รีวิว ROG Zephyrus G14 เกมมิงโน้ตบุ๊กสุดแรง แถมแต่งไฟฝาหลังได้

รีวิว ROG Zephyrus G14 เกมมิงโน้ตบุ๊กสุดแรง แถมแต่งไฟฝาหลังได้
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

รีวิวโน้ตบุ๊ก ROG Zephyrus G14 สุดล้ำ ที่โดดเด่นตั้งแต่แรกเห็น กับแผงไฟ LED หลังเครื่อง AniMe Matrix และสเปคที่แรงสุดในโน๊ตบุ๊คขนาด 14 นิ้ว แถมมาพร้อม #Windows10 ด้วยนะ!

ติดตั้ง Windows 10 ด้วยตัวเองได้ไม่ยากอย่างที่คิด!

วิธีง่าย ๆ ก็แค่กดตามที่ระบบแนะนำไปเรื่อย ๆ จากนั้นก็ทำการเลือกภาษาไทยกับภาษาอังกฤษให้เรียบร้อย แล้วกดตกลงก็เสร็จแล้ว แค่นี้เองค่ะ!

แล้วอย่าลืมนะคะว่า หลังจากติดตั้งแล้ว ให้เราพยายามอัปเดต Windows อย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ของเราปลอดภัยจากการถูกโจมตีจากภายนอกได้ค่ะ

วิธีอัปเดตก็ไม่ยากเลย ก็แค่พิมพ์ค้นหาในช่อง Taskbar ว่า Windows Update จากนั้นก็กดปุ่มอัปเดต หรือถ้้าระบบดาวน์โหลดเสร็จแล้วก็ให้กดที่ปุ่ม Restart แค่นี้เอง เดี๋ยวเครื่องก็อัปเดต Windows ให้แล้วค่

และอีกโปรแกรมที่จำเป็นก็คือ MyAsus โปรแกรมนี้ พอเราเปิดเข้าไป ก็จะเห็นข้อมูลเบื้องต้นของโน้ตบุ๊กที่เราใช้งานอยู่ และที่สำคัญคือ เราสามารถ update driver ต่าง ๆ ของเครื่องผ่านหน้า Software Update ได้อีกด้วย ซึ่งการอัปเดต driver นี้ก็เพื่อให้การทำงานของเครื่องเป็นไปอย่างสมบูรณ์ค่ะ

สเปคเครื่อง

ROG Zephyrus G14 มาพร้อมกับ CPU ตัวแรงจัดเต็ม AMD Ryzen9 4900HS ใช้การ์ดจอ Nvidia GeForce RTX 2060 ค่ะ ส่วนทางด้านหน้าจอก็มาพร้อมขนาด 14” แบบ Wide Quad-HD ที่ 2560 x 1440 ความถี่ 120 Hz เป็นหน้าจอแบบ IPS ที่แสดงผลสีแบบ 100% sRGB พร้อม Pantone Validated สามารถแสดงสีที่แม่นยำระดับมืออาชีพเลยค่ะ

นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับ Ram 32 GB DDR4 3200 MHz และ SSD 1TB รูปแบบ M.2 NVMe PCIe (PCI Express) ส่วนการเชื่อมต่อใช้ Wi-Fi 6 และ Bluetooth 5.0 นอกจากนี้ยังมาพร้อมแบตเตอรีจัดเต็ม 76 Watt Hours ใช้งานทั่วไปได้กว่า 11 ชั่วโมง เรียกได้ว่าแทบไม่ต้องพกพาอแดปเตอร์ชาร์ตแบตออกนอกบ้านเลย

Modern PC ยุคนี้ต้องมีอะไรบ้าง?

โดยรุ่นนี้เขายังชูจุดเด่นในเรื่องของความเป็น Modern PC ด้วยนะคะ ซึ่ง Modern PC นั้นมีอะไรบ้าง เริ่มตั้งแต่ขนาดเครื่องที่บาง เบา เรามาลองชั่งน้ำหนักดูกันนะคะว่าสเปคแรงขนาดนี้ จะหนักขนาดไหน… น้ำหนักอยู่ที่ 1.7 กิโลกรัม ถือว่าเบามาก ๆ สำหรับเกมมิงโน้ตบุ๊กที่มีสเปคระดับนี้

และอีกเรื่องคือด้านการใช้งานที่ต้องการความลื่นไหล ไม่มีสะดุด จากการใช้งานที่เก็บข้อมูลรูปแบบ Solid State Drive แบบนี้ ก็ช่วยให้การบันทึกข้อมูลต่าง ๆ รวดเร็วทันใจค่ะ

และที่สำคัญคือเรื่องของความปลอดภัยของเครื่อง ซึ่งปุ่ม Power ของ Zephyrus G14 ตัวนี้ก็มีความพิเศษตรงที่สามารถกลายเป็นปุ่มในการสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคเครื่องผ่าน Windows Hello ได้ด้วยนะคะ

ซึ่งทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็น Modern PC คอมพิวเตอร์ยุคใหม่ที่ไม่ต้องเครื่องใหญ่ ก็ตอบสนองการใช้งานได้ครบถ้วนนั่นเอง

รูปลักษณ์ภายนอก

เพื่อน ๆ ลองสังเกตไหมคะว่า เวลาเมย์เปิดเครื่องขึ้นมาแล้ว ตัวเครื่อง จะยกขึ้นมาเล็กน้อย อันนี้เรียกว่าเทคโนโลยี Ergolift ค่ะ ซึ่งนอกจากจะช่วยให้เราวางมือพิมพ์งานได้ถูกหลักการยศาสตร์อย่างที่เมย์เคยแนะนำไปแล้ว ตัวเครื่องที่ยกขึ้นมาก็เพิ่มช่องสำหรับระบายอากาศใต้เครื่องให้ที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วยค่ะ

มาต่อกันที่เรื่องของพอร์ตที่ให้มากันบ้างนะคะ เริ่มจากทางซ้าย ก็จะมีพอร์ต DCin สำหรับชาร์จไฟ ตามด้วยพอร์ต HDMI พอร์ต TYPE-C USB 3.2 GEN 2 แบบ Power Delivery และพอร์ต 3.5 mm สำหรับเสียบหูฟังค่ะ

ทางด้านขวาก็มาพร้อมกับพอร์ต Kensington สำหรับล็อคเครื่องไม่ให้หาย ตามมาด้วยพอร์ต USB TYPE-A USB 3.2 GEN1 2 ช่อง และสุดท้ายคือพอร์ต TYPE-C USB 3.2 GEN 2 อีก 1 ช่อง ด้วยนะ ส่วนทางด้านคีย์บอร์ดก็มาพร้อมไฟ Blacklid สำหรับการทำงานในที่แสงน้อยได้อีกด้วยนะ

AniMe Matrix โดดเด่นไม่เหมือนใคร

แน่นอนว่าหลาย ๆ คนก็อยากที่จะปรับหน้าจอ AniMe Matrix ที่ดูโดดเด่นไม่เหมือนใครนี้แล้วใช่ไหมคะ เดี๋ยวเมย์ทำให้ดูว่าปรับยังไง

วิธีตั้งค่าก็ง่าย ๆ แค่เข้าไปที่โปรแกรม Armoury Crate ผ่านปุ่มรูปสัญลักษณ์ ROG ด้านบน จากนั้นให้เราเลือกที่เมนูที่ 3 ที่เป็นรูปเม้าส์และคีย์บอร์ด แล้วเลือก AniMe Matrix จากนั้นเราก็สามารถเข้าไปทำการปรับค่าได้ตามใจเราเลยค่ะ แถมยังใส่ข้อความวิ่งได้อย่างอิสระเลย

และ Armoury Crate นี้ก็เปรียบเสมือนกับเป็นศูนย์บัญชาการของโน้ตบุ๊ค ROG ที่เราใช้งานอยู่เลยก็ว่าได้ เพราะการตั้งค่าแทบทุกอย่างสามารถทำในนี้ได้ทั้งหมดเลยค่ะ

ทดสอบประสิทธิภาพเครื่อง

มาดูกันในเรื่องของประสิทธิภาพต่าง ๆ ของ Zephyrus G14 ตัวนี้กันค่ะว่าจะจัดเต็มให้คุณได้ขนาดไหน

เริ่มตั้งแต่โปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพการ์ดจออย่าง 3DMark กันก่อนเลย ซึ่งเมย์ก็ได้ทดสอบ 2 ตัวด้วยกันคือ แบบ Time Spy ได้คะแนนถึง 6,053 คะแนน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดีเลยค่ะ ส่วนการทดสอบ RTX ผ่าน Port Royal ก็ได้คะแนนไม่น้อย อยู่ที่ 3,249 คะแนน

ส่วนโปรแกรม PCMark ทดสอบการใช้งานเครื่องก็ได้คะแนนรวมที่ 5,587 คะแนน และคะแนนในทุกด้านโดยรวมก็อยู่ในเกณฑ์สูงเลยทีเดียว

มาดูกันในเรื่องของการทดสอบประสิทธิภาพ SSD ผ่านโปรแกรม CrystalDiskMark ก็ได้ความเร็วในการอ่านข้อมูลที่ 1,927 MB/s และความเร็วในการเขียนข้อมูลที่ 1,767 MB/s

ทดสอบการเล่นเกม

มาถึงสิ่งที่หลาย ๆ คนอยากรู้แล้ว นั่นคือการเล่นเกม วันนี้เมย์จะมาลองเล่นเกมแบบจัดเต็มให้คุณดูทั้งหมด 3 เกมด้วยกัน เริ่มตั้งแต่เกมสุดหัวร้อน Sekiro Shadow Die Twice ก็วิ่งอยู่ที่ 60 fps ไม่มีตกเลยแม้แต่ fps เดียว

ต่อกันด้วยเกม Metro Exodus ที่มีระบบ Ray Tracing แสดงผลภาพสวยงามจัดเต็ม เพื่อทดสอบประสิทธิภาพของการ์ดจอ RTX ก็วิ่งอยู่ประมาณ 50 – 60 fps แทบไม่มีไม่ตกเลย

สุดท้ายก็เกม The Witcher 3: Wild Hunt อันนี้เมย์รู้จัก เพราะเป็นซีรีส์บน Netflix ด้วย ทดสอบแล้วก็วิ่งอยู่ 100 fps + ในภาพกราฟิกระดับสูง

ระบบระบายความร้อน

ROG Zephyrus G14 ตัวนี้ก็ใช้ระบบระบายความร้อน ROG Intelligent Cooling ซึ่งถูกออกแบบมาเป็นอย่างดีตั้งแต่ระบบของพัดลมภายใน ท่อ Heat pipe ลำเลียงความร้อนออกมา จนถึงช่องระบายความร้อนก็ถูกออกแบบมาให้สามารถระบายได้ทุกทิศทาง ทำให้เวลาใช้งานหนัก ๆ อุณหภูมิของ CPU และ GPU ก็จะไม่สูงจนเกินไปจนทำให้ประสิทธิภาพการทำงานลดลงค่ะ

จุดสังเกต

รีวิวที่ดีต้องมีจุดสังเกต เมย์พบอยู่ 2 จุดหลัก ๆ ด้วยกัน จุดแรกต้องว่าด้วยเรื่องของพอร์ตที่ให้มา สำหรับเมย์ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแล้ว การที่ไม่มีพอร์ต SD Card reader ก็อาจทำให้เราต้องพกพาตัว Card Reader แบบแยกต่างหากเอาไว้เวลาเดินทางนะคะ

ส่วนอีกเรื่องคือ ไม่มีกล้อง Webcam สำหรับใช้ประชุมทางไกลเพื่อ Work From Home ตามยุคสมัยและสำหรับการปลดล็อคเข้าเครื่องผ่าน Windows Hello นั่นเองค่ะ เราต้องหาซื้อกล้อง Webcam แยกต่างหากเพื่อมาใช้งานในส่วนนี้นะคะ

ราคา

และแน่นอนว่าปิดท้ายรีวิวที่ดี ก็ต้องมีราคานะคะโน้ตบุ๊ก Zephyrus G14 ตัวนี้วางราคาไว้ที่ 64,990 บาท เรียกได้ว่าสเปคจัดเต็ม ตัวเครื่องบาง เบา พกพาสะดวกแบบนี้ ถ้าใครอยากสัมผัสก่อนซื้อจริง ก็แวะไปที่ Asus Exclusive Store สาขาใกล้บ้านคุณได้เลย รับรองว่าชอบแน่นอน!