พูดคุยกับ ชวัล เจียรวนนท์ ผู้บริหารหนุ่มแห่งแอปติวเตอร์ 24 ชั่วโมง Snapask (Thailand)

พูดคุยกับ ชวัล เจียรวนนท์ ผู้บริหารหนุ่มแห่งแอปติวเตอร์ 24 ชั่วโมง Snapask (Thailand)

ปัจจุบันมีแอปพลิเคชันจำนวนมากและหลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของแต่ละกลุ่มผู้ใช้ วันนี้เราจะพามารู้จักกับ Snapask ซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในแอปน้องใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวและมีความน่าสนใจเป็นอย่างมาก เพราะทำหน้าที่เป็นเสมือนติวเตอร์ 24 ชั่วโมง ที่เด็กไทยควรจะมีติดไว้

ทีม Sanook! Hitech ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้บริหารหนุ่ม ไฟแรงอย่างคุณชวัล เจียรวนนท์ หรือ คุณริชชี่ CEO ของ Snapask (Thailand) ถึงประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับตัวแอปและมุมมองต่อแวดวง Edutech จะมีอะไรน่าสนใจบ้างตามมาดูกันเลย

สืบเนื่องจากคุณใช้นามสกุล “เจียรวนนท์” ซึ่งเป็นเจ้าของกิจการใหญ่ ทำไมถึงเลือกทำ Startup ?

"จริงๆ แล้วถ้าเข้าไปใน CP หรือ True ซึ่งเป็นกิจการของครอบครัวก็สามารถทำได้ แต่เนื่องจากผมไม่ได้สนใจในเรื่องการบริการจุดนั้น และเหมือนทางคุณพ่อ ที่สนใจกิจการในรูปแบบอื่น และ Startup ก็เป็นสิ่งที่ผมสนใจตั้งแต่แรก และมีคนเก่งที่สามารถดำเนินการต่อได้อยู่แล้ว" 

"และอีกอย่างคือ Startup จะต้องทำงานไว และจะต้องมีแนวความคิดใหม่ ทีมของ Snapask อายุน้อยและมีแนวคิดเป็นของตัวเอง ก็เลยทำให้เกิดความท้าทายในการจัดการเพื่อหาความสำเร็จ และไม่ได้ใช้ทุนจากบริษัทในครอบครัว เช่น การจัดงานแถลงข่าวใน True Digital Park ก็เป็นการออกเงินเองทั้งหมด"

วัฒนธรรม การทำงานของ Snapask ประเทศไทย เป็นอย่างไร ?

"การทำงานใน Snapask ประเทศไทย จะเน้น Value ร่วมกันว่าจะเดินหน้าและทำงานอย่างไรให้สำเร็จ ไม่ได้มองว่าคนใดคนหนึ่งจะต้องได้แต่เพียงฝ่ายเดียว" 

คุณมองธุรกิจด้าน Edutech ในปัจจุบันอย่างไร ?

"ถ้ามองในปัจจุบันในกลุ่มธุรกิจแบบ Edutech ค่อนข้างหลากหลายและมีการซอยประเภทออกเยอะมาก ซึ่งผู้ใช้ปัจจุบันก็ยังสามารถเลือกได้ทั้งแบบออนไลน์ หรือการสอนแบบออฟไลน์ แต่สุดท้ายจะต้องรวมกันเป็น Big Platform ที่รวมหลายอย่างเข้าด้วยกัน เช่น ถ้าดูวิดีโอเป็นการสื่อสารแบบ One-way Communication ก็จะทำให้เรียนรู้เพียงแค่ด้านเดียว อาจจะยังไปใช้แก้ปัญหาได้ไม่มากพอ"  

"และ Snapask เองก็ไม่ได้ไปตีกับการเรียนพิเศษแบบเดิม แต่เป็นการเพิ่มเติมในเวลาทำการบ้าน เปรียบเหมือนกับบริการของอเมริกาที่มีชื่อว่า Chegg ซึ่งถือว่าเป็น Big Player ในด้านแอปในการเรียนรู้ของประเทศนั้น" 

ในฐานะ Startup มองว่าจะมีคู่แข่งที่เข้ามาในกลุ่มเดียวกับ Snapask หรือไม่ และจะรับมืออย่างไร ?

"อีกสูตรหนึ่งที่จะทำให้ Startup สำเร็จคือ ความเร็วในการขยายตัว ซึ่งตอนนี้ Snapask มีการจับระหว่างติวเตอร์และนักเรียน ซึ่งก่อนหน้านี้ในสิงคโปร์ มีการก็อปปี้แอปของเราไปเลย และมีการมาตั้งราคาที่ถูกกว่า และแข่งกันไปเลย แต่สุดท้ายเมื่อเราเข้าตลาดก่อน และเด็กชอบก่อน และมี Service ที่ดี ก็จะเกิดความได้เปรียบขึ้น" 

จุดแข็งของ Snapask ที่คู่แข่งไม่มีในประเทศไทย ?

"สำหรับในประเทศไทย เทคโนโลยี Snapask มีการใช้เทคโนโลยีอัลกอริทึมที่พัฒนามา 4 ปี ซึ่งทำให้เกิดความเร็วในการจับกลุ่มและติวเตอร์ และความถูกต้องกับเรื่องที่ผู้ถามควรจะรู้  Ecosystem ยังไม่มีปัญหา เพราะมีการจัดหาติวเตอร์และมีการวัดคุณภาพ เรียกได้ว่ายังไม่เกิดปัญหา"

Snapask ใช้อะไรในการคัดติวเตอร์ ?

"เรื่องนี้ไม่สามารถเปิดเผยและเจาะลึกลงไปในรายละเอียดได้ แต่ในเบื้องต้น Snapask จะมีการคัดจากข้อมูลข้างในที่มีการสมัคร เช่น ในการส่งเอกสาร และมีการต่อยอดเรื่องระบบวิเคราะห์ติวเตอร์และการจัดการ จะมีการตรวจสอบว่าเด็กอยากเรียนรู้และพูดคุยหรือไม่ เท่ากับ IQ และ EQ ของติวเตอร์จะต้องดี"

อนาคต Snapask จะมีติวเตอร์ที่อยู่ยาวๆ ไหม ?

"ตอนนี้ Snapask ยังไม่ได้ถึงกับ mass เพราะเป้าหมายของปีนี้คือ มีผู้ใช้ 1 ล้านคนในระบบ แต่อนาคตจะต้องมีอย่างแน่นอน"

ฟีเจอร์ Q&A อนาคตจะมีรูปแบบคำตอบเป็นวิดีโอหรือไม่ ?

"การทำวิดีโอนั้นไม่ยาก แต่จริงๆ ฟีเจอร์ Q&A ต้องการทำเป็นแบบการสอนแบบรวดเร็ว เมื่อทำเป็นวิดีโออาจจะเหมาะกับกลุ่มการเรียนจำนวนมากกว่า 1:1 และถ้าเป็นวิดีโอมันจะต้องเป็นไปในทางที่ปรับพื้นฐานของผู้เรียนให้เข้าใจมากขึ้น" 

เนื่องจากคุณเคยเป็นนักกีฬาทีมชาติมาก่อน ทำไมถึงมีแรงบันดาลใจไปในทิศทางนั้นด้วย ?

"จริงๆ ผมเล่นกีฬามาตั้งแต่เด็กในหลายแบบ และสมัยที่ไปเรียนที่อเมริกา ก็มีกีฬาให้เลือกตามฤดู Ice Hockey ก็เป็นหนึ่งในกีฬาที่เลือกในฤดูหนาว ซึ่งดูแล้วเร้าใจดี และตกหลุมรักกีฬานี้ แต่ไม่อยากทำเป็นอาชีพ และอยากทำธุรกิจที่ Impact ต่อสังคมและมีประโยชน์ แต่สำหรับกีฬา เป้าหมายถึงจุดที่เป็นนักกีฬาทีมชาติก็พอแล้ว แต่จริงๆ ก็เล่นอยู่ เพียงแต่เมื่อทำงานเต็มเวลาก็จะไม่มีเวลาให้เล่น"

การขยายกิจการของ Snapask ไปยังตลาดอื่น ?

"ยังคงต้องรวม Service ที่เป็นอาณาจักรการศึกษาหลังเลิกเรียนให้ได้ก่อน ซึ่งทั้งไต้หวันและฮ่องกง ตอนนี้สามารถรวมได้ และในเอเชียเป็นอีกโจทย์หนึ่ง"  

Startup กับธุรกิจแบบเก่าจะไปด้วยกันได้หรือไม่ ?

"จากที่ได้ลงไปดูกิจการของติวเตอร์ หรือการเรียนพิเศษแบบเดิม พอมีการนำเสนอแนวคิดของ Snapask ไป ทำให้ติวเตอร์เกิดอยากนำ Solution มาใช้ร่วมกับการเรียนเพื่อเสริมทำให้เด็กเข้าใจได้ เท่ากับมีช่องว่างที่นำมาเสริม ทำให้ใช้งานร่วมกัน"

Snapask จะช่วยพัฒนาการศึกษาในประเทศไทยอย่างไร ?

"จริงๆ ผมเองตกใจ ในการเรียนที่ต่างจังหวัด คุณภาพในการศึกษาไม่เท่ากับเรียนในกรุงเทพฯ เช่น คุณภาพของครู แต่ Snapask ไม่ได้มาแทนอาจารย์ แต่มาช่วยเติมจุดบอดของการเรียนในส่วนที่ครูอาจจะไม่ได้สอน และเป็นการทำให้สอนยาวขึ้นมาหน่อย ประมาณ 15-30 นาที หรือฟีเจอร์ Academy ที่ออกมาสำหรับการเรียนรู้แบบสั้นๆ ที่กำลังจะเปิดให้บริการ" 

ทำไม Startup ไทยควรจะขยายตัวไปตลาดโลก ?

"Startup คือเรื่องของการขยายตัว ถ้าอิ่มตัวในตลาดไทยแล้ว แต่ว่ามีธุรกิจที่ขยายตัวในตลาดโลกได้ก็ควรจะไปดีกว่าในเรื่องของตลาดโลก เช่น ถ้าพัฒนาแอปก็มีโอกาสที่จะเติบโตมาก"

คิดว่าการทำ Startup ท้าทายกับตัวเราไหม ในวัยเพียง 24 ปี  ?

"เทียบกับเรื่องของประสบการณ์ อาจจะยังไม่ได้มากเท่าไหร่ แต่บริษัทไม่ได้มีแค่ CEO แต่จะต้องหาคนที่มีวิสัยทัศน์ และคนที่มีประสบการณ์ในสิ่งที่เราจะทำ รวมไปถึงตัว Product เป็นสิ่งที่สำคัญกว่า" 

จากการพูดคุยกันในครั้งนี้ก็ได้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารหนุ่มคนนี้อย่างรอบด้านและชัดเจน และเชื่อว่าหาก Snapask ยังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ในฐานะเทคโนโลยีเพื่อการศึกษาสำหรับเด็กและเยาวชนจนได้รับความนิยมในวงกว้าง ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อวงการการศึกษาไทย

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด