เล็กๆ ไม่! Nokia ปรับกลยุทธ์ตาม Mega Trend โลก รุกวงการ 5G

เล็กๆ ไม่! Nokia ปรับกลยุทธ์ตาม Mega Trend โลก รุกวงการ 5G
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

ย้อนกลับไปเมื่อ 10 กว่าปีก่อน ใครไม่มี Nokia ถือว่าเชย ไม่มีใครไม่รู้จักเสียงริงโทน หรือสโลแกน “Connecting People” ของ Nokia พอมาวันนี้โลกเปลี่ยน เกมเปลี่ยน ค่ายสมาร์ตโฟนจากสหรัฐ และจีนรุกตลาดฟาดฟันกันอย่างดุเดือด ทำให้ชื่อของ Nokia ที่เคยเป็น ‘พี่ใหญ่’ แห่งวงการมือถือค่อยๆ เงียบหายไป ไม่มีชอปของ Nokia ให้เห็นกันในไทยอีกแล้ว

แต่ถ้าถามว่าแบรนด์ Nokia จะปิดตัวลงไหม? ต้องตอบว่า ยาก เพราะสิ่งที่ทำให้ Nokia อยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ก็คือ การรู้จักปรับตัวเข้ากับเทรนด์โลกนั่นเอง

Nokia ปรับตัวจากขายมือถือสู่ผู้พัฒนาระบบ5G

หลังจากที่โฟกัสเรื่อง hardware อย่างโทรศัพท์มือถือมาพักใหญ่ Nokia ก็เริ่มมองไปไกลกว่านั้น โดยมองที่ระบบโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งตอนนี้ก็คงไม่มีอะไรน่าทำไปกว่า 5G ภายใต้สโลแกน “Deliver the extraordinary”

ล่าสุดในงาน Nokia Innovation Day 2019 ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว มร.เซบาสเตียน โลฮอง ผู้อำนวยการบริษัทโนเกีย ประจำประเทศไทย เผยกับ #beartai ว่า Nokia กำลังผันตัวมาเป็นผู้พัฒนาระบบ 5G ชั้นนำของโลก ทางบริษัทฯให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบ 5G ในไทย โดยคาดว่าภายในปี 2025 เอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะเป็นภูมิภาคที่ใช้งาน 5G มากที่สุดในโลก

สิ่งที่น่าแปลกใจ คือการดึงแบรนด์ชิปและอุปกรณ์ไอทีโดยเฉพาะสมาร์ตโฟน เข้ามาร่วมเป็นพันธมิตรด้วย ไม่ว่าจะเป็น Huawei, HTC, Mi เเละ Huawei ด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่า Nokia กำลังเบนเข็ม ปรับกลยุทธ์ใหม่ไปเป็นผู้พัฒนาระบบให้กับผู้ผลิตมือถืออีกทีหนึ่ง

 

5G ของ Nokia มีอะไรเจ๋ง?

นอกจากการแถลงข่าวแล้ว ภายในงานก็มีสาธิตการใช้งาน 5G ด้วย ไม่ว่าจะเป็นในด้านอุตสาหกรรม ชีวิตประจำวัน และกีฬา

5G Tactile Production System

Tactile แปลว่าความรู้สึกต่อสัมผัส หรือ แปลง่าย ๆ ก็คือ เวลาเราแตะอะไรก็จะรู้สึกถึงพื้นผิวเหล่านั้น (เช่น หยาบ ลื่น เรียบ) หากเทียบกับระบบ 4G แล้ว 5G มีอัตราการส่งข้อมูลสูงสุด (Peak data rate) เพิ่มขึ้น 20 เท่า ในขณะที่มีความหน่วงของระบบ (latency) ลดลง 10 เท่า จาก 10 มิลลิวินาที เหลือเพียง 1 มิลลิวินาทีเท่านั้น ทำให้ระบบสามารถแสดงค่าของวัตถุที่เราสัมผัสได้ราวกับอยู่ในสถานที่นั้นจริง ๆ  และสามารถประยุกต์ใช้กับการผ่าตัดที่ต้องใช้ความละเอียดและความสมจริงของเวลามากที่สุด

(ความเร็วและความหน่วงของระบบ 5G อ้างอิงจากเว็บไซต์กสทช. http://www.nbtc.go.th/getattachment/Services/quarter2560/ปี-2561/33173/เอกสารแนบ.pdf.aspx)

Automated Harbor Operations with 5G

การบังคับโดรนที่ใช้ในท่าเรือผ่าน 5G URLLC (Ultra-Reliable Low Latency Communication) เป็นระบบที่มีความหน่วงน้อยมาก เหมาะสำหรับการบังคับยานพาหนะที่ต้องอาศัยความปลอดภัยสูง คลาดเคลื่อนเพียงวินาทีเดียวก็อาจเกิดอันตรายได้ ซึ่งระบบนี้สามารถนำมาใช้ในท่าเรือบ้านเราเพื่อรองรับ EEC  (โครงการพัฒนาระเบียงเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก)

Smart Factory

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม Nokia มีระบบช่วยให้วิศวกรสามารถทำงานได้แม่นยำขึ้น โดยใช้เทคโนโลยี 5G ส่งข้อมูลวิเคราะห์ว่าควรจะใช้อุปกรณ์ใดในการประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เช่น ต้องใช้ไขควงขนาดเท่าไหร่ถึงจะเข้ากับหัวน๊อตได้ดีที่สุด 

ทัวร์การออกแบบรถยนต์  

ใครที่เป็นคอรถคงทราบกันดีว่างานเปิดตัวรถสปอร์ตรุ่นใหม่ ๆ มักจัดที่ประเทศผู้ผลิต กว่าจะมาไทยก็นาน แต่ 5G สามารถส่งข้อมูลภาพเซลล์แนะนำรถจากต่างประเทศแบบ real time เชื่อมต่อกับแว่น VR ทำให้เหมือนเราได้ไปชมรถรอบคันที่นู้นจริง ๆ ซึ่งในงานนี้ก็มี demo ของ Porche Design Tour มาให้ชมด้วย

ประสบการณ์การชอปเสมือนจริง ด้วย AR 

สำหรับสาว ๆ ที่อยากซื้อเสื้อผ้า สามารถลองชุดโดยไม่ต้องไปที่ร้าน หรือเข้าห้องแต่งตัว เพราะ Nokia เขาใช้ เทคโนโลยี AR เนรมิตร virtual fitting room ให้คุณสามารถลองชุด วัดตัว เเละเปลี่ยนชุดได้แบบ real time ผ่านสัญญาณ 5G

เล่นกีฬาแบบเสมือนจริง

ปิงปอง (เทเบิลเทนนิส) เป็นกีฬาที่ต้องใช้ความไวมาก เพราะโต๊ะเล็ก เวลาตบทีลูกวิ่งเร็ว ทาง Nokia จึงนำเกมปิงปองเเบบ VR มาโชว์ให้ดู เพื่อเปรียบเทียบความหน่วงของ 4G และ 5G ให้เห็นกันชัด ๆไปเลย

แผนนำร่อง 5G ในไทยของ Nokia

Nokia วางเป้าหมายสำหรับ 5G ในไทยไว้ 4 ข้อด้วยกัน

ระบบต้องใช้งานได้จริง ซึ่งแบ่งเป็น 3 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่ ผู้ให้บริการเครือข่าย ภาคเอกชน และภาครัฐ คลื่นความถี่จะเริ่มจาก 2.6, 3.5 และ26-28GHz โครงสร้างของระบบที่จะมารองรับ 5G ต้องมั่นคง มีเสถียรภาพ ส่งเสริมนวัตกรรมและการใช้ 5G ในอุตสาหกรรมเฉพาะทาง

แม้ยังไม่แน่ชัดว่า 5G จะถูกนำมาใช้จริงในไทยเมื่อไหร่ แต่ มร.เซบาสเตียน เผยว่าทาง Nokia มีแผนพัฒนาระบบจราจรในไทยด้วยเทคโนโลยี Virtual Cloud Core อย่างไรก็ตามเขามองว่าความท้าทายของ 5G ในไทยไม่ได้อยู่ที่ตัวสัญญาณ 5G แต่อยู่ที่ตัวระบบ (network) ที่ต้องมีความพร้อมในการรองรับ ซึ่งหากระบบพร้อม 5G ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัวของคนไทยอีกต่อไป

คนส่วนใหญ่มักติดกับภาพ Nokia ในฐานะแบรนด์โทรศัพท์มือถือจากฟินแลนด์ แต่หากย้อนกลับไปเมื่อ 154 ปีก่อน Nokia เริ่มจากการผลิตกระดาษ! ตามด้วยเครื่องอุปโภคบริโภค จนเพิ่งมาผลิตโทรศัพท์มือถืออย่างจริงจังเมื่อช่วงต้นยุค 90 นี่เอง และในยุค Technology Disruption นี้ Nokia เขาก็กำลังเอาของดีมาปล่อยเหมือนอีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวและความเก๋าเกมของ Nokia ที่พยายามเกาะเทรนด์ใหญ่ ๆ ของโลกเอาไว้ ก้าวผ่านตลาดมือถือสู่ยุค 5G ทำให้ไม่สงสัยเลยว่าทำไมแบรนด์นี้ถึงสามารถก้าวข้ามการเเข่งขันที่ดุเดือดในตลาด และอยู่มาได้เป็นร้อยปี

 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด