เปรียบเทียบ iPhone XR VS iPhone 11 กับส่วนต่างแค่ 3,000 บาท จะเลือกตัวไหนดี 

เปรียบเทียบ iPhone XR VS iPhone 11 กับส่วนต่างแค่ 3,000 บาท จะเลือกตัวไหนดี 
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากการเปิดราคาเริ่มต้นของ iPhone 11 ก็ทำให้คนที่จะซื้อ iPhone XR แทบจะหยุดชะงักเลยทีเดียว เพราะด้วยความที่ใกล้กันมาก ทำให้ตัดสินใจไม่ถูก วันนี้ ทีม Sanook! Hitech ได้นำข้อมูลของทั้ง 2 รุ่นมาเปรียบเทียบเพื่อให้คุณตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น พร้อมแล้วมาดูกันเลย  

หมายเหตุ : การวิเคราะห์นี้เป็นการเปรียบจากข้อมูลทั้ง สเปกของเครื่อง, ความเห็นและความรู้สึกจากทีมงาน Sanook! Hitech โปรดใช้วิจารณญาณ ในการรับชม หากบทความนี้ทำให้บุคคลกลุ่มไหนไม่พึงพอใจ ทีมงานต้องขออภัยมาไว้ ณ ที่นี้ 

>> สรุปสเปก iPhone 11, iPhone 11 Pro และ iPhone 11 Pro Max ชูจุดเด่นกล้อง 3 ตัวพร้อม Night mode  

>> Update ราคา iPhone หลังการเปิดตัวภายใน Apple Store ประเทศไทย พร้อมคาดเดาราคารุ่นใหม่ล่าสุด  

>> สรุปงานเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ของ Apple อย่าง iPhone 11 และ Gadgets รุ่นใหม่ที่น่าสนใจทั้งหมด  

>> เปรียบเทียบ iPhone 11 VS iPhone 11 Pro / iPhone 11 Pro Max เลือกตัวไหนดี? 

 

เมื่อเห็นตารางกันไปแล้ว เรามาดูข้อมูลเชิงลึกกันสักหน่อยว่าทั้งคู่แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน 

iPhone XR  

จะเป็น iPhone ขนาด 6.1 นิ้วความละเอียด Liquid LCD Display ความละเอียดเพียงแค่ 828 x 1792 พิกเซล อาจจะดูน้อยไปหน่อย ทำให้รู้สึกว่าไม่ละเอียดเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับ iPhone XS, XS Max เป็นต้น แต่จะไม่รองรับ HDR 10 

ขุมพลังของเครื่องมาพร้อมกับ Apple A12 Bionic ถือว่าใช้งานได้ดีแต่ว่า RAM จะมีให้ 3GB ความจำมีให้เลือกทั้ง 64 / 128GB เมื่อก่อนจะมี 256GB ให้เลือก เมื่อลดเกรดลงมานิดหน่อย แบตเตอรี่มีขนาด 2942 mAh ปกติก็ใช้ได้นานอยู่แล้วครับ ชาร์จเร็วกำลังสูงสุด 15W 

กล้องหลังมาให้กล้องตัวเดียวคือ 12 ล้านพิกเซล และกล้องหน้าความละเอียด 7 ล้านพิกเซล มาพร้อม การละลายหลังที่กล้องหน้าที่ดีเพราะมี Depth Sensor ดังนั้นการละลายหลังทำได้ที่กล้องหลังเท่านั้น ส่วน iOS 13 รุ่นนี้ได้แน่นอน 

สีสันมีให้เลือก 6 สีทั้ง ขาว, ดำ, ฟ้า, เหลือง, แดง, ส้ม Coral ราคานั้นเริ่มต้น 21,900 และ 23,900 บาท จัดว่าเป็นมือถือที่คุ้มค่าที่สุดของ iPhone เลยก็ว่าได้ 

iPhone 11 

ยังคงได้หน้าจอเหมือนกับ iPhone XR เพียงแต่สิ่งที่อัปเกรดขึ้นคือเขาบอกว่าจะรองรับสีที่กว้างมากขึ้นและรองรับ HDR 10 แล้ว แต่ยังไม่ได้ Dolby Vision เหมือนกับเรือธงอย่าง iPhone 11 Pro  

ขุมพลังอัปเกรดขึ้นเป็น Apple A13 Bionic ที่แรงขึ้นและกินไฟน้อยลงจนเรียกได้ว่า มันน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว RAM เพิ่มขึ้นเป็น 4GB และมีความจำให้เลือกทั้ง 64GB / 128GB และ 256GB  แต่ที่แตกต่างคือ มันรองรับ WiFi 802.11 AX หรือ WiFi 6 และ LTE ดีกว่าเดิม แบตเตอรี่มีขนาด 3110 mAh และรองรับระบบ Fast Charge กำลัง 18W แต่ไม่ให้ติดกล่องมา 

กล้องหลังให้มา 2 ตัวโดยเลนส์ที่เพิ่มขึ้นมาคือ Ultra Wide ขนาด 120 องศา ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เมื่อกล้องมี 2 ตัวทำให้การละลายหลังหรือ Portrait Mode สามารถละลายที่กล้องหลังได้แล้วในโหมดบุคคล ทั้งคน สัตว์ สิ่งของ และวิดีโอ ซูมไมค์ได้แล้ว 

กล้องหน้า เพิ่มความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ละลายหลังได้และคราวนี้เพิ่มโหมด Slowmotion มาให้แล้ว  

และสีสันมีให้เลือกคือ ขาว, ดำ, ม่วง, เขียว, แดง และ เหลือง ส่วนราคาเริ่มต้น 24,900 บาท ความจุอื่นยังไม่ทราบแน่ชัด 

เมื่อเห็นแบบนี้ สเปกของ iPhone 11 ดูท่าจะดีกว่า กับการจ่ายเงินเพิ่มไป แต่ถ้าคุณมีงบประมาณไม่มาก และอยากได้ iPhone ที่ยังดูใหม่อยู่ การเลือก iPhone XR ก็ยังเป็นคำตอบที่ใช้ได้เพราะภาพรวมของทั้ง 2 ตัวนี้ ถือว่ายังทำได้ใกล้กัน อาจจะต่างกันที่เรื่องของกล้องที่จะเป็นประเด็นหลักมากกว่า 

ดังนั้น การเลือกซื้อจะเลือกตัวไหน คงต้องขึ้นอยู่กับงบประมาณของคุณเอง แต่ถ้าให้แนะนำแล้ว มองเป็นตัว 128GB ขึ้นไป จะเป็นรุ่นที่คุ้มของทั้งคู่แล้วครับ 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด