[Review] POCO F2 Pro มือถือกล้องหน้า Popup พร้อมพลัง Snapdragon 865 ในงบเริ่มต้น 17,990 บาท 

[Review] POCO F2 Pro มือถือกล้องหน้า Popup พร้อมพลัง Snapdragon 865 ในงบเริ่มต้น 17,990 บาท 

กลับมาพบกับรีวิว Gadget และ Smart Phone จากทีม Sanook Hitech อีกครั้ง ในคราวนี้ใครอยากได้มือถือ ที่ใช้ขุมพลังท๊อปอย่าง Qualcomm Snapdragon 865 ตัวแรง รองรับ 5G แต่ว่า ราคาไม่แรงในงบ ต่ำกว่า 2 หมื่น ขอแนะนำ POCO F2 Pro เครื่องนี้ที่น่าใช้และน่าเล่นไม่เบา แต่ว่าจะน่าสนใจแค่ไหน ต้องติดตามในรีวิวนี้ตั้งแต่ต้นจนจบ พร้อมแล้ว รับชมกันเลย 

แกะกล่อง POCO F2 Pro  

sa_poco_1002

ภายในกล่องของ POCO F2 Pro ยังคงมีอุปกรณ์มาให้ครบเครื่องดังนี้ 

  • ตัวเครื่อง POCO F2 Pro 
  • เคสใส 
  • คู่มือเครื่อง 
  • สายชาร์จไฟ 
  • ที่ชาร์จกำลัง 30W  

รูปลักษณ์ดีไซน์ของ POCO F2 Pro 

เริ่มต้นกับหน้าจอแบบ Full View Display ขนาด 6.67 นิ้วเป็นแบบ Super AMOLED สวยคมและแน่นอนว่า มันไม่มีอะไรมาบดบัง ความละเอียด 2400x1080 พิกเซล ถือว่าละเอียดมากอยู่ครับ 

sa_poco_1014

ส่วนบนของหน้าจอเนื่องจากกล้องเป็นแบบ Popup ก็จะซ้อนไว้ด้านบน ก็จะมีเซนเซอร์ที่อยู่ตรงขอบสีดำ และมี icon แจ้งเตือนและมีการบอก เปอร์เซนต์แบตเตอรี่ของเครื่องมาให้ 

sa_poco_1016

ส่วนล่างของหน้าจอ เป็นส่วนควบคุมหน้าจอ โดยสามารถสั่งทั้ง Recent สลับ Apps, Home กดเข้าหน้าจอ, และ Back สำหรับย้อนกลับ และมีระบบสแกนนิ้วในหน้าจอ ทั้งนี้ปุ่มต่างๆ สามารถตั้งค่าปุ่มลดผ่าน Setting ได้เช่นเดียวกัน 

sa_poco_1015

รองตัวเครื่องเห็นราคาเครื่องไม่ถึง 2 หมื่นกับขุมพลังแรงแบบนี้ก็ไม่ได้ลดต้นทุนมาก เพราะยังได้โครเมียมรอบตัวด้วยกันประกอบไปด้วยฝั่งซ้ายไม่มีอะไรให้กด ถาดใส่ซิมก็ไม่ได้อยู่ตรงนี้ แต่จะมีแค่เส้นสีขาวเป็นที่อยู่ของเสาอากาศเท่านั้น 

sa_poco_1010

ฝั่งขวามีปุ่มสำหรับเปิด / ปิด ตัวเครื่องเป็นสีแดง และปุ่มปรับระดับเสียงมาให้คุณได้กดเลือกเช่นเดียวกัน  

sa_poco_1008

ส่วนบนจะมีอินฟราเรดสำหรับสั่งเครื่องใช้ไฟฟ้า ผ่าน Apps Mi Remote ไมโครโฟน กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล และ ช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรมาให้อยู่ด้านบน 

sa_poco_1011

sa_poco_1013

ส่วนล่างมาพร้อมกับช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM ทั้งหมด 2 ช่อง, USB-C, ไมโครโฟน และ ลำโพงของตัวเครื่องด้านล่าง 

sa_poco_1006
sa_poco_1007

พลิกมาด้านหลัง จะมีกล้องหลัง 4 ตัววางเป็นวงกลมอยู่ด้านบนสุดสำหรับด้านหลังพร้อมกับ LED Flash และมีโลโก้ POCO ด้านล่างสุด ที่ออกมาสวยงามอย่างมากเงางามและมีสีสันให้เลือกเยอะ 

sa_poco_1003

ภาพรวมการออกแบบ / น้ำหนักตัวเครื่อง / สีสัน 

sa_poco_1017

ในภาพรวมอขง POCO F2 Pro เป็นมือถือน้ำหนักมากประมาณหนึ่งเพราะต้องอย่าลืมว่ามีกลไกของกล้องหน้าที่เป็นแบบ Popup มาให้คุณใช้ แต่หากเมื่อเทียบกับมือถือในเกรดเดียวกัน ถือว่าดูทรงออกมาแพงและน่าใช้งานไม่น้อย 

ส่วนเรื่องกล้องหน้าแบบ Popup ไม่ต้องตกใจเพราะมีการใช้มาหลายยี่ห้อก่อนหน้านี้และ Xiaomi ก็มีใช้ก็หลายรุ่น ความแข็งแรงระบบป้องกันความเสียหายของกล้องต้องมีเช่น เมื่อเครื่องหลุดจากมือ กล้องหน้าเก็บทันที และระบบสแกนใบหน้าจะเปิดกล้องและจับหน้าได้ก็จะปิดอัตโนมัติทันที 

สำหรับสีสันของเครื่อง POCO F2 Pro มีให้เลือกเยอะมากไม่ว่าจะเป็น Neon Blue, Phantom White (ที่ได้มารีวิว), Electric Purple, Cyber Gray 

เปิดเครื่องลองฟีเจอร์และประสิทธิภาพของ POCO F2 Pro 

สเปกของ POCO F2 Pro 

  • ขนาด: 163.3 x 75.4 x 8.9 มิลลิเมตร     
  • หนัก: 219 กรัม     
  • หน้าจอแสดงผล : ขนาดประมาณ 6.67 นิ้ว เป็นแบบ Super AMOLED ความละเอียด 2400x1080 พิกเซล     
  • ชิปเซ็ต : Qualcomm Snapdragon 865 + GPU: Adreno 650 
  • RAM : 6 - 8 GB    
  • ROM : 128 – 256 GB     
  • ความจำเสริม : ไม่สามารถเพิ่มได้    
  • ระบบปฏิบัติการ:  Android 10 ครอบทับด้วย MIUI 11  (อัปเกรดไป MIUI 12 ได้)  
  • WiFi 802.11 AX (WiFi 6)    
  • Bluetooth 5.1 
  • การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ : 2G/3G/4G LTE-A  / 5G รองรับที่ 700 MHz 
  • กล้องหลัง 4 ตัว:    
    กล้องตัวแรก มุมมองกว้าง ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, F/1.9(OIS)     
    กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล,F/2.4     
    กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Depth Sensor ขนาด 2 ล้านพิกเซล  
    กล้องตัวที่สี่เป็นเลนส์ Telephoto / Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า และเข้าใกล้ 4 เซนติเมตร 
      
  • กล้องหน้าเซลฟี่ : ความละเอียดกล้องหลัก 20 ล้านพิกเซล     
  • รองรับ: ระบบสแกนใบหน้า 2 มิติ    
  • รองรับ: สแกนนิ้วบนหน้าจอ( fingerprint )     
  • รองรับ : nano SIM Dual SIM    
  • มาตรฐานระดับการกันน้ำ -    
  •  แบตเตอรี่ : Li-Po 4700 mAh รองรับ Fast Charge 30W    
  • สี: Midnight Black, Glacier White, Nebula Purple  
  • ราคา : 17,999 บาท (RAM 6GB+128GB), 20,999 บาท (RAM 8GB + 256GB) 

ผลการทดสอบประสิทธิภาพ / ทดลองเล่นเกม 

screenshot_2020-06-11-22-04-4

ผลการทดสอบประสิทธิภาพด้วย AnTuTu =571,039 คะแนน 

screenshot_2020-06-11-20-09-3

ผลการทดสอบประสิทธิภาพ จาก Geekbench 5 = 911 คะแนน (Single Core) | 3300 คะแนน (Multi Core) 

sa_poco_1021

เมื่อดูผลจากการทดลองประสิทธิภาพถือว่าทำได้ไม่ผิดหวังและตอบสนองได้ดีแน่นอน มาพร้อมกับจุดเด่นไม่ว่าจะเป็น Game Turbo ระบบเพิ่มประสิทธิภาพระหว่างการเล่นเกมได้ศักยภาพที่เต็มที่ขึ้นมากกว่าเดิม ถึงแม้ว่าจะได้รุ่น RAM 6GB และความจำ 128GB ก็ตาม 

ทดลองใช้นำทาง / ระบบการเชื่อมต่อไร้สาย 

sa_poco_1022

เมื่อทดลองใช้นำทางถือว่าสอบผ่านเพราะรองรับการบอกพิกัดที่ตรงและแม่นยำ เพียงแต่ว่า แม้ว่าการเชื่อมต่อไร้สายในตัว POCO F2 Pro จะทันสมัยเพราะรองรับ WiFi 6 ( 802.11 AX), Bluetooth 5.1 4G / 5G ครบ แต่ว่าเรื่องที่น่าเสียดายคือ 5G ยังไม่ได้รองรับ ณ เวลานี้ เพราะต้องรอคลื่น 700 เปิดเท่านั้น 

การแสดงผลหน้าจอ / ระบบเสียง 

sa_poco_1020

การแสดงผลหน้าจอของ POCO F2 Pro ถือว่าใหญ่อลังการงานสร้างด้วยหน้าจอแบบ Super AMOLED ความละเอียด 2400x1080 พิกเซล และสีสันคมชัดเรียกได้ว่าไม่ได้เป็นรองใคร และได้ความสว่างระดับ 500 nits เรียกได้ว่ามากพอสมควร 

sa_poco_1006

ระบบเสียงนั้นให้เสียงที่คมชัดแม้ว่าจะมีลำโพงเดียว แต่ว่าข้อสังเกตที่สำคัญคือ เมื่อเทียบกับ Android และมือถือตัวอื่นในเวลาโทรนั้น ลำโพงด้านล่างแบบ ตัวเดียว กลับไม่ได้ให้เสียงสนทนาที่ดีสักเท่าไหร่ แต่ Ear Peach  

ระบบปฏิบัติการ / ฟีเจอร์โดดเด่น / ระบบความปลอดภัย 

f2_ui

POCO F2 Pro ยังคงเป็นมือถือที่มีการหยิบยืมลูกเล่นจาก Xiaomi มาแทบทั้งหมด ประกอบไปด้วย ระบบปฏิบัติการ เลือกใช้ Android 10 มาพร้อมกับ MIUI 11 รุ่นใหม่ที่มีจุดเด่นคือการตกแต่งเรียบง่ายและมี Theme ที่มีให้เลือกหลากหลายมากขึ้น และระบบต่างๆ ทำงานรวดเร็วและยังรองรับฟีเจอร์ต่างๆ ในอนาคตได้ แถมไปต่อกับ MIUI 12 ได้อีกด้วย  

  f2_tools

ฟีเจอร์หลักๆ  ยังคงมีเครื่องมือให้ครบตามแบบของ MIUI ประกอบไปด้วย เครื่องคิดเลข, เครื่องอัดเสียง, เข็มทิศ, ระบบดูแลรักษาเครื่อง และอื่นๆ รวมไปถึง Mi Remote ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบใช้มือถือคุมอุปกรณ์ไร้สายได้ และยังมีฟีเจอร์ Dual Apps, การดูแลรักษาสุขภาพของเครื่อง เหมือนเคย  แถมยังรองรับกับ Gesture ได้มากมายในเครื่องนี้ 

   

ระบบความปลอดภัยมาพร้อมกับระบบสแกนนิ้วในหน้าจอที่ทำงานเร็วมาก และระบบสแกนใบหน้าแบบ 2D เท่านั้นเอง 

เปิดกล้องลองถ่ายภาพด้วย POCO F2 Pro 

sa_poco_1004

ในเรื่องของกล้อง POCO F2 Pro ยังจัดหนักจัดเต็มมาให้ถึง 4 ตัวด้านหลัง และ 1 ตัวที่ด้านหน้ารายละเอียดมีดังนี้ 

  • กล้องตัวแรก มุมมองกว้าง ความละเอียด 64 ล้านพิกเซล, F/1.9(OIS)      
  • กล้องตัวที่สองเป็นเลนส์ Ultra-Wide ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล,F/2.4      
  • กล้องตัวที่สามเป็นเลนส์ Depth Sensor ขนาด 2 ล้านพิกเซล   
  • กล้องตัวที่สี่เป็นเลนส์ Telephoto / Macro ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล ซูมได้ 2 เท่า และเข้าใกล้ 4 เซนติเมตร 
  • รองรับ LED Flash 1 ดวง 
  • กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซลเป็นแบบ POPUP 

ฟีเจอร์ของกล้อง POCO F2 Pro 

ยังคงได้ลูกเล่นจาก Xiaomi ตั้งแต่ โหมดเกี่ยวกับภาพอยู่ทางขวา และ โหมดวิดีโออยู่ทางซ้ายรองรับฟีเจอร์การถ่ายภาพและวิดีโอได้หลากหลายรวมถึง Pro Mode และมี AI Scene ปรับสีและแสงตามสิ่งแวดล้อมที่เจอ 

ตัวอย่างภาพจากกล้อง POCO F2 Pro 

 sa_poco_c005ระยะ Ultra Wide
sa_poco_c006ระยะ 1X
sa_poco_c007ระยะ 2X
sa_poco_c008ระยะซูมสุด

ภาพกลางวัน / แสงปกติ ถือว่าเป็นจุดเด่นเลยครับ เพราะสีสันคมชัดไม่ว่าจะเป็นความละเอียดปกติที่ 12 ล้านพิกเซล หรือจะปรับเป็น 64 ล้านพิกเซลให้สีสันที่กำลังดีเลยครับ 

 sa_poco_c017
sa_poco_c018
sa_poco_c020
sa_poco_c021

ภาพกลางคืน / แสงน้อย โหมดปกติในแบบ AI Scene Mode ยังคงทำได้ดี แต่ยังแนะนำว่า ถ้าเปิด Night Mode การจัดการและแสดงผลของสีจะดูลงตัวมากขึ้น 

 sa_poco_c004
sa_poco_c011
sa_poco_c012

ภาพในรูปแบบอื่นๆ ทั้งการถ่ายอาหารให้สีสันที่สวยงามลงตัว และนอกจากนี้สิ่งที่ชอบที่สุดคือ Macro เก็บรายละเอียดได้ดีมากคมชัดทุกอณูเลยครับ 

ลองฟีเจอร์ของกล้องวิดีโอในตัว POCO F2 Pro 

f2_vdo

ภาพนิ่งว่ายอดเยี่ยมแล้ววิดีโอถือว่าก็มีโหมดให้เล่นเยอะเช่น ความละเอียด 8K, 4K 60 FPS, 1080P และ 720P และมีระบบกันสั่นมาด้วย แต่อาจจะเป็นเฉพาะเครื่องนี้ที่มีข้อสังเกตว่าเปิด โหมดระบบกันสั่นภาพกลับทำได้ไม่ดีเท่ากับโหมดปกติ  

นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์ทั้งการถ่ายแบบ Slowmotion, Timelapse และวิดีโอแบบสั้นเป็นต้น 

กล้องหน้าของ POCO F2 Pro ที่เป็นแบบ Popup ถ่ายภาพดีไหม 

sa_poco_1013

sa_poco_cf002
sa_poco_cf003

มาถึงกล้องหน้ากันบ้างล่ะครับ POCO F2 Pro ให้กล้องหน้าความละเอียด 20 ล้านพิกเซล ถือว่าละเอียดดีใช้ได้ และยังมีโหมดปรับได้ทั้งรูปแบบการละลายหลัง, ค่า F ให้เกิดการเบลอ บิวตี้และฟิลเตอร์มาครบและไม่เต็ม ส่วนการถ่ายวิดีโอแม้ว่าจะไม่มี Beauty มาให้แต่ก็มีฟิลเตอร์ให้คุณได้เลือกใช้งานมากมายเหมือนเดิม รองรับการถ่ายวิดีโอที่ความละเอียด Full HD และหากมือถือตก กล้องจะเก็บเองและปิดกล้องเองให้ด้วย 

แบตเตอรี่ / ระบบชาร์จไฟ 

f2_batt

ด้วยขนาดแบตเตอรี่อยู่ที่ 4700 mAh เท่านั้นไม่ได้ใหญ่เท่าไหร่ แต่ถ้าไม่ได้เล่นเกมหนักก็สามารถใช้งานได้นานเหมือนกัน แต่ถ้าผลการทดสอบจะอยู่ได้ประมาณ 8 ชั่วโมงกว่าเท่านั้น 

ส่วนระบบชาร์จไฟของ POCO F2 Pro ให้กำลังที่ 30W ถือว่าแรงอยู่และมีที่ชาร์จแบบนี้ติดมาในกล่องด้วยเช่นเดียวกัน มีการเคลมว่าชาร์จไฟเต็มจาก 0 – 100% ใช้เวลาแค่ 63 นาทีเท่านั้น 

สรุปหลังจากทีม Sanook Hitech ได้ทดลองใช้ POCO F2 Pro มาสักระยะเวลาหนึ่ง 

นับว่าเป็นอีกทางเลือกหนึ่งของคนที่อยากได้มือถือสเปกเรียกว่าใหม่ล่าสุด แรงสุด เร็วสุด ณ ตอนนี้ ในงบไม่บานปลาย จนเกินไป แต่อาจจะต้องแลกกับเรื่องของดีไซน์บางจุดที่อาจจะเก่าไปเช่นกล้องหน้า popup แต่ก็ได้หน้าจอแสดงผลเต็มที่ ไม่มีอะไรบังแต่อย่างใด ถือว่าเป็นความลงตัวที่น่าสนใจไม่เบากับมือถืออย่าง POCO F2 Pro  

แค่ว่าที่ต้องรับให้ได้กับมือถือรุ่นนี้คือ การรองรับ 5G ที่ยังไม่สามารถใช้ได้กับคลื่น 2600 ยังไม่สามารถใช้งานกับช่วงทดสอบตอนนี้ไม่ได้ รวมถึงลำโพงเวลาโทรนั้น เปิด Speaker เสียงจะค่อนข้างแย่ และแบตเตอรี่ให้ขนาดกำลังดี แต่ถ้าใช้ดีๆ แล้ว มันจะอึดพอสมควร 

sa_poco_1003

ทั้งหมดนี้ในราคา 17,999 บาท (RAM 6GB+128GB), 20,999 บาท (RAM 8GB + 256GB) นับว่าไม่แพงจนเกินไปครับ แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มราคานี้ก็มีหลายรุ่นทั้งค่ายเดียวกัน และต่างค่าย แต่สุดท้ายแล้ว ถ้าต้องการมือถือที่สามารถใช้งาน 5G ได้แน่นอน หน้าจอใหญ่กำลังดี เน้นเล่นเกมมากที่สุดกับขุมพลัง Snapdragon 865 POCO F2 Pro  เป็นทางเลือกที่น่าใช้ไม่เบาครับ 

จุดเด่น 

  • ออกแบบได้ลงตัวจับถนัดมือ 
  • หน้าจอใหญ่และให้สีที่สวยงาม 
  • สเปกใหม่ล่าสุดด้วย Snapdragon 865 
  • มีช่องเสียบหูฟัง 
  • ราคาดูสมเหตุสมผล 
  • ชาร์จไฟเร็วมาก 
  • สีสันมีให้เลือกเยอะ 

ข้อสังเกต 

  • เวลาเปิด Speaker เสียงจะเบาผิดปกติ 
  • ยังไม่รองรับ 5G คลื่น 2600 MHz 
  • หน้าจอยังไม่รองรับค่า Refresh Rate 90 – 120 Hz