รีวิว “Huawei Y Max” มือถือจอใหญ่ เต็มอิ่มทุกความบันเทิง ในงบสบายกระเป๋า

รีวิว “Huawei Y Max” มือถือจอใหญ่ เต็มอิ่มทุกความบันเทิง ในงบสบายกระเป๋า

กลับมาพบกับรีวิว Gadget และ Smart Phone จากทีม Sanook! Hitech อีกครั้งในช่วงต้นปี 2019 ครั้งนี้เรายังอยู่กับมือถือที่เปิดตัวในช่วงปลายปี 2018 ที่ผ่านมา อย่าง Huawei Y Max ที่จัดว่าหน้าจอใหญ่อลังการ สเปคเครื่องครบครัน กับราคาหมื่นต้นเท่านั้น มาดูกันว่า เครื่องรุ่นนี้จะมีดีอะไรบ้าง

เปิดกล่อง Huawei Y Max

มาดูกันว่ามือถือสเปคกลางอย่าง Huawei Y Max จะให้อะไรภายในกล่องบ้าง ถ้าคุณเลือกซื้อรุ่นนี้

  • ตัวเครื่อง Huawei Y Max
  • เคสใสของเครื่อง
  • เข็มจิ้มซิมการ์ด
  • คู่มือ
  • ปลั๊กชาร์จไฟ
  • สาย Micro USB
  • หูฟัง

รูปลักษณ์และดีไซน์ของ Huawei Y Max

เริ่มต้นกับทุกคนที่จะต้องเห็นกับมือถือรุ่นนี้คือหน้าจอ IPS LCD ขนาด 7.12 นิ้ว ความละเอียด 2244x1080 พิกเซล ใหญ่สะใจรองรับการทัชสกรีนแบบ 10 จุด นอกจากนี้ยังมีรูปแบบสีสันที่คมชัด พร้อมกับขอบด้านล่างขนาดใหญ่มีโลโก้ Huawei ชัดเจน

ส่วนหน้าจอด้านบนจะมี Notch หรือ ติ่งสำหรับใช้งานทั่วไป มีกล้องขนาด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับระบบเสียงผ่านลำโพงสนทนาที่สามารถเปล่งเสียงได้ นอกจากนี้ ยังมีเซนเซอร์ Proximity sensor และ Ambient light sensor มาให้ ส่วนการปิด Notch รุ่นนี้ทำได้ โดยเข้าไปที่ Setting (ตั้งค่า) > Display Setting (ตั้งค่าหน้าจอ)> Notch (ขอบดำ) แล้วเลือกได้ตามสบายว่าจะเปิดหรือปิด

ส่วนหน้าจอด้านล่าง มีปุ่มควบคุมระบบหน้าจออยู่ข้างในหน้าจอ พร้อมโลโก้ Huawei ที่อยู่ล่างสุด แล้วส่วนการควบคุมสามารถเลือกได้ ว่าจะเป็นแบบ สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Setting (ตั้งค่า) > System (ระบบ) > Navigation (การควบคุมทิศทางของระบบ) ซึ่งเปลี่ยนได้ทั้งหมดดังนี้

  • ท่าทาง จะใช้การปัดซ้ายมาขวาคือการย้อนกลับ, ปัดขึ้นแล้วปล่อย เท่ากับ กลับหน้าหลัก และปัดขึ้นค้างไว้จะเป็นหน้าเลือก Apps ทำงานล่าสุด หรือ Recent Apps สุดท้ายปัดซ้ายหรือขวาเพื่อเข้าสู่ Google Search
  • การควบคุมปุ่มทางเดียว จะมีขีดตรงกลางให้ จะมีวิธีใช้งานคือ กดปุ่มครั้งเดียว กดย้อนกลับ, กดค้างไว้เท่ากับหน้าจอหลัก, ปัดซ้าย ปัดขวา เท่ากับดู Apps ล่าสุด, ปัดขึ้นเท่ากับเข้า Google และ สามารถ ซ่อนปุ่มได้
  • ปุ่มกดธรรมดา สามารถเลือก Back, Home และ Recent Apps สามารถเปลี่ยนแปลงได้

ขอบด้านข้างรอบตัวเครื่อง เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง และเกรดดีจับแล้วรู้สึกเป็นโลหะเลย ฝั่งซ้ายมีถาดใส่ซิมแบบ 3 ช่อง ทั้ง Nano SIM 2 ช่องและ Micro SD

p1140269
p1140281

ฝั่งขวาของเครื่องมาพร้อมกับปุ่มเปิดปิดเครื่อง และ Standby ของเครื่อง ขนาดของปุ่มถือว่าไม่ได้ใหญ่มาก กำลังดี

บนสุดของเครื่องมีเพียงแค่ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวนของเครื่อง

ล่างของเครื่องมีช่องเสียบหูฟัง, ไมโครโฟน, Micro USB และมีลำโพงตัวเครื่องขนาดใหญ่พอสมควร

และด้านหลังของ Huawei Y Max ออกแบบให้ความรู้สึกเหมือนกับจับมือถือที่มีราคาแพง เพราะด้านหลังทำเป็นวัสดุแบบหนัง และมีกล้องหลังคู่ + LED Flash นอกจากนี้ยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลัง

น้ำหนัก / ฟิลลิ่งการถือ / สีที่จำหน่ายในประเทศไทย

จากการได้ถือและจับ Huawei Y Max ด้วยความที่ตัวเครื่องใหญ่ แต่ไม่ได้ออกแบบให้เหมาะกับการถือทั้งวันเพราะน้ำหนักจะเยอะตามขนาดหน้าจอ แต่ถ้าเทียบกับสมัยก่อน นี่ถือว่าเป็นมือถือจอใหญ่บอดี้พอกับมือถือจอ 6 นิ้วสมัยก่อน

สำหรับสีของ Huawei Y Max จะมีให้เลือก 2 สีคือ ดำ Midnight Black, น้ำตาล Amber Brown ซึ่งเป็นสีที่ได้มาทดลองในครั้งนี้

เปิดเครื่องลองฟีเจอร์ของ Huawei Y Max

เปิดเครื่อง Huawei Y Max มาถือว่าตอบสนองได้รวดเร็วเช่นเคย แล้วสเปคเครื่องในภาพรวมเป็นอย่างไร เรามาดูกันดีกว่า

รายละเอียดของ Huawei Y Max

  • มาพร้อมหน้าจอไร้ขอบขนาด 7.12 นิ้ว มาพร้อมจอ IPS LCD display, ความละเอียด 2244x1080 พิกเซล อัตราส่วน 19:9
  • ขนาด 177.57 x 86.24x 8.46 มิลลิเมตร
  • น้ำหนัก 201 กรัม
  • มาตรฐานกันน้ำ / กันฝุ่น : ไม่รองรับ
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 8.1 (Oreo) + EMUI 8.2
  • หน่วยประมวลผล : Qualcomm Snapdragon 660 AIE Octa Core
  • หน่วยความจำแรม (RAM) 4GB
  • หน่วยความจำภายใน (ROM) 128GB รองรับ Micro SD Card สูงสุดที่ 256GB
  • รองรับการทำงาน 2 ซิม (Dual SIM)
  • กล้องด้านหลัง 16 + 2 ล้านพิกเซล, AI Camera + Auto Focus + LED Flash
  • กล้องด้านหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล,
  • ช่องเสียบ Micro USB, ช่องเสียบหูฟัง
  • แบตเตอรี่ความจุ 5000 mAh (Standard Battery)
  • ระบบความปลอดภัย : ระบบสแกนใบหน้าแบบ 2D, ระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • สี: ดำ, น้ำตาล
  • ราคา: 10,990 บาท

ภาพรวมที่ได้เห็นสเปคถือว่าอยู่ระดับที่ใช้ได้ หากต้องนำมาเล่นเกมและทำงานต่างๆ จะลงตัวอย่างมาก แล้วทั้งหมดที่พูดมาจริงไหม เรามีผลการทดสอบในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้

การทดสอบประสิทธิภาพ / การลองเล่นเกม

จากการทดสอบประสิทธิภาพจาก Antutu คะแนนออกมาอยู่ที่ 121074 คะแนน ที่ออกมาถือว่าน่าแปลกใจอย่างมาก เพราะคะแนนถือว่าสูงเกาะกลุ่มระดับมือถือ 15,000 บาท บางรุ่นเลยทีเดียว

screenshot_20190117-234645

ส่วนอีกโปรแกรมอย่าง Geekbench 4 อยู่ที่ 1446 คะแนนแบบ Single Core และ 5481 คะแนนแบบ Multi Core

 

การเล่นเกมภาพที่ออกมา ทำได้ลื่นไหลกำลังดี แต่ว่าภาพกราฟิกอาจจะไม่ได้สวยงามเท่ากับมือถือที่ระดับหมื่นปลาย แต่ที่เห็นนี้ก็จัดว่า เล่นเกมลื่นและตอบสนองได้ดีแล้วครับ

ทดลองการเชื่อมต่อของ Huawei Y Max

 

ในส่วนของการรองรับการเชื่อมต่อทำได้ครบครันทั้ง WiFi 802.11 AC, Bluetooth 5.0, GPS และ A-GPS เมื่อลองใช้นำทางถือว่าบอกพิกัดได้แม่นยำกำลังดีไม่พาหลังไปไหน

ระบบปฏิบัติการ / ฟีเจอร์ของเครื่อง / ความปลอดภัย

สำหรับระบบปฏิบัติการใน Huawei Y Max เลือกใช้ Android 8.1 Oreo ครอบด้วย EMUI 8.2 จุดเด่นของ UI แบบนี้คือมันใช้งานได้ง่าย และมีครบเครื่องอย่างมากเลยทีเดียวเลย

ymax_tools

ลูกเล่นของตัวเครื่องยังคงเหมือนมือถือทั่วไปอย่างที่ ระบบ Android โดยใช้และมีเพิ่ม เข็มทิศ, เครื่องคิดเลข, เครื่องอัดเสียง, กระจกส่อง, ไฟฉาย, โหมดปาร์ตี้ สมุดบันทึก และอื่นๆ อย่างมากมาย

ส่วนระบบความปลอดภัย นอกจากระบบสแกนลายนิ้วมือ ยังมีระบบสแกนใบหน้ามาให้ แต่ว่าไม่สามารถทำงานเมื่ออยู่ในที่มืดด้วย

การแสดงผลภาพและระบบเสียง

p1150442
p1150451

สำหรับหน้าจอของ Huawei Y Max ให้ความละเอียด Full HD+ ถือว่ากำลังดี แต่เมื่อได้หน้าจอใหญ่บางคนบอกว่าน่าจะได้ความละเอียดมากกว่านี้ แต่ผมมองว่า Full HD+ ถือว่าดีแล้วครับ

ส่วนระบบเสียงเลือกใช้บริการ Dolby ATMOS ที่สามารถปรับแต่งได้ผ่านลำโพง Stereo ทั้งบนและล่างให้เสียงดังมาก แต่อาจจะเบากว่า Mate 20 X พอสมควร

เปิดกล้องลองประสิทธิภาพ

สำหรับกล้องของ Huawei Y Max จัดมาให้กล้องหลังคู่โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • 16 ล้านพิกเซล + Auto Focus + LED Flash
  • 2 ล้านพิกเซลเป็น Depth Sensor

เมื่อสเปคกล้องออกมาถือว่าพื้นฐาน และให้ความคมชัดเจนอยู่ไม่น้อย

ลูกเล่นกล้องดูเหมือนน้อยลง แสดงผลเฉพาะที่ใช้บ่อย

ปกติเมนูกล้องของ Huawei Y Max ยังคงได้ลักษณะแบบเดียวกับ Huawei Y9 2019 กล่าวคือลูกเล่นไม่ได้ซับซ้อน แต่ลดเมนูจนเหลือแค่ที่จำเป็น พร้อมติดตั้ง AI Camera ที่มี Scene Mode ที่ใช้งานแล้วค่อนข้างลงตัวเลยทีเดียว

การถ่ายภาพกลางวัน / กลางคืน

img_20190120_091230
img_20190121_121607
img_20190121_145921
img_20190123_090522
img_20190123_090527

จากภาพที่ถ่ายในสภาพแสงปกติ หรือภาพกลางวัน ถือว่าทำได้ดีอย่างที่คาดเอาไว้ สีสันกำลังเหมาะสมเลย

img_20190119_191326
img_20190119_201406
img_20190119_203118

แต่ว่าเมื่อถ่ายภาพกลางคืนอาจจะต้องพูดว่า ถ้าแสงน้อยมาก Noise อาจจะมีบ้าง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่ภาพรวมออกมาถือว่าสวยงามเลยทีเดียว

การถ่ายภาพในรูปแบบอื่นๆ 

img_20190119_194215
img_20190121_145934

การถ่ายภาพระยะใกล้ในหลายรูปแบบถือว่าทำได้ดี ละลายหลังได้ทันที ถ้าใช้ AI Camera จะแสดงผลได้ดีกว่า ส่วนการถ่ายภาพอาหาร สีสัน ถือว่าจัดขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการถ่ายภาพปกติ

ส่วนการถ่ายภาพบุคคลด้วยกล้องหลัง ถ้าเป็นรูปแบบที่ปรับ Beauty ได้เอง จะไม่ได้มีให้ละลายหลัง มา กล้องจะละลายเอง ถ้าใช้ AI Camera ก็ทำงานได้ดีเหมือนเดิม

นอกจากนี้ในรูปแบบการภาพอื่นๆ มีทั้งการถ่ายภาพ AR, Panorama, Pro Mode และอื่น ๆ

กล้องของ Huawei Y Max ถ่ายวิดีโอเป็นอย่างไร

สำหรับการถ่ายวิดีโอด้วย Huawei Y Max  ตั้งความละเอียดสูงสุดที่ Full HD มาพร้อมกับ Beauty Video มาให้

กล้องหน้าของ 8 ล้านพิกเซลถ่ายภาพได้ดีแค่ไหน

กล้องหลังก็ว่าเด็ดแล้ว กล้องหน้าก็มีลูกเล่นที่ดีไม่แพ้กันทั้งเรื่อง Beauty Mode แต่ว่าไม่มีละลายหลังมาให้ถือว่าน่าเสียดาย

แบตเตอรี่และการชาร์จไฟ

แบตเตอรี่ของ Huawei Y Max ให้ขนาด 5000 mAh ถือว่าใหญ่โตมาก เมื่อลองใช้งานนำทาง เล่นเกม และถ่ายภาพเรื่อย ๆ พบว่าสามารถอยู่ได้ทั้งวันอย่างสบาย และอาจจะต่อวันที่ 2 ได้อีกด้วย แต่เมื่อทดสอบโปรแกรมทดสอบประสิทธิภาพ ทำได้นานใช้ได้

ระบบชาร์จไฟของเครื่องทำได้ดีเพราะที่ชาร์จไฟเครื่องเป็นแบบ 5V 2A และถ้าเสียบกับอุปกรณ์รองรับ Quick Charge ก็เร็วขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับเร็วจนประทับใจ เพราะแบตเตอรี่มีขนาดใหญ่โต

สรุปหลังจากทีมงาน Sanook! Hitech ได้สัมผัส Huawei Y Max ในระยะเวลาหนึ่ง

เรียกว่ามือถือระดับกลางที่มีหน้าจอใหญ่กับสเปคคุ้มค่าอย่างยิ่งต้องยกให้ Huawei Y Max ตัวนี้เท่านั้น เรียกได้ว่าเป็นอีกมือถือที่เหมาะกับคนที่ชอบพกความบันเทิงเช่น Tablet แต่นานๆ ไปก็อยากได้เครื่องที่คล่องตัวขึ้น หรือ มือถือที่เล่นเกม และใช้งานได้ตลอดทั้งวัน เว้นแค่เรื่องเดียว จอใหญ่ตามตัวเท่านั้น

สำหรับราคาเครื่องอยู่ที่ 10,990 บาท (ราคาเปิดต้ว) ถือว่าอยู่ระดับกลางและน่าจะรับได้สำหรับใครหลายๆ คน

ปิดท้ายกับการทดลอง Huawei Y Max มันเปรียบเหมือนกับ Huawei Y9 2019 ที่ต่อยอดหน้าจอใหญ่ขึ้นอย่างชัดเจน และตอบสนองเรื่องการใช้งานได้ลงตัวอีกรุ่นหนึ่งที่มีขายในประเทศไทยน

จุดเด่น

  • หน้าจอคมชัดใหญ่กำลังดี
  • สเปคเครื่องคุ้มค่า แรงกำลังดี เล่นเกมกำลังเหมาะ
  • ระบบเสียงดังและคมชัด
  • ความปลอดภัยครบครัน
  • ได้ระบบปฏิบัติการที่ทันสมัย
  • ราคาไม่แพงอย่างที่คิด

ข้อสังเกต

  • ไม่กันน้ำ
  • ไม่มีระบบชาร์จไฟด่วน
  • ยังให้ช่องเสียบ Micro USB
  • ขนาดเครื่องใหญ่อาจจะไม่ถูกใจบางคน

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด