โอลิมปิก 2020

"ยูทูบ" แบนเด็กต่ำกว่า 13 ไม่ให้สตรีมวิดีโอเอง

"ยูทูบ" แบนเด็กต่ำกว่า 13 ไม่ให้สตรีมวิดีโอเอง
Voice TV

สนับสนุนเนื้อหา

ในขณะที่การสตรีมวิดีโอได้รับความนิยมในหมู่เด็กและวัยรุ่น ยูทูบเลือกจะแบนไม่ให้เด็กอายุ 13 ปี ไลฟ์สตรีมวิดีโอในยูทูบ เพื่อรักษาความปลอดภัยให้ผู้เยาว์ เว้นแต่จะอยู่ในความดูแลของผู้ใหญ่

ยูทูบประกาศรายละเอียดการปรับนโยบายใหม่ เพื่อป้องกันการฉวยประโยชน์ผู้เยาว์ การกระตุ้นให้เกิดอันตรายหรือพฤติกรรมไม่เหมาะสม และกันการรวบรวมวิดีโอของผู้เยาว์ไปใช้ในทางที่ไม่เป็นธรรมกับผู้เยาว์ โดยนิยามคำว่าผู้เยาว์ (young minors) ของยูทูบคือเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปี

istock-458598891

แม้ในหลายๆ คลิปจะเป็นคลิปที่ไม่ได้ขัดต่อนโยบาย และมีเนื้อหาไร้เดียงสา แต่พอมีเรื่องของเด็กเข้ามาเกี่ยวข้อง การยูทูบจำเป็นต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน 2562 ยูทูบชี้แจงมาตรการใหม่ของยูทูบมี 3 ประการดังนี้

  • ห้ามผู้เยาว์ไลฟ์สตรีม หรือถ่ายทอดสด โดยไม่มีการดูแลโดยผู้ใหญ่ แชนแนลที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายนี้จะถูกแบนไม่ให้ไลฟ์
  •  ปิดไม่ให้คอมเมนต์คลิปที่มีผู้เยาว์อยู่ในคลิป เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่เด็กจะถูกฉวยโอกาส โดยยูทูบชี้ว่าในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมาได้ปิดคอมเมนต์คลิปที่มีเด็กอยู่ไปแล้วหลายสิบล้านคลิป และจะใช้อัลกอริทึมการเรียนรู้โดยเครื่อง (machine learning) ตัวใหม่ในการไล่ลบคลิปเหล่านี้
  • ปรับลดการแนะนำคลิปสุ่มเสี่ยงลง ซึ่งรวมถึงคลิปที่มีผู้เยาว์ในสถานการณ์สุ่มเสี่ยงด้วย แม้ตัวคลิปเองจะไม่ได้ขัดต่อนโยบาย แต่ยูทูบชี้ว่าการแนะนำคลิปอาจเสี่ยงต่อการฉวยประโยชน์จากผู้เยาว์ทั้งในทางออนไลน์และออฟไลน์ โดยมาตรการนี้ปรับใช้แล้วกับคลิปหลายสิบล้านคลิปในยูทูบ

ทั้งนี้ ยูทูบชี้ว่ายูทูบไม่เคยเป็นเว็บไซต์สำหรับผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีอยู่แล้ว หากพบว่าเจ้าของบัญชีผู้ใช้ใดอายุต่ำกว่า 13 ปี ก็จะถูกลบทันทีที่พบ โดยยูทูบชี้ว่ามีการลบบัญชีผู้ใช้ของเด็กอายุต่ำกว่า 13 ปี สัปดาห์ละหลายพันบัญชี นอกจากนี้ ยูทูบมียูทูบสำหรับเด็ก (YouTube Kids) ซึ่งเป็นแอปฯ ยูทูบสำหรับเด็กภายใต้การควบคุมของผู้ปกครอง ซึ่งเปิดให้ใช้งานเมื่อปี 2015 เพื่อให้เด็กเข้าชมวิดีโอได้อย่างปลอดภัย

ยูทูบเผยอีกว่าเพียงในไตรมาสแรกของปี 2019 ก็ลบคลิปที่ขัดต่อนโยบายรักษาความปลอดภัยผู้เยาว์ไปแล้วกว่า 800,000 คลิป โดยส่วนใหญ่แล้วถูกลบเสียก่อนที่จะมียอดชมถึง 10 ครั้งเสียอีก

“ยูทูบเป็นบริษัทที่สร้างขึ้นด้วยบรรดาผู้ปกครองและครอบครัว และเราจะทำทุกทางเพื่อเลี่ยงการนำแพลตฟอร์มของเราไปใช้ฉวยประโยชน์หรือทำให้ผู้เยาว์ตกอยู่ในอันตราย เด็กๆ และครอบครัวสมควรได้รับการปกป้องที่เรามอบให้ เรามุ่งมั่นที่จะลงทุนในทีมงานและเทคโนโลยีที่จะสร้างความมั่นใจให้พวกเขาว่าจะได้รับการปกป้องนั้น” ยูทูบ ระบุ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ ต่างประเทศ