5 ปัญหาของ iPad Pro 2018 นอกจากงอง่ายแล้วมีอะไรอีกบ้าง!

5 ปัญหาของ iPad Pro 2018 นอกจากงอง่ายแล้วมีอะไรอีกบ้าง!
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

iPad Pro นับเป็น iPad ที่ดูจะดีที่สุดเท่าที่ Apple เคยทำมา ย้อนกลับไปใช้ดีไซน์คล้าย iPhone 5 เครื่องแรงระดับเดสก์ท็อป เทคโนโลยีหน้าจอที่ทันสมัย รองรับ Face ID พร้อมกับ Apple Pencil อัปเกรด ชาร์จแบบแม่เหล็ก แต่ก็ใช่ว่าทุกอุปกรณ์จะเพอร์เฟกต์เสมอไป ตัว iPad Pro 2018 เองก็มีปัญหากวนใจอยู่พอสมควรครับ

1. ต่อความจุฮาร์ดดิสก์นอกไม่ได้

iPad Pro 2018 ไม่รองรับการต่อกับฮาร์ดดิสก์อื่นๆ อย่างเช่น External Harddisk หรือ Flash drive เพื่ออ่านข้อมูลอื่นๆ ภายในอุปกรณ์ได้ แต่จะเห็นไฟล์ที่เป็นรูปภาพเท่านั้น ด้วยการที่ Apple โปรโมทว่า iPad Pro ก็คือคอมพิวเตอร์นั้นก็ออกจะขัดๆ หน่อยที่แม้แต่ฮาร์ดดิสก์ยังอ่านไม่ได้

2. ไม่รองรับเมาส์

iPad Pro 2018 ไม่รองรับการเชื่อมต่อกับเมาส์ใดๆ ก็ตาม ไม่ว่าจะเป็น wireless หรือเป็นแบบ Bluetooth ถึงแม้ว่า iPad Pro จะสามารถต่อออกจอนอกได้ และใช้หน้าจอเป็นเหมือน Trackpad ก็ยังต้องมีบางจังหวะที่ต้องกลับมาโฟกัสที่ตัว iPad Pro ระหว่างการใช้งาน

หาก iPad Pro สามารถเชื่อมต่อเมาส์ได้ก็จะดูเป็นคอมพิวเตอร์มากขึ้น เพราะสามารถย้ายไฟล์หรือจัดการไฟล์ต่างๆ ได้สะดวกและง่ายยิ่งขึ้น

3. ไม่มีช่องเสียบหูฟังแล้ว

นับว่าเป็น iPad เครื่องแรกของ Apple ที่ถอดช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม ออก ยังไม่มั่นใจว่าด้วยเหตุผลอะไร (น่าจะต้องการเรื่องความบาง) แต่แม้แต่ MacBook จนไปถึง MacBook Pro ที่ใช้งานระดับโปรก็ยังมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม อยู่เลยครับ

หากคุณเป็นสายดนตรีที่ต้องใช้งานเสียงบ่อยๆ หากไม่ใช้อุปกรณ์ไร้สายอย่างหูฟังไร้สายก็ต้องซื้อฮับ USB-C มาต่อเพิ่มเพื่อใช้หูฟัง 3.5 มม เอาล่ะครับ

4. แรงขึ้น เปลืองแบตมากขึ้น

iPad Pro 2018 มาพร้อมกับชิปประมวลผล Apple A12X ที่แรงขึ้นกว่า iPad Pro 2017 ถึง 2 เท่า เมื่อทดสอบแบบ Multi core แต่การที่ใช้ชิปประมวลผลแรงขึ้นย่อมกินแบตเตอรี่มากขึ้นกว่าเดิมด้วย

จริงๆ ในแง่การใช้งานทั่วๆ ไปเราสามารถแยกได้ออกระหว่าง iPad Pro 2018 และ iPad Pro 2017 แต่หากคุณเป็นคนที่ต้องการใช้งานหนักอย่างเช่น แต่งรูป เรนเดอร์ไฟล์วิดีโอ iPad Pro 2018 ถือว่าแรงดีมาก ใช้เวลาน้อยลงครึ่งๆ เมื่อเทียบกับ iPad Pro 2017

5. ความจุและราคาที่สูงขึ้น

iPad Pro 2018 เปิดตัวที่ความจุ 64GB ซึ่งหากใครที่เก็บข้อมูลในเครื่องระยะยาว (ใช้ทำงาน) ตัวเลือก 64GB อาจจะน้อยเกินไปมากแล้ว และหากกระโดดไปอีกความจุหนึ่งคือ 256GB ก็ต้องเพิ่มราคาขึ้นไปอีก $150 หรือ $350 สำหรับรุ่นความจุ 512GB และหากเป็นรุ่น Cellular หรือใส่ซิมก็ต้องเพิ่มเยอะกว่านี้อีก

แต่ปัญหานี้จะหมดไป หากผู้ซื้อไม่มีปัญหาเรื่องเงิน

 

 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด