เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมกับพันธกิจในการลดการใช้พลังงาน

เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคมกับพันธกิจในการลดการใช้พลังงาน

ภาคธุรกิจโทรคมนาคมทั่วโลกกำลังหาหนทางที่ยั่งยืนในการเพิ่มศักยภาพของเครือข่ายเพื่อรองรับการใช้งานอินเทอร์เน็ตที่กำลังจะพุ่งพรวดขึ้นอีก 4 เท่าตัว ในขณะที่จะยังคงใช้พลังงานที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายเท่าเดิมหรือแม้กระทั่งน้อยลงไปอีก

ทำให้เกิดคำถามขึ้นมากมายว่าทำได้จริงหรือ คำตอบคือเป็นไปได้ การลดอัตราการเพิ่มขึ้นของการใช้พลังงานในเครือข่ายโทรคมนาคม หรือ Breaking the Energy Curve นั้นไม่ใช้เรื่องของความเป็นไปได้หรือไม่ได้ เรื่องดังกล่าวถือเป็นความรับผิดชอบร่วมกันของทั้งผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์โทรคมนาคม ผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสาร และภาครัฐผู้กำหนดนโยบาย

istock-914327272

อีริคสัน ในฐานะผู้นำในเรื่องการผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์และเทคโนโลยีการสื่อสารในระดับโลก เราได้มีการทำประมาณการว่าต้นทุนการใช้พลังงานของอุตสาหกรรมโทรคมนาคมทั่วโลกมีมูลค่าถึงกว่า 8 แสนล้านบาท ซึ่งรวมถึงต้นทุนในการจัดซื้อพลังงานและต้นทุนในส่วนผลกระทบสิ่งแวดล้อมอันเกิดจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (Carbon Footprint)

จากประสบการณ์กว่า 20 ปีในการวิจัยในเรื่องความยั่งยืน อีริคสันพบว่าบริการอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์บนมือถือเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน ความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และการลดอัตราการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ภาคธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมมีส่วนในการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพียง 1.4 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณก๊าซที่ถูกปล่อยทั้งหมดในโลก ทว่าเรามีศักยภาพในการช่วยผลักดันให้ภาคอุตสาหกรรมอื่น อาทิ ธุรกิจพลังงาน ภาคการผลิตและการขนส่ง สามารถลดการใช้พลังงานได้ถึง 15 เปอร์เซ็นต์

ในขณะที่ประเทศไทยกำลังเดินหน้าเข้าสู่ยุคแห่งการสื่อสารในระบบ 5 จี นั้น หากเรายังคงพัฒนาเครือข่ายไปในรูปแบบเดิมที่ใช้กับระบบ 3 จี และ 4 จี นั้น แน่นอนว่าอัตราการใช้พลังงานจะสูงขึ้นอีก 1 เท่าตัวตามปริมาณการใช้งานอินเทอร์เน็ตบนมือมือที่กำลังเพิ่มอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เป็นผลดีทั้งในเรื่องความยั่งยืนในการประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

อีริคสันมีความมุ่งมั่นทุ่มเทต่อการสร้างมาตรฐานเทคโนโลยี 5 จี ที่เป็นมิตรต่อโลกและมนุษย์ ด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่เกินขีดจำกัดเดิม อีกทั้งยังสามารถประหยัดการใช้พลังงานได้อย่างมีนัยยะสำคัญ โดยการนำเอา Smart Sleep Mode มาปรับใช้กับระบบเครือข่าย การขยายขอบเขตพื้นที่การให้บริการให้ครอบคลุมขึ้นด้วยคลื่นความถี่ต่ำ (Low Bands) และเพิ่มขีดความสามารถและความเร็วด้วยการผสานคลื่นความถี่ในหลายย่านมาให้บริการ (Carrier Aggregation)

เพื่อให้บรรลุเป้าหมายในการลดการใช้พลังงาน อีริคสันขอนำเสนอ 4 ทางเลือกในการพัฒนาระบบเครือข่ายสื่อสารในประเทศไทยสู่ประสิทธิภาพสูงสุดทั้งในการเชื่อมโยงผู้คน ต่อยอดทางธุรกิจ และสร้างความยั่งยืนให้กับสังคมรอบด้าน

การเตรียมความพร้อมให้กับเครือข่าย

การปรับปรุงชุดอุปกรณ์ให้ทันสมัย รวมทั้งการติดตั้งอุปกรณ์ใหม่เพื่อแทนที่อุปกรณ์ชุดเดิมที่ไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานในยุคปัจจุบันได้ เป็นการสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่ง แต่ผู้ให้บริการเครือข่ายสื่อสารส่วนใหญ่ยังเลือกที่จะไม่เดินหน้าเต็มตัวในการยกเครื่องระบบ

ซึ่งจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างโอกาสทางธุรกิจและลดค่าใช้จ่ายในด้านพลังงาน อีริคสันได้สร้างฮาร์ดแวร์ที่มีมาตรฐานสูงเพื่อรองรับการใช้งานในหลากหลายรูแบบ เช่น ERS (Ericsson Radio System) และ 5GC (Dual-mode 5G Core) สามารถช่วยลดการใช้พลังงานในระบบเครือข่ายได้อย่างมหาศาล และทำให้ผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถปรับไปสู่ระบบ 5 จี ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายโดยจากการติดตั้งซอฟต์แวร์ลงไปเท่านั้น

ด้วยซอฟต์แวร์ ESS (Ericsson Spectrum Sharing) ผู้ให้บริการสามารถสร้างเครือข่าย 5 จีได้จากคลื่นความเดิมที่ให้บริการ 4 จี อยู่โดยไม่กระทบกับการใช้งานของระบบเดิม สะดวกรวดเร็ว ทรงประสิทธิภาพ และที่สำคัญที่สุดสามารถลดการใช้พลังงานได้อย่างเห็นผล

ติดตั้งซอฟต์แวร์เพื่อลดการใช้พลังงานของระบบ

จุดเด่นของผลิตภัณฑ์ RAN (Radio Access Network) ของอีริคสันคือ DNA ของระบบในด้านความประหยัดพลังงาน ซึ่งเกิดจากการนำเทคโนโลยี Machine Learning มาใช้เพื่อให้สามารถลดต้นทุนลงได้ โดยใช้ฟีเจอร์อย่าง MSTx (Micro Sleep Tx) และ LESS (Low Energy Scheduler Solution) เพื่อลดต้นทุนได้กว่า 15 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ยังรักษามาตรฐานในเรื่องประสบการณ์ใช้งานของลูกค้าได้เป็นอย่างดี

istock-1151590823

การสร้างเครือข่ายสื่อสาร 5 จี ด้วยความแม่นยำ

การจะสร้างเครือข่ายสื่อสาร 5 จี ที่ตอบโจทย์ทั้งผู้ใช้งานและผู้ให้บริการ อุปกรณ์ที่ใช้จะต้องมีประสิทธิภาพและติดตั้งในจุดที่ถูกต้องแม่นยำ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดของระบบในต้นทุนการบริหารจัดการที่เอื้อต่อการสร้างผลตอบแทนการลงทุน ด้วย ERS (Ericsson Radio System) 5GC (Dual-mode 5G Core) และ ESS (Ericsson Spectrum Sharing) การสร้างเครือข่าย 5 จีจะเกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงทีพร้อมกับฟีเจอร์ด้านความประหยัดพลังงาน โดยที่ไม่ต้องติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมใดๆ

บริหาร Site Infrastructure ด้วย Smart Solutions

ด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI (Artificial Intelligence) ผู้ให้บริการเครือข่ายจะสามารถบริหารจัดการระบบสื่อสาร ได้อย่างเท่าทัน ผลิตภัณฑ์ของอีริคสันมีเครื่องมือที่จะช่วยควบคุมการทำงานของ Passive Equipment สามารถวิเคราะห์และทำนายสิ่งที่จะเกิดขึ้นในระบบได้อย่างแม่นยำ ประสบการณ์ระดับโลกของอีริคสันผนวกกับเครื่องมือและเทคโนโลยีล่าสุดใน AI, ระบบ Automation และ Machine Learning (ML) เพื่อดึงข้อมูลเชิงลึกมาให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานโดยมุ่งเน้นที่ประสบการณ์ลูกค้าเป็นหลัก

อีริคสันเปิดสวิทช์ 5G ให้กับผู้ให้บริการด้านการสื่อสารทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดประตูสู่โอกาสใหม่ ๆ ในด้าน IoT, Industry 4.0 และระบบดิจิทัล  นอกจากนั้น แพลตฟอร์ม Ericsson Operations Engine ยังสร้างความแตกต่างอย่างยั่งยืนด้วยการพัฒนาจากการใช้เครือข่ายเป็นศูนย์กลาง (network-centric) มาเป็นการใช้ประสบการณ์ของผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง (user-experience-centric) แทน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงลึกถึงระดับฐานรากจากปฏิบัติการเชิงรับเป็นเชิงรุก โดยมีการใช้ประโยชน์จากข้อมูล ระบบ Automation และปัญญาประดิษฐ์อย่างเต็มรูปแบบ

ในปัจจุบันอีริคสันเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายอุปกรณ์และให้บริการเทคโนโลยีการสื่อสารให้กับเครือข่ายการสื่อสารในระบบ 5 จี ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 29 เครือข่ายใน 19 ประเทศทั่วโลก

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ เทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม