ทำความรู้จัก IP Code มาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่นในสมาร์ทโฟนก่อนเข้าใจผิดกัน!!!

ทำความรู้จัก IP Code มาตรฐานกันน้ำและกันฝุ่นในสมาร์ทโฟนก่อนเข้าใจผิดกัน!!!

หลังจากสงกรานต์ในวงการไอทีบ้านเรามีการพูดถึงปัญหาของ สมาร์ทโฟน ( Smart Phone ) กันน้ำออกมาให้เราได้เห็นกัน เพราะในช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมามีผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนหลายรุ่นทีประสบปัญหาน้ำเข้าเครื่อง(ตามข่าวที่ได้เห็นกันไปก่อนหน้านี้)

istock-964062092

ดังนั้นวันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับมาตรฐาน IP หรือที่เรามักได้ยินกันว่า IP Rating, IP Code, IP Standard หรือ Ingress Protection Rating คือมาตรฐานที่บอกถึงระดับการป้องกันฝุ่นละอองและน้ำของเครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้าให้ได้เข้าใจกัน

untitled-2

จะเห็นได้ว่าสมาร์ทโฟนที่วางจำหน่ายในบ้านเราหลากหลายรุ่นต่างก็พากันโฆษณาว่าสมาร์ทโฟนของตนเองมาพร้อมกับระบบ IP รุ่นต่างๆ แต่หลายครั้งการโฆษณาก็ไม่ชัดเจนพอที่จะทำให้เข้าใจว่า IP ที่มีในสมาร์ทโฟนนั้นสามารถกันน้ำได้มากน้อยแค่ไหน?

ดังจะเห็นได้จาก Huawei P30 Pro ที่มาพร้อมกับการรองรับมาตรฐาน IP68 และ Huawei P30 ที่มาพน้อมกับมาตรฐาน IP53 ซึ่งความสามารถในการกันน้ำต่างกันสิ้นเชิงครับ ส่วนในมือถือจาก Samsung เช่น Galaxy S7, S8, Note8, S9, Note 9, S10+, Samsung Galaxy S10 และ Samsung Galaxy S10e มาพร้อมกับมาตรฐาน IP68 ทั้ง 3 รุ่น และปิดท้ายด้วย iPhone รุ่นใหม่ๆ ก็มาพร้อมมาตรฐาน IP  ด้วยเช่นกัน แต่ใช้กันคนละรุ่นอย่าง Apple iPhone XS หรือ XS Max ใช้  IP68 ส่วน Apple iPhone XR ใช้ IP67 



ตัวเลขหลักที่ 1 : การป้องกันของแข็ง หรือการเข้าของฝุ่นละออง

  • 0 ไม่มีการป้องกันใดๆ
  • 1 ป้องกันของแข็ง ที่มีขนาด 50 mm ขึ้นไป
  • 2 ป้องกันของแข็ง  ที่มีขนาด 12 mm ขึ้นไป
  • 3 ป้องกันของแข็ง ที่มีขนาด 2.5 mm ขึ้นไป
  • 4 ป้องกันของแข็ง ที่มีขนาด 1 mm ขึ้นไป
  • 5 ป้องกันฝ่นได้ แต่อาจ มีฝุ่นเล็กน้อยเล็ดลอดเข้าไป โดยฝุ่นที่ลอดเข้าไปจะไม่มผลต่อการทำงานอุปกรณ์
  • 6 ป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์

