รีวิว Xiaomi Mi A3 มือถือ Android One ที่คุ้มค่าครบเครื่องกับราคาเริ่มต้น 6,999 บาท 

รีวิว Xiaomi Mi A3 มือถือ Android One ที่คุ้มค่าครบเครื่องกับราคาเริ่มต้น 6,999 บาท 

กลับมาพบกับรีวิว Smart Phone และ Gadget จากทีม Sanook! Hitech กันอีกครั้งหนึ่ง สำหรับครั้งนี้ ทีมได้นึกถึงมือถือ Android One รุ่นล่าสุดที่วางตลาดจาก Xiaomi อย่าง Mi A3 ที่มีเสียงตอบรับที่ดีและมีฟีเจอร์ที่น่าสนใจหลายด้าน วันนี้เลยจะนำมือถือรุ่นนี้มาให้คุณได้รู้จักกันอย่างใกล้ชิด พร้อมแล้วมาดูกันเลยดีกว่า 

แกะกล่อง Xiaomi Mi A3 

สำหรับมือถืออย่าง Xiaomi Mi A3 ยังคงให้อุปกรณ์ในแบบฉบับของ Xiaomi ได้แก่ 

  • ตัวเครื่อง Xiaomi Mi A3 
  • เคสใส 
  • ที่จิ้มถาดใส่ซิม 
  • คู่มือ 
  • ปลั๊กชาร์จไฟ กำลัง 5V 2A (ที่ชาร์จ 18W ต้องซื้อแยกตางหาก เช่นเดียวกับหูฟัง) 
  • สาย USB-C to USB-A 

รูปลักษณ์และดีไซน์ของ Xiaomi Mi A3  

เริ่มต้นกับดีไซน์ของตัวเครื่อง Mi A3 จะมีหน้าจอขนาด 6.088 นิ้ว เมื่อเทียบกับรุ่นเดิมอย่าง Mi A2 ถือว่าตัวเครื่องของ Xiaomi Mi A3 จะเล็กลง แต่กลับให้พื้นที่หน้าจอไม่แตกต่างกันเท่าไหร่ และยังได้ใช้หน้าจอแบบ AMOLED เป็นครั้งแรกของตระกูล Mi A Series 

ส่วนนสุดประกอบด้วยกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล, เซนเซอร์,ไฟแจ้งสถานะการชาร์จไฟ, ลำโพงสนทนาจะอยู่ด้านบน 

ล่างสุดมาพร้อมปุ่มควบคุมในแบบของ Pure Android ประกอบด้วบการสั่งงานตั้งแต่ 

  • ปัดขึ้น 1 ที เป็น Recent ถ้าต้องการใช้แบบ 2 หน้าจอให้กดที่ icon ของ Apps เลือก Spilt View หรือ แยกหน้าจอ 
  • ปัดขึ้นอีกที ต่อเนื่องจะเป็น Apps Drawer รวม Apps ไว้ที่เดียว 
  • กดค้าง เรียก Google Assistant 
  • และมีปุ่ม Back ให้กดใช้งาน 

รอบตัวเครื่องออกแบบด้วยขอบที่เงางาม มาพร้อมกับฝั่งซ้ายจะมีช่องใส่ซิมการ์ดแบบ Nano SIM และ ถาด Hybrid Slot สามารถเลือกใส่ได้ทั้ง Nano SIM หรือ micro SD ก็ได้ 

ฝั่งขวายังเป็นที่อยู่ของปุ่มปรับระดับเสียง และปุ่ม เปิดปิดตัวเครื่อง หากต้องการ Capture Screen ให้กด ลดเสียงและ Power พร้อมกัน 

ส่วนบนมีช่องเสียบหูฟัง ในครั้งก่อนกับ Mi A2 ได้ตัดออก ถ้าจะเอากลับมาต้องเป็น รุ่น Mi A2 Lite แต่รุ่นนี้มีให้เหมือนเดิม และมีช่องอินฟราเรด ทำให้สามารถสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้าผ่าน Application Mi Remote ที่ต้องโหลดแยก และไมโครโฟนตัวที่ 2 ไว้ลดเสียงรบกวน 

ล่างสุด มีช่องเสียบ USB-C, ลำโพงตัวเครื่อง และ ไมโครโฟนเช่นเดียวกัน 

พลิกมาด้านหลัง ถ้าใครเคยรู้จักกับ Xiaomi Mi CC9 หรือ Mi 9 จะมีการจัดวางที่คล้ายกัน ประกอบด้วยกล้องหลังความละเอียด 48 + 8 + 2 ล้านพิกเซล พร้อมกับ LED Flash เป็นแบบแนวตั้ง, โลโก้ Xiaomi แบบใหม่เป็นแบบ และ โลโก้ Android One ถ้าจะมองให้ถูกต้องวางเครื่องเป็นแนวนนอน 

การสัมผัส / น้ำหนักตัวเครื่อง / สีที่เข้ามาจำหน่าย 

ภาพรวมของตัวเครื่องมีจุดเด่นในเรื่องของความเงางามและสวยงามอย่างที่สุด และมาพร้อมกับการออกแบบที่รับกับมือได้ดีกว่าเดิม และเมื่อเครื่องเล็กลงทำให้การถือง่ายขึ้น และน้ำหนักของเครื่องไม่ได้หนักเกินไป แต่ เมื่อเลนส์กล้องค่อนข้างนูนทำให้แนะนำว่าควรจะใส่เคสจะดีกว่า 

สีสันของ Xiaomi Mi A3 ที่เข้ามาจำหน่ายมีให้เลือก 3 ประกอบด้วย Kind of Gray (เฉพาะความจำ 64GB) , Not just Blue (เฉพาะความจำ 128GB), More than White มีให้เลือกทั้ง 2 ขนาด 

เปิดเครื่อง Xiaomi Mi A3 ลองประสิทธิภาพ และ ฟีเจอร์ของตัวเครื่อง 

รายละเอียดตัวเครื่องของ Xiaomi Mi A3 

  • สัดส่วน (ยาว x กว้าง x หนา) : 153.5 x 71.9 x 8.5 มม. 
  • น้ำหนัก: 173.8 กรัม 
  • การป้องกันน้ำและฝุ่น : -  
  • หน้าจอ: OLED ขนาด 6.088 นิ้ว อัตราส่วน 19.5:9 
  • ความละเอียดหน้าจอ 1560x720 พิกเซล (HD+) ความหนาแน่น 286 ppi ป้องกันรอยด้วยกระจก Gorilla Glass 5 
  • ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 665 + Adreno 610 
  • การเชื่อมต่อ : 4G LTE (Dual SIM) WiFi 802.11 B/G/N/AC Dual Band, Bluetooth 5.0, GPS, A-GPS 
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 9.0 Pie (Android One) 
  • ระบบความปลอดภัย 
    • ติดตั้งเซ็นเซอร์สแกนนิ้วบนหน้าจอแบบ Optical 
    • ติดตั้งระบบจดจำใบหน้า 
  • กล้องหลัง 3 ตัว : 48 ล้านพิกเซล (f1.8,) + 8 ล้านพิกเซล (f2.2, Ultra-Wide), 2 ล้านพิกเซล Depth Sensor 
  • กล้องหน้า: 32 ล้านพิกเซล (f2.0) 
  • แบตเตอรี : 4,030 mAh + Fast Charge 18W 
  • แรม (RAM) : 4GB 
  • ความจำภายใน : 64 – 128GB 
  • ความจำภายนอก : micro SD รองรับความจุสูงสุด 256GB  
  • สี : Kind of Gray (เฉพาะความจำ 64GB) , Not just Blue (เฉพาะความจำ 128GB), More than White 

ผลการทดสอบประสิทธิภาพ / การทดลองเล่นเกม 

คะแนนประสิทธิภาพของ Xiaomi Mi A3 จากการทดสอบด้วย Antutu ทำได้ที่ 139249 คะแนน 

จากโปรแกรม Geekbench 4 ทำได้ที่ Single Core = 1520 คะแนน และ Multi Core 5633 คะแนน 

คะแนนออกมาถือว่าใช้ได้และทำได้ดีกว่าเดิม ต้องขอบคุณ ขุมพลัง Snapdragon 665 รุ่นล่าสุด แต่ว่าในเรื่องการเล่นเกมไม่ได้ติดตั้งโปรแกรมช่วยเหลือ ออกมาแต่อย่างใด 

การเชื่อมต่อแบบไร้สาย / ทดลองระบบนำทาง 

การเชื่อมต่อถือว่าทำได้ดีเพราะรองรับทั้ง WiFi 802.11 AC แบบ Dual Band และ Bluetooth 5.0 LE ด้วย ส่วนการเชื่อมต่อสามารถใช้งานนำทางได้อย่างดีเพราะรองรับ GPS, A-GPS มาให้ครและแม่นยำสูง การปล่อย Hotspot สามารถเลือก WiFi 5GHz ได้ด้วย 

การแสดงผลหน้าจอ / ระบบแสียงของเครื่อง 

ในเรื่องของหน้าจอขนาด 6.088 นิ้ว ความละเอียด 1560x720 พิกเซล หรือ HD+ ก็จริง เนื่องจากหน้าจอเป็นแบบ AMOLED ทำให้การแสดงผลคมชัดและดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว 

ระบบเสียงยังคงมาแบบพื้นฐานของ Android แต่ว่าเสียงที่ออกมาคมชัดเพราะลำโพงด้านล่างลใหญ่ แต่ถ้าให้แบบ Stereo จะดีมากกว่านี้ และยังรองรับ FM Radio มาให้ด้วย 

ระบบปฏิบัติการ / ฟีเจอร์โดดเด่น / ระบบความปลอดภัย

ระบบปฏิบัติการพื้นฐานยังเป็น Android Pie หรือ Android 9 ที่ไม่ต้องทำความรู้จักกับมันมากนัก เพราะลูกเล่นภาพรวมยังคงเป็นแบบ Pure แต่มีดีที่การทำงานลื่นไหล ไม่มีอะไรมากวนใจ และ Notification ตั้งค่าได้ง่าย 

ส่วนฟีเจอร์ต่างๆ มี Application ของ Google และมีฟีเจอร์ของ Mi เล็กน้อยแต่ส่วนใหญ่จะต้องโหลดเพิ่ม รวมถึง Mi Remote เช่นเดียวกัน อย่างที่บอก มันคือเน้นความลื่นไหลที่ดีมากกว่า 

ระบบความปลอดภัย เป็นอะไรที่แปลกใจ นอกจากระบบสแกนใบหน้าแบบ 2D ที่ทำงานรวดเร้ว ยังมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือในหน้าจอที่ทดลองใช้งาน ถึงแม้จะเป็นแบบ Optical แต่การทำงานยังคงรวดเร็วและแม่นยำสูง 

เปิดกล้องลองถ่ายภาพด้วย Xiaomi Mi A3 

สำหรับรายละเอียดของกล้อง Xiaomi Mi A3 จัดหนักด้วนกล้องหลัง 3 ตัวประกอบไปด้วย 

  • กล้องหลักรูรับแสง F1.8 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รองรับ EIS, AF 
  • กล้อง Ultra Wide ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล  
  • กล้อง Depth Sensor ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล  

ทั้งหมดทำงานประสานกัน ทำให้เกิดคำว่า AI Triple Camera และยังมี LED Flash ติดตั้งมาให้ 

หน้าจอควบคุมกล้องเป็นอย่างไร 

Xiaomi Mi A3 ยังคงเลือกใช้เมนูกล้องในสไตล์ Xiaomi ซึ่งควบคุมง่ายเพราะเลื่อนเมนูไปทางซ้ายหรือขวา พร้อมกับสามารถเลือกเปิด หรือ ปิด AI Scene หรือ HDR และ Filter พร้อมกับตั้งค่าจะใส่ลายน้ำหรือไม่ก็ได้เช่นเดียวกัน 

ผลงานจากกล้อง Xiaomi Mi  A3 

ในภาพกลางวัน เนื่องจากรูรับแสงค่อนข้างกว้าง และประกอบกับเซนเซอร์กล้องจาก Sony ที่มีคุณภาพสูงทำให้ภาพที่ออกมาถือว่าสวยงามและสีสันอิ่มกำลังดี  

sa_mi_c007
sa_mi_c010
sa_mi_c026

การถ่ายภาพกลางคืน มีโหมด Night มาให้ด้วยช่วยปรับแต่งให้สีสันและความสว่างออกมาสวยกำลังดีอย่างมาก 

sa_mi_c021
sa_mi_c024

ส่วนการถ่ายภาพอื่นๆ ยังมี โหมดละลายหลังมาให้พร้อมกับปรับ Beauty ได้หลากหลายแบบ พร้อมทั้งลูกเล่นอื่นๆ ที่รองรับการทำงานของกล้องได้อย่างดี และมี Filter ให้เลือกเยอะแยะมากมาย 

การถ่ายวิดีโอด้วย Xiaomi Mi A3 

ฟีเจอร์การถ่ายวิดีโอยังรองรับทั้ง Slowmotion 240 FPS, Time Laspe ที่ปรับได้หลากหลายเท่า นอกจากนี้ในการถ่ายวิดีโอปกติทำได้ที่ 4k 30 FPS 

การถ่ายภาพกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซลเป็นอย่างไร 

sa_mi_c006

แม้ว่ากล้องหน้าจะยกลูกเล่นเหมือนกันกล้องหลังไม่ว่าจะเป็น Beauty, Portrait Mode แต่การทำงานถือว่าลงตัว และยังถ่ายวิดีโอความละเอียด Full HD ได้ 

แบตเตอรี่ / การชาร์จไฟ 

ด้วยขนาดแบตเตอรี่ที่ให้มาถึง 4030 mAh ทำให้หมดห่วงเรื่องไฟหมดระหว่างวัน การใช้งานสามารถข้ามวันได้ แต่เล่นเกมก็อาจจะวันเดียวหมด ส่วนการทดสอบอยู่ได้เกือบ 19 ชั่วโมง ถือว่ายาวนาน 

และการชาร์จไฟตัวเครื่องรองรับกำลังชาร์จไฟสูงสุด 18W  

สรุปหลังจากทีม Sanook! Hitech ได้ทดลองใช้งาน Xiaomi Mi A3 

ต้องยอมรับว่าในกลุ่มของ Android One มีตัวเลือกไม่ค่อยมากเท่าไหร่ในกลุ่มราคาไม่เกิน 7,000 บาท Xiaomi Mi A3 เป็นอีกรุ่นที่ทำความสามารถได้ดีและน่าชื่นชมในหลายเรื่องแต่อาจจะมีการลดทอนสเปกไปบ้างก็ตาม 

แต่การเปิดราคาของมือถือตัวนี้กับ 2 สเปกคือ ความจำ 64GB ราคา 6,999 บาท และ ความจำ 128GB ราคา 7,999 บาท ถือว่าน่าสนใจและคุ้มค่าสำหรับคนที่อยากได้มือถือใช้ยาวๆ และอัปเกรดได้ต่อเนื่อง นี่เป็นอีกทางเลือกที่คุ้มค่า และไม่ต้องคิดนาน 

คู่แข่งก็จะมี Nokia และ Motorola รวมถึงใน กลุ่มราคาไม่เกิน 7,000 บาท แต่ถ้าเลือกตัวนี้แล้วก็คงตอบได้ว่า มันคือมือถืออีกรุ่นที่ใช้งานแล้วลื่นไหว ไม่มีแพแน่นอน 

จุดเด่น 

  • บอดี้สวยและน้ำหนักกำลังดี 
  • สเปกเครื่องดีและเล่นเกมลื่น 
  • Android One อัปเกรดนาน 
  • กล้องทรงประสิทธิภาพ เล่นง่ายถ่ายภาพดี 
  • ชาร์จไฟเร็ว 
  • แบตฯอึด 

ข้อสังเกต 

  • หน้าจอลดความละเอียดจากเดิม 
  • ไม่กันน้ำ 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด