เรื่องหลายคนกังวล ว่าด้วยวัยรุ่นยุคใหม่กับเทคโนโลยี

เรื่องหลายคนกังวล ว่าด้วยวัยรุ่นยุคใหม่กับเทคโนโลยี
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

เทคโนโลยีทุกวันนี้ล้วนมีความสามารถหลากหลายที่น่าทึ่ง แต่ก็มาพร้อมความกังวลเมื่อมันแพร่หลายและเป็นที่นิยมโดยเฉพาะเมื่ออยู่ในมือของลูกหลานเรา กับความสับสนที่เรามักจะได้รับข่าวคราวจากสื่อต่าง ๆ ถึงผลกระทบของการติดเทคโนโลยีบ้างก็ว่าอันตรายบ้างก็ว่าไม่มีผลกระทบ มาดูกันว่าเทคโนโลยีต่าง ๆ สร้างความกังวลอย่างไรจากการใช้งานของวัยรุ่นบ้าง

กังวลที่ 1 ขาดปฏิสัมพันธ์ที่แท้จริง ใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับคนในออนไลน์

ต้องยอมรับว่าคนรุ่นใหม่ยุคนี้ต่างขยับขยายมิตรภาพจากโลกความจริงไปสู่โลกออนไลน์กันมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะหันเหไปหาเพื่อนออนไลน์อย่างเดียวเท่านั้น แต่กับเด็กส่วนใหญ่หลังกลับจากโรงเรียนพวกเขาก็มักจะเชื่อมต่อกับโลกออนไลน์ พบเจอกับเพื่อนคนเดียวกันกับที่พบในโรงเรียน

ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามิตรภาพออนไลน์นั้นสะท้อนออกมาไม่ต่างจากมิตรภาพโลกจริงนัก นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ชี้ให้เห็นว่าแม้เด็กจะหมกมุ่นอยู่กับโลกออนไลน์ แต่พวกเขาก็ไม่ได้บกพร่องกับการมีมิตรภาพในโลกความจริง จึงคลายความกังวลที่ว่าโลกออนไลน์จะเข้ามาแทนที่โลกความจริงลง

แต่ทั้งหมดทั้งมวลไม่ได้หมายความว่า เราไม่ต้องไปพูดคุยกับลูก ๆ ในเรื่องนี้ อันที่จริงควรมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนสอบถามพวกเขาเกี่ยวกับคนในโลกออนไลน์ที่พวกเขารู้จัก สอนถึงด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว เพื่อช่วยสร้างเกราะป้องกันภัยออนไลน์ให้กับเด็ก ๆ ของคุณ

กังวลที่ 2 เด็กจะทำทุกอย่างผ่านออนไลน์ ไม่กล้าเผชิญหน้า

การกลั่นแกล้งและคุกคามซึ่งกันและกันคือปัญหาที่ไม่ควรถูกมองข้ามยิ่งกับเด็กและวัยรุ่น เพราะการกลั่นแกล้งกันผ่านช่องทางออนไลน์เป็นปัญหาใหญ่ต่อตัวเด็กซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงทั้งในโลกออนไลน์และในชีวิตจริง เด็กที่โดนกลั่นแกล้งทางออนไลน์มีแนวโน้มสูงที่จะถูกปฏิบัติแบบเดียวกันในโลกความจริง อีกทั้งการคุกคามในพื้นที่ออนไลน์นั้นเข้าถึงพื้นที่ความเป็นส่วนตัวได้มากกว่า ผู้คนมีโอกาสเห็นได้มากกว่า และยังถูกบัรทึกเป็นการถาวรอยู่ในโลกออนไลน์ด้วย

ควรมีการพูดคุยและบ่มสร้างนิสัยของการเอาตัวรอดทั้งในชีวิตจริงและโลกออนไลน์ ทั้งการเคารพและให้เกียรติผู้อื่น ความกล้าหาญ รวมถึงการมีปฏิสัมพันธ์แบบตัวต่อตัว อย่าโทษเทคโนโลยีแต่ควรพุ่งความสำคัญไปที่ผู้ใช้งานเป็นหลักคือดีที่สุด

กังวลที่ 3 คนหนุ่มสาวไม่ได้มีส่วนร่วมกับอะไรจริง ๆ คิดเพียงว่าพวกเขากำลังเปลี่ยนโลกด้วยการคลิกไม่กี่ครั้ง

หลายคนมีความคิดเห็นว่าหนุ่มสาวในยุคนี้ต่างมีความสนอกสนใจและมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการเมืองน้อย แต่จากการตรวจสอบหลายครั้งพบว่า วัยรุ่นหนุ่มสาวมีส่วนร่วมผ่านสื่อดิจิทัลมากกว่าคนรอบข้าง การคลิกชอบใจในบางสิ่งมีผลเชื่อมโยงโดยตรงกับโลกความจริง ดังนั้นการมีส่วนร่วมในความเป็นพลเมืองดิจิทัลสามารถจุดประกายหลายอย่างได้ในความเป็นจริง

ดังนั้น แทนที่จะจำกัดการใช้โซเชียลมีเดียและเทคโนโลยีของพวกเขา เปลี่ยนเป็นการถามไถ่พวกเขาว่าพวกเขาทำอะไรบ้างในโลกออนไลน์และมีสิ่งไหนที่พวกเขาสนใจมากเป็นพิเศษไหม พวกเขาสามารถเรียนรู้หรือหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับปัญหาสังคมและการเมืองจากออนไลน์ได้อย่างไร และหาจังหวะเข้าร่วมไปกับพวกเขา

person using computer on brown wooden table

ความกังวลที่ 4 โซเชียลมีเดียสร้างความเครียดและอาจทำให้วัยหนุ่มสาวซึมเศร้าได้

มันเป็นเรื่องที่ค่อนข้างซับซ้อน มีบางงานวิจัยระบุว่าการใช้เวลาหมกมุ่นอยู่กับโซเชียลมีเดีย มีความสัมพันธ์กับแนวโน้มของปัญหาสุขภาพจิตที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเมื่อดูจากความเป็นจริงทั้งผลของการรบกวนการนอนหลับ ปัญหาความรุนแรงที่เสพจากออนไลน์ การล่วงละเมิดต่าง ๆ ทำให้เห็นถึงผลเชิงลบได้มากขึ้น ซึ่งในความจริงเราต้องการการศึกษาและวิจัยมากกว่านี้ เพื่อยืนยันได้ว่าวัยรุ่นได้รับผลกระทบเชิงลบจากการใช้โซเชียลมีเดียของพวกเขา

แต่แทนที่จะมัวคิดถึงแง่ลบของสื่อโซเชียลมีเดียที่ทำให้เด็ก ๆ ของคุณเครียดและมีภาวะซึมเศร้า ให้ความสนใจในการสังเกตพฤติกรรมจากการใช้งานโซเชียลมีเดีย หากพวกเขามีความวิตกกังวลหรือเครียดควรปรึกษาจิตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหาวิธีและกลยุทธ์ในการจัดการกับเรื่องนี้

ความกังวลที่ 5 เทคโนโลยีตัวการรบกวนการนอนหลับ

เรื่องนี้เป็นความจริง วัยรุ่นที่ติดโทรศัพท์และมักใช้ระหว่างเวลานอนมีแนวโน้มที่จะทำให้มีปัญหาเกี่ยวกับการนอนหลับ วัยรุ่นถึง 1 ใน 3 ที่มักใช้โทรศัพท์มือถือในเวลานอนและตื่นมาก็จับโทรศัพท์เป็นอันดับแรก ไม่ต้องสงสัยเลยหากจะบอกว่าเราควรป้องกันเรื่องแบบนี้ เพราะการนอนหลับส่งผลต่อการใช้ชีวิตและการเรียนอย่างมาก

ปัญหานี้อาจแก้ค่อนข้างยาก แต่พยายามหักห้ามการใช้โทรศัพท์ก่อนเข้านอนเพื่อสร้างนิสัยและพฤติกรรมที่ดีในการใช้โทรศัพท์ เพราะอย่างน้อย ๆ ควรงดการเล่นมือถือก่อนเข้านอนประมาณ 40 นาที