ตัวเลขหลักที่ 2 : การป้องกันของเหลว

  • 0 ไม่มีการป้องกันใดๆ
  • 1 ป้องกันหยดน้ำที่ตกกระทบในแนวตั้งกับตัวอุปกรณ์เท่านั้น
  • 2 ป้องกันหยดน้ำที่ตกกระทบในแนวเฉียงรอบตัวอุปกรณ์ได้ทำมุมสูงสุด 15 องศาจากแนวตั้ง
  • 3 ป้องกันละอองน้ำที่ตกกระทบในแนวเฉียงรอบตัวอุปกรณ์ได้ทำมุมสูงสุด 60 องศาจากแนวตั้ง
  • 4 ป้องกันละอองน้ำที่ตกกระทบตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง
  • 5 ป้องกันน้ำจากการฉีดที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง
  • 6 ป้องกันน้ำจากการฉีดแบบรุนแรงที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง
  • 6K ป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง
  • 7 ป้องกันการแทรกซึมของน้ำจากการแช่ตัวอุปกรณ์ในน้ำได้ที่ความลึกสูงสุด 1 เมตร เป็นระยะเวลาสูงสุด 30 นาที
  • 8 ป้องกันการแทรกซึมของน้ำจากการแช่ตัวอุปกรณ์ลงน้ำได้ 1 เมตร 30 เซนติเมตร ในระยะเวลา 30 นาที
  • 9K ป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงพิเศษที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง ที่อุณหภูมิน้ำสูงสุด 80 °C

ตัวอย่างมาตรฐาน IP ที่ส่วนใหญ่จะได้พบ

เราอาจเจอมาตรฐาน IP อยู่บ่อยๆ จากตารางตัวเลขทั้งหมดที่กล่าวมานั้น มีไม่กี่ตัวที่ถูกนำมาใช้และเป็นที่นิยมทำมาจำหน่าย ซึ่งมาตรฐาน IP ที่นิยมและเห็นได้บ่อยครั้งมีดังนี้

IP53 / 54

คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้แต่อาจมีฝุ่นเล็กน้อยเล็ดลอดเข้าไป โดยฝุ่นที่เล็ดลอดเข้าไปนั้นต้องไม่มีผลใดๆต่อการทำงานของอุปกรณ์และมีความสามารถที่จะป้องกันละอองน้ำที่ตกกระทบตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง

IP65

คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์ และมีความสามารถที่จะป้องกันน้ำจากการฉีดที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง

IP66

คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์ และมีความสามารถที่จะป้องกันน้ำจากการฉีดแบบรุนแรงที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง

IP66K

คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์ และมีความสามารถที่จะป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง

IP67

คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์ และมีความสามารถที่จะป้องกันการแทรกซึมของน้ำจากการแช่ตัวอุปกรณ์ในน้ำได้ที่ความลึกสูงสุด 1 เมตร เป็นระยะเวลาสูงสุด 30 นาที

IP68

คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์ และมีความสามารถที่จะป้องกันการแทรกซึมของน้ำได้ ซึ่งบางครั้งอาจจะไม่ได้เสมอไป เพราะบาง Brand ได้ระบุว่า สามารถลงน้ำด้วยความลึก 1 เมตร 30 เซนติเมตร แช่น้ำได้นาน 30 นาที

IP69K

คือมาตรฐานที่จะเป็นตัวบอกว่าอุปกรณ์หรือเครื่องมือนั้นๆ มีความสามารถที่จะป้องกันฝุ่นได้สมบูรณ์ และมีความสามารถที่จะป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงพิเศษที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง ที่อุณหภูมิน้ำสูงสุด 80 °C

ตัวอย่างเนื้อหาการรับประกันเครื่องของ Samsung Galaxy S10 Series
สรุปเพื่อความมั่นใจว่าสมาร์ทโฟนของคุณป้องกันน้ำได้แน่นอนความสามารถต้องเป็นระดับ IP67 หรือ IP68 ขึ้นไปเท่านั้น แต่ในชีวิตจริง ทีม Sanook! Hitech อยากจะแนะนำว่าเกี่ยวกับไม่ว่าจะเป็นมาตรฐานใด ก็ไม่ควรนำมือถือจุ่มน้ำหรือลงน้ำแข็ง เป็นระยะเวลานาน เพราะถ้าเกิดปัญหา ผู้ผลิตส่วนใหญ่ได้ระบุในคู่มือไว้ว่า จะไม่ครอบคลุมเงื่อนไขการรับประกัน ซึ่งทั้ง iPhone, Huawei หรือ Samsung ได้มีการระบุอย่างชัดเจนแล้วในคู่มือแล้ว

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด