จีนทุ่มใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ รถยนต์ไร้คนขับและอื่น ๆ แทนคนป้องกันการแพร่ไวรัส Covid-19

จีนทุ่มใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ รถยนต์ไร้คนขับและอื่น ๆ แทนคนป้องกันการแพร่ไวรัส Covid-19
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

จีนใช้เวลาหลายทศวรรษในการพัฒนาเทคโนโลยีขึ้นมา และเหตุการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาทำให้จีนต้องทุ่มใช้ทรัพยากรเทคโนโลยีที่มีเพื่อต่อกรกับไวรัสโคโรนาหรือ Covid-19 ด้วย

หน่วยงานในประเทศจีนได้ใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในการขนส่งเสบียงและอาหารให้กับหน่วยงานทางการแพทย์ รวมถึงการใช้โดรนที่ติดตั้งอุปกรณ์ตรวจจับความร้อนเพื่อตรวจสอบการแพร่ระบาดของไวรัส อีกทั้งยังมีการใช้เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ในการพัฒนาวัคซีนสำหรับรักษาโรคด้วย แต่ยังไม่มีความชัดเจนมากนักว่าการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยจะสามารถป้องกันการแพร่ระบาดได้มากขนาดไหน โดยปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อไวรัสทั้งหมด 79,000 คนในประเทศจีน

รัฐบาลได้เน้นการใช้นวัตกรรมเข้ามาช่วย ซึ่งจีนได้ทุ่มงบประมาณหลายพันล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อกระตุ้นความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีแข่งกับชาติตะวันตกอย่างการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) หรือ รถยนต์ไร้คนขับ ซึ่งประธานาธิบดี Xu Jin Ping กล่าวว่า “การต่อสู้กับโรคระบาดจะไม่สามารถทำได้เลยหากปราศจากวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี”

บริษัทด้านอาหารรายใหญ่อย่าง Meituan Dianping ได้เปิดตัวหุ่นยนต์สำหรับขนส่งอาหารจากครัวไปยังลูกค้าทั้งบนโต๊ะ รวมถึงลูกค้าที่รอรับกลับบ้านด้วย

หรือแม้แต่บริษัท e-commerce อย่าง JD ก็ได้ใช้รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติในการขนส่งอุปกรณ์ทางการแพทย์ไปให้โรงพยาบาลในอู่ฮั่น แต่เส้นทางที่ขนส่งไปนั้นอยู่ในระยะ 600 เมตร แต่ก็ถือว่าทำงานได้ดีมาก

โดรนเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ถูกใช้เยอะไม่แพ้กัน โดยโดรนถูกใช้เป็นอุปรกรณ์สำคัญในกาาตรวจหาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนาผ่านการตรวจจับอุณหภูมิของร่างกาย ซึ่งหากมีการตรวจพบก็จะสามารถแจ้งให้ประชาชนเข้ารับการตรวจหาไวรัสได้ MicroMultiCopter สตาร์ตอัปในจีนได้ใช้โดรนนับร้อย และพนักงานกว่า 200 คนในศูนย์ควบคุมโดรน โดยโฆษกของ CNN เผยว่า “พวกเขาทำงานล่วงเวลาตลอด” และนี่คือการทดสอบระบบของโดรนที่ดีที่สุดในการใช้งานจริง

ทั้งหมดที่กล่าวมานี้แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลจีนให้ความสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นอย่างมาก

อ้างอิง CNN

แชร์โพสนี้

The post จีนทุ่มใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์ รถยนต์ไร้คนขับและอื่น ๆ แทนคนป้องกันการแพร่ไวรัส Covid-19 appeared first on #beartai.