มาเป็นชุด! Xiaomi เปิดตัวมือถือ 5G รวดเดียว 3 รุ่น พร้อมกองทัพสินค้าเพียบ

มาเป็นชุด! Xiaomi เปิดตัวมือถือ 5G รวดเดียว 3 รุ่น พร้อมกองทัพสินค้าเพียบ
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

ช่วงนี้เจ้านวัตกรรมแห่งแดนมังกร Xiaomi ทำผลงานได้ท็อปฟอร์มมาก ไม่ว่าจะหยิบจับสินค้าอะไรมาเปิดตัวก็เรียกกระแสความสนใจจากชาวเน็ตได้เสมอ และล่าสุด Xiaomi ก็กลับมาเปิดตัวมือถือระดับเรือธงประจำปี 2020 อย่าง Xiaomi Mi 10 Series รายละเอียดอะไรบ้าง มาดูกันครับ

สำหรับซีรีส์ Mi 10 ในปีนี้มาด้วยกันทั้งหมด 2 รุ่นหลัก + 1 รุ่นเล็กได้แก่

  1. Mi 10 เรือธงตัวเริ่มต้น กล้องหลัง 108MP
  2. Mi 10 Pro เรือธงตัวอัปเกรดกล้องหลังและหน้า
  3. Mi 10 Lite 5G รุ่นเล็กตัดสเปค ราคาน่ารัก

โดยทั้งสามรุ่นมาพร้อมกับสเปคแบบจัดหนักจัดเต็ม ใช้ซีพียูที่รองรับ 5G ทั้งหมดถือว่าน่าสนใจเลยครับ เราลองมาเจาะดูรายละเอียดทีละรุ่นกันเลย

Xiaomi Mi 10 | 10 Pro

สำหรับจุดเด่นของ Xiaomi Mi 10 และ Mi 10 Pro อยู่ที่กล้องหลัก 108MP ความสามารถถือว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว สามารถอัดวิดีโอระดับ 8K ได้พร้อมกับมีฟีเจอร์วิดีโอที่ทำงานได้แบบ Real-time อย่าง ระบบกันสั่น Shoot Steady, ฟีเจอร์ตัดสีฉากหลัง Color Focus, ฟีเจอร์ทำหน้าชัดหลังละลาย Portrait Mode และสุดท้ายฟีเจอร์ปรับการตั้งค่าแบบละเอียด Pro Mode ที่เลือกปรับ Focus Peaking, Exposure Verification, AE/AF Lock และ LOG mode

สำหรับชุดกล้อง Xiaomi Mi 10 และ Mi 10 Pro มีไม่เหมือนกันครับ ต่างกันยังไงดูที่ตารางเลย

Mi 10Mi 10 Pro กล้องจับระยะ 2MPกล้องซูม x10 8MP (Hybrid Zoom) กล้องหลัก 108MP + กันสั่น OISกล้องซูม x2 12MP (Optical Zoom) กล้องมาโคร 2MPกล้องหลัก 108MP + กันสั่น OIS กล้องมุมกว้าง 13MP กล้องมุมกว้าง 20MP เซ็นเซอร์ Flicker Sensor เซ็นเซอร์ Flicker Sensor

โดยกล้องหลัง Mi 10 Pro เรื่องกล้องครบเครื่องกว่าครับ เพราะว่ามีกล้องซูมที่สามารถซูมแบบ Optical x2, ซูมแบบ Hybrid x10 และสามารถซูมแบบดิจิตอลได้ถึง x50 เลยทีเดียว ภาพเป็นยังไงลองดูกันครับ (ตัวอย่างภาพในไลฟ์) และอีกสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนชอบมากก็คือ Hardware Flicker Sensor ครับ เจ้าตัวนี้ใช้แก้ปัญหาถ่ายวิดีโอแล้วภาพกะพริบได้อย่างดี ยกตัวอย่างเช่นถ่ายในหน้าจอ ตัวเซ็นเซอร์จะจับอัตรารีเฟรชเรตของหน้าจอแล้วปรับให้ตรงกัน ทำให้วิดีโอและภาพที่ได้ไม่มีการกะพริบครับ

สำหรับกล้องหน้าทั้งสองรุ่นเหมือนกันครับคือใช้ กล้องหน้า 20MP บวกระบบ AI ที่ช่วยให้การถ่ายเซลฟี่ง่ายและสวยขึ้น นอกจากนี้แล้วยังมีโหมดให้เลือกถ่ายอย่าง Front Panorama อีกด้วยนะครับ ด้านลำโพงก็ถือว่าเป็นอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจเหมือนกันครับ เพราะมาพร้อมกับระบบ Dual Speakers ที่รองรับระบบเสียง Hi-Res ด้วยครับ ตัวลำโพงมีขนาดใหญ่ถึง 12×16 มม. เรื่องหน้าจอ Xiaomi Mi 10 และ Mi 10 Pro ใช้จอแบบเดียวกันคือ AMOLED ขนาด 6.67 นิ้ว ความละเอียด FHD+ อัตรารีเฟรชเรต 90Hz ความสว่างสูงสุด 1200 nits รองรับ HDR10+ และแสดงสีได้แบบ Ture Color ตัววัสดุหน้าจอเป็น Gorilla Glass 5

ด้านคะแนนการันตีก็ได้จาก DXO Mark มาเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ด้านกล้อง 124 คะแนน, ด้านวิดีโอ 104 คะแนน ด้านเสียง 76 คะแนน

สเปคก็ใช้ชิปเซ็ตตัวแรง Qualcomm Snapdragon 865 ตัวล่าสุดที่รองรับเทคโนโลยี 5G สำหรับแรมและความจุก็มีให้เลือกสองขนาดคือ 8GB / 12GB และ 256GB / 512GB สำหรับตัวแรมเองใช้เทคโนโลยี LPDDR5 ส่วนความจุก็เป็น UFS 3.0 ที่เร็วและแรงกว่าเดิม สำหรับการเชื่อมต่อก็เป็น Wi-Fi 6

 

ด้านแบตเตอรี่มีมาให้ไม่เท่ากัน Xiaomi Mi 10 อยู่ที่ 4780 mAh รองรับชาร์จเร็วสูงสุด 30W ส่วน Xiaomi Mi 10 Pro น้อยกว่า อยู่ที่ 4500 mAh แต่รองรับชาร์จเร็วถึง 50W และแถมที่ชาร์จแบบ 65W มาให้ในกล่องด้วย อันนี้เอาไว้ชาร์จกับแล็ปท็อปได้สบายๆ ส่วนการชาร์จไร้สายและการแชร์แบตฯ อันนี้รองรับทั้งคู่ครับ

สำหรับราคาขายในยุโรปเปิดตัวอยู่ที่ Xiaomi Mi 10 เริ่มต้น 799 ยูโร (ประมาณ 28,600 บาท) และ Mi 10 Pro เริ่มต้น 999 ยูโร (ประมาณ 35,700 บาท)

Xiaomi Mi 10 Lite 5G

 

และสำหรับรุ่นเล็ก Xiaomi Mi 10 Lite 5G หรือจะเรียกว่ารุ่นตัดสเปคก็ได้ ก็ยังคงรองรับ 5G ครับ สเปคมีอะไรบ้างมาดูกัน

  • หน้าจอ AMOLED ขนาด 6.7 นิ้ว ความละเอียด FHD+
    • กล้องหลัง 4 ตัว
    • กล้องหลัก 48MP
    • กล้องมุมกว้าง 8MP
    • กล้องมาโคร 2MP
    • กล้องจับระยะ 2MP
  • กล้องหน้า 16MP
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 765G
  • แรม 6GB LPDDR4X
  • หน่วยเก็บข้อมูล 64GB / 128 GB (UFS 2.1)
  • รองรับ 5G และ Wi-Fi 6
  • แบตเตอรี่ 4160 mAh รองรับชาร์จเร็ว 20W

 

สำหรับราคาเปิดขายของ Xiaomi Mi 10 Lite 5G ในยุโรปเริ่มต้นที่ 349 ยูโร (หรือประมาณ 12,500 บาท)

นอกจากจะเปิดตัวมือถือแล้ว Xiaomi ยังเปิดตัว หูฟังไร้สาย, ทีวี 4K, เครื่องฟอกอากาศ และสุดท้ายเป็นเราเตอร์ WiFi-6 ครับ ราคาเท่าไรบ้าง ดูด้านล่างนี้ได้เลย

  • หูฟังไร้สาย Mi True Wireless Earphone 2 เริ่มต้น 79.99 ยูโร (ประมาณ 2,900 บาท)
  • ทีวี Mi TV 4S 65″ เริ่มต้น 549 ยูโร (ประมาณ 19,700 บาท)
  • เครื่องฟอกอากาศ Mi Air Purifier 3H เริ่มต้น 179 ยูโร (ประมาณ 6,400 บาท)
  • เราเตอร์ Mi AIoT Router AX3600 เริ่มต้น 119.99 ยูโร (ประมาณ 4,300 บาท)
  • เราเตอร์ Mi AIoT Router AC2350 เริ่มต้น 49.99 ยูโร (ประมาณ 1,800 บาท)

สำหรับราคาทั้งหมดนี้เป็นราคาที่วางขายในเฉพาะภูมิภาคยุโรปเท่านั้นนะครับ ไม่ใช่ราคาที่วางขายในไทย เรายังคงต้องรอฟังข่าวกันอีกทีครับ แต่ถ้ามีการเปิดตัวเมื่อไร จะรีบมาอัปเดตข้อมูลให้เลยครับ