
  • สี: น้ำเงิน Ultramarine Blue และสีเขียว Glacial Green 

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G 

มาถึงรุ่นล่าสุดที่มีขายในงานทางฝั่ง Samsung กันบ้างกับ Galaxy S20 Ultra กับการมาพร้อมกับกล้อง 108 ล้านพิกเซลกับ สเปกของเครื่องที่เรียกได้ว่าจัดหนักจัดเต็ม และมาพร้อมกับกล้องซูมได้ 100 เท่าตัวแรกของเมืองไทย รองรับ 5G แน่นอนหาราคาไม่แพงได้ในงานนี้ 

สเปกของ Samsung Galaxy S20 Ultra 

  • หน้าจอ DynamicAMOLED 3200 x 1440 พิกเซล WQHD+ (HDR10+) ขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียดระดับ 2K พร้อมค่า Refresh Rate ระดับ 120Hz    
  • ขนาดตัวเครื่อง 166.9 x 76.0 x 8.8 มม.    
  • น้ำหนัก 220 - 221 กรัม    
  • ชิปเซ็ตประมวลผล Exynos 990   
  • หน่วยความจำ RAM ขนาด 12GB  (LPDDR5)    
  • หน่วยความจำภายในความจุ 128GB รองรับการเพิ่มความจำภายนอกสูงสุด 1TB    
  • การรองรับซิมการ์ด : Nano SIM 2 ช่อง อีกช่องเป็นแบบ Hybrid Slot สลับได้ทั้ง MicroSD / eSIM 
  • กล้องดิจิทัลด้านหน้าความละเอียด 40 ล้านพิกเซล    
  • กล้องดิจิทัลด้านหลังจำนวน 4 ตัว แบ่งออกเป็น กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล, เลนส์ Tele 10x ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล(Space Zoom 100x), เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล, กล้อง ToF (Time-of-Flight) สำหรับตรวจจับระยะชัดตื้น     
  • ตัวเครื่องกันน้ำกันฝุ่นระดับ IP68    
  • ระบบปลดล็อค Face Recognition Ultrasonic Fingerprint    
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000mAh    
  • รองรับ Fast Charge 45W (แบบสาย), รองรับชาร์จไร้สาย Qi Wireless Power Share 2.0    
  • ทำงานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย One UI 2.0    
  • ราคาในประเทศไทย : 39,900 บาท   
  • สี Cosmic GreyCosmic Black 

ยังไม่หมดเพราะในครั้งหน้าก็ยังมีมือถือและ Gadget ภายในงาน Thailand Mobile Expo 2020 จะมีที่น่าสนใจแค่ไหน ต้องรอติดตามกันต่อไปครับ