รีวิว "Amazfit Verge" นาฬิกาเพื่อคนรักสุขภาพ ครบเครื่อง ในราคา 5,990 บาท

รีวิว "Amazfit Verge" นาฬิกาเพื่อคนรักสุขภาพ ครบเครื่อง ในราคา 5,990 บาท

กลับมาพบกับรีวิว Gadget และ Smart Phone จากทีม Sanook! Hitech กันอีกครั้งหนึ่ง รอบนี้เราจะชวนคุณมาออกกำลังกายเพราะว่า Gadget ที่ได้มารีวิวคือ Amazfit Verge รุ่นล่าสุดที่มีราคาไม่แพง แต่ความสามารถอัดแน่นไม่เบา มันมีอะไรบ้างนั้น มาดูรีวิวกันเลย

เปิดกล่อง Amazfit Verge

สำหรับ Amazfit Verge ภายในกล่องที่ดูซ้บซ้อยมีองค์ประกอบดังนี้

 

  • ตัวเรือน Amazfit Verge
  • สายชาร์จ
  • คู่มือการใช้งาน

รูปลักษณ์หน้าตาของ Amazfit Verge

สำหรับหน้าตาของ Amazfit Verge ส่วนหน้าสุดเลือกใช้หน้าจอขนาด 1.3 นิ้วความละเอียด 360x360 พิกเซลแบบสัมผัสที่ถือว่าละเอียดมากสำหรับ Smart Watch ในปัจจุบันนี้ และหน้าตาของมันเป็นทรงกลม พร้อมกับ ขีดบอกเวลาทั้ง 12, 3, 6 และ 9 อย่างชัดเจน

 

ด้านข้างออกแบบให้ดูแกร่งด้วยสีที่มีให้เลือกทั้ง เทา น้ำเงิน ส่วนอีกสีเหมาะกับผู้หญิงคือสีขาว แต่ตัดกันแบบ Two Tone  โดยปุ่มและไมโครโฟนจะอยู่ด้านขวา

 

ฝั่งซ้ายเป็นลำโพงที่มีพื้นที่ยาวพอสมควร ให้เสียงที่ดังพอสมควร

 p1140015

ส่วนบนและล่างเป็นสายนาฬิกาที่สามารถถอดเปลี่ยนได้แต่ว่าต้องใช้เครื่องมือในการเปลี่ยนนาฬิกาเท่านั้น

ใต้เครื่องนอกจากที่ชาร์จแล้วยังมีระบบวัดชีพจรหัวใจมาให้ด้วยเช่นเดียวกัน

 

ฟิลลิ่งที่ได้สัมผัส / น้ำหนัก / สีที่เช้ามาจำหน่าย

สำหรับน้ำหนักนั้นไม่รู้สึกว่าหนักแต่อย่างใดเหมือนกับ Smart Watch ปกติ แต่ว่าสิ่งที่รู้สึกขึ้นมาคือ ความนุ่มสบายของสายแม้ว่าจะเป็นเรซินแต่ก็ออกแบบได้เรียบง่ายแต่เมื่อโดนเหงื่อถือว่าแข็งแรงเหมือนกัน

 

สีที่เข้ามามีทั้ง ขาว, เทา และ น้ำเงิน ส่วนสีของสายจะเข้ามาให้เลือกหรือไม่ต้องรอดูกันอีกครั้ง

เปิดเครื่องลองฟีเจอร์ของ Amazfit Verge

 

สำหรับระบบปฏิบัติการของ Amazfit Verge ยังคงเป็นระบบของตัวเอง ซึ่งมีความคล้ายกับ Samsung Galaxy Watch อย่างมากทั้งเรื่องของเมนูการตั้งค่า หน้าควบคุมการใช้งาน และการแสดงผล Notification

แต่ว่าสิ่งที่แตกต่างนั้นก็มีตั้งแต่เรื่องของฟีเจอร์ต่างๆ ที่มาแน่นๆ ทั้งเรื่องของ

  • การกำหนดกิจกรรมที่ทำได้มากถึง 11 รูปแบบการออกกำลังกาย
  • การบอกเรื่องของวัดก้าวเดินแต่ละช่วงเวลา
  • ระบบวัดชีพจรที่วัดและต่อเชื่อมกับ VO2Max ได้แต่จะต้องเชื่อมต่ออุปกรณ์เสริมด้วย
  • การเล่นเพลงผ่านตัวเครื่องแต่ทั้งหมดเป็นแค่ Remote Control และเฉพาะ Android สามารถสั่งถ่ายภาพได้ 
  • บอกเรื่องคุณภาพการนอนของคุณว่าเป็นอย่างไร
  • ตามหามือถือคุณได้ ใช้ได้เฉพาะ Android เหมือนกัน แต่ถ้าจะใช้โทรออกต้องเป็น Android
  • สั่งรับสายหรือตัดสายได้เช่นเดียวกัน ถือว่าเป็นอีกทางเลือกของ Smart Watch ที่เหมาะสม
  • ระบบแจ้งเตือนได้ แต่ข่าวร้าย ยังไม่รองรับภาษาไทยในตอนนี้

พูดฟีเจอร์ทั้งหมดแล้ว และเมื่อใช้กับการออกกำลังกายที่ง่ายที่สุดคือการวิ่ง สิ่งที่ Amazfit ทำได้ชัดเจนคือ เรื่องของการบอกข้อมูลที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นการวัดชีพจร Realtime ที่วัดได้ตรง แถมมีการแจ้งเตือน หากชีพจรคุณสูงเกินไป

 

นอกจากนี้ GPS ยังมีการวาดเส้นทางที่คุณวิ่งไประหว่างที่ระบบยังจับกิจกรรมของคุณ, สามารถเปลี่ยนเพลง และรวมถึงการดูสถิติเมื่อเทียบกับการวิ่งครั้งก่อนได้เช่นเดียวกัน

 img_0990

เมื่อกดหยุดคุณสามารถส่งกิจกรรมออกจาก Smart Watch ผ่านการ Sync โดย Amazfit ที่คุณสามารถกำหนด profile ของคุณได้ทั้งส่วนสูง น้ำหนัก และรวมถึงการเชื่อมต่อ Account กับโปรแกรมออกกำลังกายได้บางตัว  แนะนำว่าครั้งแรกควรใช้ Facebook ในการสมัครจะสะดวกมาก น่าเสียดายที่ไม่มีการเก็บ Awards ให้ดีใจเหมือนกับยี่ห้ออื่นเขา

เชื่อมต่อทั้ง iOS และ Android ต่างกันแค่ไหน

 sc1

sc2

คำถามนี้ต้องมีคนถามแน่นอน และคำตอบที่ได้ลองมานั้น แทบจะไม่ได้แตกต่างกันมาก แต่ยกเว้นฟีเจอร์ตามหามือถือ และคุยสายด้วยนาฬิกา ที่จะใช้ได้กับ Android เท่านั้น แต่เมื่อเทียบกับคู่แข่ง Amazfit Verge ก็ให้ความสามารถ แทบไม่ได้แตกต่างจาก Smart Watch ที่ราคาสูงของหลายค่ายเลย 

แบตเตอรี่ และ การชาร์จไฟ

 p1140029

สำหรับ Amazfit Verge ให้แบตเตอรี่ขนาด 390 mAh เคลมว่าใช้งานได้ 5 วัน จากการทดลองด้วยการเชื่อมต่อ Bluetooth และเปิด GPS เวลา 1 วันครึ่งและรวมไปวิ่งแล้วอยู่ได้ 71% ถือว่าอึดใช้ได้

และเรื่องชาร์จไฟกับฐานของเครื่องที่แน่นกำลังดี ไม่ต้องห่วงว่าจะใช้เวลาเต็มนานหรือไม่ พบว่าถ้าปล่อยไป 50% ก็ใช้เวลาไม่นานเพียง 20 - 30 นาทีก็กลับมาเต็มและพร้อมใช้งานได้เลย

สรุปหลังจากทดลองใช้ Amazfit Verge สักระยะหนึ่ง

 img_20181208_143120

ปิดท้ายกับการลอง Amazfit Verge ถือว่าเป็น Smart Watch ที่ครบครันและ หน้าตาสวยงามดี ครบเครื่องทั้งเรื่องการบอกแจ้งเตือน, การออกำลังกาย และความสามารถในเรื่องเป็นเครื่องเตือนต่างๆ แถมมีฟีเจอร์แบบพอดีในราคา 5,990 บาท  แต่ยังต้องซื้อทางออนไลน์

เรียกได้ว่าดูพอสมควรเพราะคู่แข่งของมันก็มีราคาสูงกว่านี้ แต่ว่าเรื่องที่จากบอกว่าเห็นราคาถูกแบบนี้ก็มีจุดด้อยในเรื่องของการบอก GPS ที่นาฬิกาที่ออกแบบเฉพาะ จะทำได้ดีกว่า และการแจ้งเตือนภาษาไทย ยังไม่รองรับ แต่ผมเชื่อว่า อนาคตจะมีการปรับ Firmware ให้ทำงานได้ดีขึ้น

สุดท้าย นี่ก็เป็น Smart Watch อีกรุ่นที่ราคาไม่ได้เ็นอุปสรรคในการใส่ฟี้จอร์ลูกเล่นครบขนาดนี้ และเหมาะทั้งหญิงและชาย อยากได้ จับจ่ายซื้อทางออนไลน์ ได้เลย

จุดเด่น

  • Interface ใช้ง่าย
  • หน้าตาและตัวเครื่องสวยและลุยได้
  • กันน้ำได้ด้วย IP68
  • แบตเตอรี่อึดใช้งานได้นาน
  • มีลูกเล่นครบทั้งออกกำลังกาย และ การแจ้งเตือน
  • โหลด Apps เพิ่มได้ในอนาคต
  • ใช้คุยสายได้ด้วยนะ

 

ข้อสังเกตุ

  • การแจ้งแตือนไม่รองรับภาษาไทย
  • สายเปลี่ยนยังคงน้อยอยู่
  • ไม่มีสีสันอื่นนอกจากขาว น้ำเงินกรมท่า และ เทา
  • ระยะแรกซื้อได้ทางออนไลน์เท่านั้น

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด