[Hands On] สัมผัสแรกกับ DJI OSMO Action กล้องสายลุยตัวแรกของ DJI กับเทคโนโลยีกันสั่น RockSteady

[Hands On] สัมผัสแรกกับ DJI OSMO Action กล้องสายลุยตัวแรกของ DJI กับเทคโนโลยีกันสั่น RockSteady

วันนี้ทีม Sanook! Hitech ได้รับเชิญจาก DJI ประเทศไทย ได้เปิดตัว DJI OSMO Action กล้อง Action Camera เพื่อการลุยอย่างเป็นทางการแล้ว มาดูกันว่าสัมผัสแรกของ DJI OSMO Action ว่าแรกเห็นจะน่าสนใจและน่าใช้หรือไม่ 

รูปลักษณ์หน้าตาของ DJI OSMO Action 

ด้านหน้าของ DJI OSMO Action จะมีความกว้างประมาณหนึ่ง และมาพร้อมกับหน้าจอ LCD ขนาด 1.4 นิ้วความละเอียดสูงแต่ไม่มีระบบทัชสกรีน พร้อมโลโก้ OSMO Action และลวดลายอยู่ด้านใต้กล้องและมี พร้อมกับกล้องทรงกลม ที่สามารถถอดฟีเจอร์ 

 

รอบตัวเครื่องทำจากพลาสติก ที่ดูแข็งแรงผิวสัมผัสไม่ได้อ่อนนุ่มเท่าไหร่ แต่มีปุ่มครบทั้งฝั่งซ้ายมีปุ่ม Quick Shutter หรือ QS พร้อมกับช่องเสียบ USB-C, MicroSD พร้อมฝาปิด ฝั่งขวามาพร้อมกับไมโครโฟนและลำโพงตัวเครื่องและปุ่มปลดล็อคแบตเตอรี่ 

 

sa_osmo_action051

ส่วนบนมาพร้อมกับปุ่ม เปิดเครื่องหรือ DISP เพื่อเปลี่ยนสลับหน้าจอ และปุ่มอัด หรือ Shutter พร้อมกับไมโครโฟนและไฟ LED ส่วนล่างเป็นที่อยู่ของแบตเตอรี่ตัวเครื่องที่สามารถถอดออกมาได้ 

 

ด้านหลังมาพร้อมกับหน้าจอขนาด 2.25 นิ้ว ความละเอียดดีและสามารถสู้แสงได้สบายเพราะหน้าจอแสดงผลแสงได้มากถึง 750 nit และเป็นแบบทัชสกรีน

 

ฟีเจอร์ที่ได้สัมผัสใน DJI OSMO Action

 sa_osmo_action003
sa_osmo_action038
sa_osmo_action059

เรามาเริ่มต้นจาก ระบบปฏิบัติการของ DJI OSMO Action กันหน่อย DJI เรียกระบบปฏิบัติการ Action OS ที่สามารถใช้งานได้งานง่าย และทัชสกรีนลื่นไหล

sa_osmo_action012

แต่ถ้าต้องการเชื่อมต่อกับมือถือและโหลดภาพลงโดยตรงสามารถต่อกับ Application DJI MIMO เหมือนกับ OSMO Pocket ที่เคยรีวิวไปก่อนหน้านี้

 

สำหรับรายละเอียดของ กล้องของ DJI OSMO Pocket จะมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล เซนเซอร์ 1/2.3 นิ้ว รองรับการถ่ายวิดีโอ 4K 60 FPS ที่ 100Mbps เลนส์กล้องเป็นทรงกลม ที่สามารถถอดฟิลเตอร์ได้ง่าย 

และมีลูกเล่นของกล้องโดดเด่นมากมายเช่น

 

  • RockSteady ซึ่งเป็นระบบกันสั่นแบบ EIS สามารถทำงาน โดยจะทำงานได้ดีเมื่อกล้องมีการเอียงหรือหมุนตัว พร้อมติดตั้ง อัลกอริทึม ทำให้การทำงานกันสั่นทำได้ดี รองรับ 4K/60 FPS ได้ด้วย และการถ่ายวิดีโอแบบ HDR สามารถบันทึกวิดีโอแบบ 4K 30FPS ได้นาน 91 นาที และสามารถบันทึกวิดีโอ 1080P/30FPS ได้นาน 110 นาทีโดยไม่ต้องใช้ RockSteady 
  • HDR Mode จะมีการเพิ่มแสงทั้งหมด 3 ช่วยทำให้การถ่ายวิดีโอที่มืดได้อย่างดี 
  • การถ่ายวิดีโอแบบSlomotion จะสามารถถ่ายได้ 8 เท่า เท่ากับ 1080/240 FPS และ 4 เท่า จะได้มากกว่านั้น  
  • Timelaps และ Hyperlapse สามารถใช้ได้

sa_osmo_action_c001

ภาพถ่ายจาก DJI OSMO Action

สรุปหลังทีม Sanook! Hitech  ได้ทดลองใช้ในระยะเวลาสั้นๆ  

ต้องบอกว่าสเปกของและรายละเอียดของกล้องรุ่นนี้ถือว่าครบเครื่องอย่างมากเลยทีเดียว ถือว่าสามารถใช้ลุยได้อย่างสบายๆ และมีโหมดต่างๆ ครบครัน 

ส่วนราคาของ DJI OSMO Action จะมีราคา 12,000 บาท ซึ่งเป็นราคาที่จำหน่ายตามร้านที่เป็นตัวแทนจำหน่าย DJI และอุปกรณ์เสริมมีให้เลือกมากมายตามภาพ ส่วนจะเข้ามาจำหน่าย คาดว่าอีกไม่นานหลังจากนี้ 

แลัวกล้องตัวนี้มันน่าใช้จริงหรือไม่สำหรับการทดลองระยะยาว รอติดตามจากทีม Sanook! Hitech เร็วๆ นี้ 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด