[How To] 4 คำแนะนำในการชาร์จแบตฯ มือถือให้มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด 

[How To] 4 คำแนะนำในการชาร์จแบตฯ มือถือให้มีอายุการใช้งานยาวนานที่สุด 
S! Hitech (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

อีกหนึ่งคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับเทคนิคการใช้งานมือถือ คือ ชาร์จแบตฯ มือถืออย่างไรให้สามารถใช้งานมือถือได้ยาวนานที่สุด? วันนี้ Sanook! Hitech จึงมีคำแนะนำในการชาร์จมือถือให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมาฝากทุกคนกัน

1.อย่าชาร์จแบตฯ จนมือถือร้อนเกินไป 

เรื่องแรกหลายคนอาจจะยังไม่ทราบเกี่ยวกับความร้อนในแบตเตอรี่ในเวลาชาร์จไฟ ว่าเกิดได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งที่ผ่านมา การชาร์จไฟเข้ามือถือมักจะเกิดความร้อน โดยเฉพาะระบบ Fast Charging ทั้งหลาย อาจจะทำให้เกิดความร้อนสูง ซึ่งปกติ ความร้อนจากมือถือควรจะอยู่ในระหว่าง 10 – 50 องศา ถึงจะเหมาะสม  

วิธีการจัดการนั้นเบื้องต้นคือระยะเวลาชาร์จไฟ ไม่ควรจะชาร์จนานเกินไปหรือข้ามคืน โดยเฉพาะระบบ Fast Charging ไม่ควรจะเปิดหากเราจะชาร์จไฟข้ามคืน เพื่อไม่ให้เกิดความร้อนสูง จนเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้แบตเตอรี่เสื่อมได้รวดเร็ว

อย่างไรก็ตามสำหรับการวัดความร้อนหรือกำลังไฟในการชาร์จไฟ ส่วนใหญ่จะต้องโหลดโปรแกรมเช่น Ampere บอกทั้งกำลังไฟ และอุณหภูมิ ได้ทันที 

2.อย่าปล่อยให้แบตฯ หมด 

แบตเตอรี่ของมือถือปัจจุบันเป็นแบบ Li-ion หรือ ลิเทียม ไอออน จุดเด่นคือไม่จำเป็นต้องรอให้แบตเตอรี่หมดแล้วชาร์จไฟ แต่ก็ต้องระวังในเรื่องของแบตเตอรี่หมด บ่อย จะส่งผลกระทบต่อการเก็บประจุแบตเตอรี่อย่างมาก 

หมายเหตุ Battery Cycle หรือ รอบการชาร์จแบตเตอรี่ Li-ion จะเท่ากับ 0 – 100% จะเท่ากับ 1 รอบการชาร์จ แบตเตอรี่บางรุ่นอยู่ได้ 300 – 500 Cycle เท่านั้น 

3.ปริมาณที่ดีที่สุดของไฟฟ้าในแบตฯ อยู่ระหว่าง 30 – 80% 

การทดลองจาก Battery Universal ได้เปิดเผยเรื่องแรงดันไฟฟ้าถ้ามีกำลังต่ำ จะส่งผลดีต่ออายุการใช้งาน กล่าวคือถ้าแรงดันไฟต่ำ จะมีผลดีแบตเตอรี่มากขึ้น และการรักษาปริมาณแบตเตอรี่ให้อยู่ที่ 30 – 80% แต่คำแนะนำที่ดีควรจะปล่อยแบตเตอรี่เหลือที่ 60% แล้วชาร์จกลับไปที่ 100% จะยืดอายุการใช้งานไปได้ระดับหนึ่ง 

4.อย่าใช้งานมือถือระหว่างชาร์จไฟ 

และเรื่องที่ไม่ควรทำอย่างยิ่งคือ การใช้ไปและชาร์จไฟฟ้าไป เนื่องจากแรงดันแบตเตอรี่ที่เข้าไปจะไม่คงที่ อาจจะส่งผลเสียนอกจากแบตเตอรี่โดยตรงแล้วอาจจะทำให้คุณอยู่ในภาวะความเสี่ยงที่จะถูกไฟฟ้าดูดระหว่างใช้งานได้  

อีกเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กันคือ อุปกรณ์ชาร์จมือถือจะต้องได้รับการรับรองว่าปลอดภัยจริงถึงจะใช้งานได้ไม่ควรเห็นแก่ของถูกจนเกินไป จนลืมเรื่องความปลอดภัย 

สุดท้ายไม่ว่าจะถนอมแบตเตอรี่มือถือให้นานอย่างไร ส่วนมากแบตเตอรี่มือถือจะมีอายุ 3 – 5 ปีอยู่แล้ว หากถึงเวลาที่ควรจะเปลี่ยน ทีม Sanook! Hitech แนะนำว่า ควรจะเปลี่ยนก่อนที่เกิดอันตรายจากการใช้งานจะดีกว่าทนใช้จนเกิดภัยอันตรายครับ 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด