รู้จักกับวิธีการรีเซ็ต iPhone แต่ละแบบ Hard Reset • Factory Reset • Reset All Settings

รู้จักกับวิธีการรีเซ็ต iPhone แต่ละแบบ Hard Reset • Factory Reset • Reset All Settings
Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

[iOS Tips] รู้จักกับวิธีการรีเซ็ต iPhone แต่ละแบบ Hard Reset • Factory Reset • Reset All Settings แตกต่างกันอย่างไร บทความนี้มีคำตอบ

สำหรับ iOS Tips ที่ทีมงาน techmoblog จะมาแนะนำกันในวันนี้ เรียกได้ว่าเป็นทิปที่ผู้ใช้ iPhone ควรจะต้องรู้ไว้ อีกทั้งยังสามารถทำได้ด้วยตนเอง ไม่จำเป็นต้องไปเสียเงินเสียทองให้ร้านตู้แก้ไขให้ กับความรู้เรื่องของการ รีเซ็ต (Reset) iPhone ที่มีวิธีการทำหลากหลายรูปแบบ จนผู้ใช้ iPhone บางท่านเองเกิดความสับสนว่า

สรุปแล้วแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร โดยในวันนี้จะเป็นเรื่องของ Hard Reset • Factory Reset • Reset All Settings การรีเซ็ตทั้ง 3 แบบนี้คืออะไร และแตกต่างกันอย่างไร มาหาคำตอบกันได้ในบทความนี

Hard Reset

2

ก่อนจะทำการ Hard Reset จะต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า Hard Reset คืออะไร ? ในกรณีที่ iPhone ไม่ตอบสนองต่อการใช้งาน, หน้าจอค้าง, ปิดแอปฯ ที่ใช้งานอยู่ไม่ได้, Wi-Fi มีปัญหาด้านการเชื่อมต่อ, แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ และอื่น ๆ ถ้าหากพบเจออาการเหล่านี้ อย่าเพิ่งตกใจ ให้ลองทำการ Hard Reset หรือการบังคับให้ตัวเครื่องรีสตาร์ทนั่นเอง

สำหรับวิธีการ Hard Reset บน iPhone แต่ละรุ่น มีขั้นตอนดังนี้

  • iPhone 6S, iPhone 6S Plus, iPhone SE และ iPhone รุ่นที่ตำกว่า
    • กดปุ่ม Home+Power พร้อมกัน ค้างไว้จนกว่าหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
    • รอจนกระทั่งโลโก้ Apple ปรากฏ
       
  • iPhone 7 และ iPhone 7 Plus
    • กดปุ่ม Power+ปุ่มลดระดับเสียงพร้อมกัน ค้างไว้จนกว่าหน้าจอจะเปลี่ยนเป็นสีดำ
    • รอจนกระทั่งโลโก้ Apple ปรากฏ
       
  • iPhone 8, iPhone 8 Plus และ iPhone X
    • กดปุ่มเพิ่มเสียง 1 ครั้ง
    • กดปุ่มลดเสียง 1 ครั้ง
    • กดปุ่ม Power ค้างไว้จนกว่าจะขึ้นโลโก้ Apple

โดยการทำ Hard Reset ไม่ทำให้ข้อมูลในตัวเครื่องหาย ฉะนั้นจึงไม่จำเป็นต้องทำการ backup ข้อมูลก่อนทำการ Hard Reset

Factory Reset

3

Factory Reset ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ การล้างเครื่อง นั่นเอง ซึ่งจะเป็นการล้างข้อมูลทั้งหมดออกจากตัวเครื่อง พร้อมกับกู้คืนอุปกรณ์ให้เป็นการตั้งค่าแบบโรงงาน นั่นหมายความว่า ไฟล์ข้อมูลต่าง ๆ ที่ถูกจัดเก็บในตัวเครื่องจะถูกลบออกไปเช่นกัน

ฉะนั้น ก่อนที่จะเลือกการรีเซ็ตแบบนี้ ให้ทำการ back up ข้อมูลก่อนทุกครั้ง ซึ่งหลังจากที่ระบบทำการรีเซ็ตเสร็จเรียบร้อยแล้ว ค่อยนำข้อมูลเดิมที่จัดเก็บบน iCloud กลับมาใหม่ หรือตั้งค่าเป็น iPhone เครื่องใหม่ก็ได้แล้วแต่สะดวก

4

สำหรับการทำ Factory Reset บน iPhone นั้น วิธีการที่ง่ายที่สุดก็คือ ทำผ่าน iPhone นั่นเอง ด้วยการเข้าไปที่ Settings > General > Reset > Erase All Content and Settings โดยจะต้องทำการปิดฟังก์ชัน Find My iPhone เสียก่อน รวมถึงต้องทราบ Apple ID และรหัสผ่านที่ผูกกับ iPhone เครื่องดังกล่าวด้วย จึงจะสามารถทำ Factory Reset ได้

Reset All Settings

5

มีผู้ใช้งาน iPhone จำนวนไม่น้อยที่มักจะสับสนกับคำว่า Reset All Settings กับ Factory Reset (Restore iOS) และคิดว่าคืออันเดียวกัน แต่จริง ๆ แล้วความหมายของการรีเซ็ตแบบนี้ก็คือ รีเซ็ตการตั้งค่าทั้งหมดให้เป็นการตั้งค่าแบบโรงงาน ซึ่งเป็นการรีเซ็ตระบบเท่านั้น ไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูลในตัวเครื่อง เช่น รูปภาพ, แอปพลิเคชัน, ไฟล์เอกสารต่าง ๆ เป็นต้น ฉะนั้น การรีเซ็ตแบบ Reset All Settings ไม่ทำให้ข้อมูลสูญหาย ฉะนั้น ไม่จำเป็นต้องทำการ back up ข้อมูลก็ได้ แต่จริง ๆ แล้วแนะนำว่าให้ back up จนติดเป็นนิสัย เพราะขณะที่ทำการรีเซ็ตอาจจะโชคร้ายเจอระบบรวนทำให้ข้อมูลหายก็เป็นได้

สำหรับวิธีการ Reset All Settings ให้เข้าไปที่ Settings > General > Reset > Reset All Settings

 โดยวิธีการ Reset ในรูปแบบต่าง ