รวมทัพสมาร์ทโฟน 5G ที่มีจำหน่ายในงาน Thailand Mobile Expo

รวมทัพสมาร์ทโฟน 5G ที่มีจำหน่ายในงาน Thailand Mobile Expo
S! Hitech (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่ประเทศไทยมีการประมูลคลื่นความถี่ 5G ไปแล้วเมื่อต้นปี ตอนนี้ก็เริ่มมีสมาร์ทโฟนที่รองรับเครือข่าย 5G ออกมาวางจำหน่ายบ้างแล้ว ถึงแม้ว่าจะมีไม่มาก แต่ในตอนนี้ก็มีสมาร์ทโฟน 5G ออกมาหลากหลายช่วงราคา และที่ถูกสุดก็เพียงแค่หมื่นต้นๆ เท่านั้น แต่จะมีรุ่นไหนบ้างเรามาดูกันครับ

thailand-mobile-expo100

realme X50 Pro 5G

รุ่นใหม่ล่าสุดเลยเห็นจะเป็น realme X50 Pro 5G สมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรกของค่ายนี้ แต่ในขณะที่เขียนบทความยังไม่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการในไทย ซึ่งตามกำหนดการจะเปิดตัว 1 กรกฏาคม ก่อนงานเพียง 1 วัน มารอลุ้นราคากันว่าจะเปิดตัวที่เท่าไหร่ จุดเด่นของรุ่นนี้นอกจากจะรองรับเครือข่าย 5G แล้ว ยังมีหน่วยประมวลผลที่แรงที่สุดอย่าง Snapdragon 865 หน่วยความจำรุ่นสูงสุดอยู่ที่ 12/256 GB กล้องหน้าคู่ 32 ล้านพิกเซล กล้องหลัง 4 เลนส์ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ AI ในด้านความบันเทิงก็มีมาให้ครบครัน ไม่ว่าจะเป็นลำโพงคู่ที่ให้เสียงสเตอริโอ ระบบเสียง Dolby Atmos, Hi-Res Audio ฟังเพลงดูภาพยนตร์ความละเอียดสูง สำหรับราคาหากเปิดตัวแล้วเราจะรีบมาอัพเดทให้ทราบทันที

realmex50pro5g

สรุปสเป็ค realme X50 Pro 5G

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G
  • หน้าจอ Super AMOLED ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล สแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • กล้องหน้า 2 เลนส์
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 32 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX616 f/2.5
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 105 องศา f/2.2
  • กล้องหลัง 4 เลนส์
    • กล้องหลัก ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ซูมภาพสูงสุด 20 เท่า
    • กล้อง Ultra wide มุมกว้าง 119 องศาและ Macro ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
    • กล้องถ่ายภาพ B&W และถ่าย Portrait
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865 Octa-core ความเร็ว 2.84 GHz GPU Adreno 650
  • 12 GB RAM + 256 GB ROM (รออัพเดทเครื่องศูนย์ไทยอีกครั้ง)
  • realmeUI บนพื้นฐาน Android 10
  • แบตเตอรี่ 4200 mAh
  • รองรับ SuperDart Charging (กำลังไฟ 65 วัตต์) ชาร์จเต็มใน 35 นาที
  • ราคา (รออัพเดท)

Samsung Galaxy S20 Ultra 5G

สมาร์ทโฟน 5G รุ่นแรก และรุ่นเดียวในตอนนี้ที่รองรับเครือข่าย 5G ในเมืองไทย พร้อมชูจุดเด่นเรื่องกล้องถ่ายภาพความละเอียด 108 ล้านพิกเซล ซูมภาพแบดิจิตอลได้ไกลถึง 100 เท่า ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงถึง 8K มาพร้อมหน้าจอขนาดที่ใหญ่ถึง 6.9 นิ้ว Quad HD+ Dynamic AMOLED 2X Infinity-O Display รีเฟรชเรทถึง 120 Hz หน่วยประมวลผล Exynos 990 Octa-Core สถาปัตยกรรม 7 นาโนเมตร หน่วยความจำ RAM 12 GB และ ROM 128 GB ราคาเปิดตัวของรุ่นนี้อยู่ที่ 39,990 บาท แต่ในงานน่าจะมีราคาพิเศษให้เราได้ลุ้นกัน

samsunggalaxys20ultra5g

สรุปสเป็ค Samsung Galaxy S20 Ultra 5G

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G
  • หน้าจอ Dynamic AMOLED 2X Infinity-O Display ขนาด 6.9 นิ้ว ความละเอียด 3200 x 1440 พิกเซล สแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • กล้องหน้าความละเอียด 40 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 4 เลนส์
    • เลนส์ Wide ความละเอียด 108 ล้านพิกเซล F/1.8
    • เลนส์ Ultra Wide ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล  F/2.2 มุมกว้าง 120 องศา
    • เลนส์ Telephoto ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล F/3.5
    • เลนส์ DepthVisision
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 8K
  • หน่วยประมวลผล Exynos 990 Octa-core
  • 12 GB RAM + 128 GB ROM เพิ่ม microSD ได้อีก 1 TB
  • OneUI 2.0 บนพื้นฐาน Android 10
  • แบตเตอรี่ 4200 mAh
  • รองรับ Super Fast Charging (กำลังไฟ 65 วัตต์) ชาร์จเต็มใน 35 นาที
  • ราคา (รออัพเดท)

Huawei P40 5G Series

ตอนนี้ก็วางจำหน่ายครบทั้ง 3 รุ่นแล้ว ไม่ว่าจะเป็นรุ่น P40 , P40 Pro และ P40 Pro+ โดยแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่น และราคาที่แตกต่างกันออกไป แต่ในที่นี้จะพูดถึงรุ่น P40 Pro+ ที่เป็นรุ่นพี่ใหญ่ในซีรี่ย์นี้ หน้าจอแสดงผลแบบ Flex OLED ขอบโค้งขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล มีระบบสแกนลายนิ้วมือซ่อนอยู่ใต้จอภาพ หน่วยประมวลผล Kirin 990 Octa-core รองรับเครือข่าย 5G พร้อมใช้งาน หน่วยความจำที่มีมาให้ในเครื่องความจุสูงถึง 512 GB พร้อม RAM ขนาด 8 GB กล้องดิจิตอลเทคโนโลยี Leica มีมาให้ถึง 5 เลนส์ ความละเอียด 50 ล้านพิกเซล รองรับ Super Charge กำลังไฟ 40 วัตต์ผ่านสาย USB และแบบไร้สาย 40 วัตต์ ส่วนราคาของทั้ง 3 รุ่นมีดังนี้

  • Huawei P40 5G ราคา 22,990 บาท
  • Huawei P40 Pro ราคา 31,990 บาท
  • Huawei P40 Pro+ ราคา 40,990 บาท

อย่างไรก็ดี รอดูโปรโมชั่น และส่วนลดในงาน รับรองว่าเร้าใจแน่อน

huaweip405gseries

สรุปสเป็ค HUAWEI P40 PRO+

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G
  • หน้าจอ Flex OLED ขนาด 6.58 นิ้ว ความละเอียด 2640 x 1200 พิกเซล อัตราส่วน 19.8:9 ความหนาแน่น 441 ppi รีเฟรทเรท 90 Hz สแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • กล้องหน้าคู่ 32 MP Selfie Camera (f/2.2 aperture) + Depth Camera บันทึกวิดีโอ 4K (3840 x 2160 pixels) 60fps
    • 50MP Ultra Vision Camera (Wide Angle, f/1.9 aperture, OIS)
    • 40MP Cine Camera (Ultra-Wide Angle, f/1.8 aperture)
    • 8MP SuperZoom Camera (10X Optical Zoom, f/4.4 aperture, OIS)
    • 8MP Telephoto Camera (3X Optical Zoom, f/2.4 aperture, OIS)
    • 3D Depth Sensing Cameraกล้องหลัง Penta lens
  • ซูม Optical 10x ซูมสูงสุด 100x ระบบกันสั่น OIS + AIS
  • หน่วยประมวลผล HUAWEI Kirin 990 5G Octa-core GPU Mali-G76
  • 8 GB RAM + 512 GB ROM
  • รองรับ Nano Memory Card
  • EMUI 10.1 บนพื้นฐาน Android 10
  • แบตเตอรี่ 4200 mAh
  • รองรับ HUAWEI SuperCharge (Max 40 W)
  • รองรับ Wireless HUAWEI SuperCharge (Max 40 W)
  • Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac/ax, 2 x 2 MIMO
  • กันน้ำ กันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • สี Ceramic White
  • ราคา 40,990 บาท

POCO F2 Pro

POCO F2 Pro สานต่อสมาร์ทโฟนสุดแรงในราคาย่อมเยา เอาใจสายเกมเมอร์โดยเฉพาะ ด้วยหน่วยประมวลผลที่แรงที่สุดในขณะนี้ Qualcomm Snapdragon 865 ระบบระบายความร้อนที่พัฒนาให้ดีกว่าเดิม พร้อมรองรับเครือข่าย 5G หน้าจอแสดงผลของรุ่นนี้ใช้จอภาพแบบ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว เป็นจอภาพที่ทาง POCO เรียกว่า True Full Screen Display  มีกล้องแบบ Pop-up ที่ด้านบน มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือฝังอยู่บนหน้าจอ ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Android 10 และ POCO Launcher 2.0 แบตเตอรี่ของรุ่นนี้ก็มีขนาดใหญ่ถึง 4,700 mAh พร้อมระบบ Fast Charging กำลังไฟ 30 วัตต์ ในด้านการถ่ายภาพก็มีกล้องหลัง 4 เลนส์ ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล สามารถถ่ายวิดีโอได้ที่ความละเอียด 8K ส่วนกล้องหน้าแบบ Pop-up ความละเอียด 20 ล้านพิกเซล เปิดตัวในราคา 17,990 บาท

pocof2pro

สรุปสเป็ค POCO F2 Pro

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G
  • หน้าจอ AMOLED ultimate Full Screen Display ขนาด 6.67 นิ้ว
  • กล้องหน้าแบบ Pop-up 20 MP
  • กล้องหลัง 4 เลนส์
    • 64 MP Sony IMX686, 1/1.7” sensor size, ƒ/1.89
    • 13 MP Ultra-Wide Angle, 123 มุมกว้างองศา
    • 5 MP Telemacro camera
    • 2 MP Depth sensor
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865 GPU Adreno 650
  • 6 GB RAM + 128 GB ROM และรุ่น 8 GB RAM + 256 GB ROM
  • MIUI for POCO บนพื้นฐาน Android 10
  • แบตเตอรี่ 4700 mAh
  • รองรับ Fast Charge กำลังไฟ 30 วัตต์
  • ราคา 17,990 บาท สำหรับรุ่น 6/128 GB
  • ราคา 20,990 บาท สำหรับรุ่น 8/256 GB

OPPO Find X2 5G Series

OPPO Find X2 5G Series มีหน้าจอความละเอียดสูงถึง 1.07 พันล้านสี ซึ่งต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไปที่มีเพียง 16.7 ล้านสีเท่านั้น ขนาดของหน้าจออยู่ที่ 6.7 นิ้ว จอภาพแบบ OLED แสดงผลได้ 120 Hz รองรับ HDR10+ ได้เกรด A+ จาก DisplayMate มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ที่ใต้จอ กล้องดิจิตอลที่มีมาให้ 3 เลนส์ประกอบไปด้วยเลนส์ Wide 48 ล้านพิกเซล f/1.7 , เลนส์ Ultra Wide 120 องศา ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล พร้อมทำหน้าที่เป็นเลนส์ Macro ส่วนเลนส์สุดท้ายเป็นเลนส์ Telescope ซูมภาพแบบ Hybrid 10x และ 60x แบบดิจิตอลซูม

oppofindx25gseries

สรุปสเป็ค OPPO FIND X2 PRO 5G

  • รองรับเครือข่าย 4G, 5G Dual mode
  • หน้าจอขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด 2K ความละเอียดสี 10 bits 1 พันล้านสี 120 เฮิร์ตซ์ รองรับ HDR10+
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือใต้หน้าจอแสดงผล
  •  หน่วยประมวล Snapdragon 865 Flagship ชิพเซ็ต RAM 12GB, ROM 512GB
  • กล้องหลัง 3 เลนส์
    • เลนส์ Wide 48 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ Ultra Wide 120 องศา+Ultra Macro 48 ล้านพิกเซล
    • เลนส์ Telescope 13 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า 32 ล้านพิกเซล
  • กันน้ำและฝุ่นละอองมาตรฐาน IP68
  • SuperVOOC 2.0 กำลังไฟ 65 วัตต์ ชาร์จเต็มใน 38 นาที
  • ColorOS 7.1 บนระบบปฏิบัติการ Android 10
  •  ราคา 40,990 บาท

Huawei nova 7 Series

Huawei เปิดตลาดสมาร์ทโฟน 5G ระดับกลางด้วยราคาหมื่นต้นๆ เท่านั้น ซึ่งการเปิดตัวคราวนี้เป็นการเปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่นนั่นก็คือ Huawei nova 7 และ Huawei nova 7SE ทั้งสองรุ่นมาพร้อมชิพเซ็ตที่รองรับ 5G ตั้งแต่แกะกล่อง ถือเป็นการสร้างมาตรฐานสมาร์ทโฟน 5G ในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึงได้ จุดเด่นอยู่ที่ด้านหลังมีกล้องดิจิตอล 4 ตัวประกอบไปด้วยเลนส์หลักความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, เลนส์ Wide มุมกว้าง 120 องศาความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, เลนส์ Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล Hybrid zoom 5 เท่า และเลนส์ Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล ถ้าอยากลองความแรงของ 5G ในราคาเบาๆ รุ่นนี้ถือว่าตอบโจทย์เลยล่ะ

huaweinova7series

สรุปสเป็ค HUAWEI NOVA 7

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE และ 5G พร้อมใช้งาน
  • หน้าจอ OLED ขนาด 6.53 นิ้ว ความละเอียด 2400 x 1080 พิกเซล ความหนาแน่น 403 ppi สแกนนิ้วใต้หน้าจอ
  • กล้องหน้า 32 MP Selfie Camera (f/2.4 aperture) บันทึกวิดีโอ 4K (3840 x 2160 pixels)
    • 64 MP (Wide Angle, f/1.8 aperture)
    • 8 MP (Ultra-Wide Angle 120 องศา, f/2.4 aperture)
    • 8 MP Telephoto Camera (5X Hybrid Zoom, Digital Zoom 20x, f/2.4 aperture)
    • 2 MP Macro (f/2.4 aperture)
  • ซูม Hybrid 5x ซูมสูงสุด 20x
  • หน่วยประมวลผล HUAWEI Kirin 985, 5G Octa-core GPU Mali-G77
  • 8 GB RAM + 256 GB ROM
  • รองรับ Nano Memory Card สูงสุด 256 GB
  • EMUI 10.1.1 บนพื้นฐาน Android 10
  • แบตเตอรี่ 4000 mAh
  • รองรับ HUAWEI SuperCharge (Max 40 W)
  • Wi-Fi 802.11a/b/g/n/ac
  • มี 2 สี Midsummer Purple, Space Silver
  • ราคา 16,990 บาท สำหรับรุ่น Huawei nova 7 5G
  • ราคา 11,990 บาท สำหรับรุ่น Huawei nova 7 SE 5G

OnePlus 8 Series 5G

OnePlus 8 Series สมาร์ทโฟน Flagship Series รุ่นใหม่ที่เปิดตัวพร้อมกัน 2 รุ่น นั่นก็คือ OnePlus 8 และ OnePlus 8 Pro โดยจำหน่ายในราคาเริ่มต้น 28,990 บาท สำหรับ OnePlus 8 และ OnePlus 8 Pro ราคา 34,990 บาท หน่วยประมวลผลระดับ Flagship อย่าง Qualcomm Snapdragon 865 ที่ถือว่าเร็วแรงที่สุดในขณะนี้ ตัวชิพเซ็ตรองรับการเชื่อมที่สุดยอดอย่างเครือข่าย 5G มาพร้อมหน้าจอขนาดใหญ่ 6.78 นิ้วแสดงผลได้ 10 Bit หรือ 1 พันล้านสี ความละเอียดหน้าจอ FHD+ เทคโนโลยีถ่ายภาพก็มีกล้องมาให้ 4 เลนส์ ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX689 สามารถซูมภาพแบบดิจิตอลได้ถึง 30 เท่า รองรับการชาร์จด้วยสาย USB และ Wireless ที่กำลังไฟ 30 วัตต์

oneplus8series5g

สรุปสเป็ค ONEPLUS 8 PRO

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE, 5G
  • หน้าจอแสดงผลแบบ Fluid Display ขนาด 6.78 นิ้ว ความละเอียด 1440 x 3168 พิกเซล แสดงผล 1 พันล้านสี
  • จอแสดงผลรีเฟรชเรท 120 Hz, รองรับ HDR10+, TUV Eye Comfort Certification
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865
  • หน่วยความจำ RAM 12 GB, ROM 256 GB
  • กล้องหลัง 4 เลนส์
    • กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586
    • กล้อง Telephoto ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ซูมออฟติคอล 3 เท่า
    • กล้อง Ultra Wide Angle 48 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 116 องศา
    • กล้อง Depth 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหน้า Punch Hole ความละเอียด 16 ล้านพิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย OxygenOS
  • ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ Dolby Atmos
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,510 mAh รองรับ Warp Charge 30T กำลังไฟ 30 วัตต์
  • รองรับระบบชาร์จไร้สายกำลังไฟ 30 วัตต์
  • กันน้ำ กันฝุ่นตามมาตรญาน IP68
  • มี 2 สีให้เลือก สีเขียว Gracial Green, สีฟ้า Ultramarine Blue
  • ราคา 34,990 บาท รุ่น OnePlus 8 Pro
  • ราคา 28,990 บาท รุ่น OnePlus 8

Mi 10

Mi 10 มาพร้อมชิปเซ็ตเรือธงที่รองรับ 5G ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 865 5G Mobile Platform ระบายความร้อน LiquidCool 2.0 ที่มีระบบ vapor chamber ความจุ 8 GB + 256 GB หน้าจอโค้งขนาด 6.67 นิ้ว แบบ AMOLED DotDisplay แสดงผล 90 Hz เพื่อให้หน้าจอทำงานได้เร็วลื่นไหลไม่กระตุก กล้องหลัก 108 ล้านพิกเซล ถ่ายวิดีโอคมชัดระดับ 8K 30 เฟรมเรตต่อวินาที แบตเตอรี่ขนาดใหญ่ถึง 4780 mAh ชาร์จผ่านสายและไร้สาย 30 วัตต์ วางจำหน่ายในราคา 27,999 บาท

mi10

สรุปสเป็ค Mi 10

  • รองรับเครือข่าย 4G LTE, 5G
  • หน้าจอแสดงผลขนาด 6.67 นิ้ว แบบ AMOLED DotDisplay
  • หน่วยประมวลผล Qualcomm Snapdragon 865
  • หน่วยความจำ RAM 8 GB, ROM 256 GB
  • กล้องหลัง 4 เลนส์ ระบบ AI
    • กล้องหลักความละเอียด 108 ล้านพิกเซล เซ็นเซอร์ Sony IMX586
    • กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
    • กล้อง Ultra Wide Angle 13 ล้านพิกเซล มุมกว้าง 123 องศา
    • กล้อง Depth 2 ล้านพิกเซล
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 8K 30 เฟรมต่อวินาที
  • กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล
  • ระบบปฏิบัติการ Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11
  • ลำโพงคู่แบบสเตอริโอ
  • แบตเตอรี่ขนาด 4,780 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไร้สายกำลังไฟ 30 วัตต์
  • ราคา 27,999 บาท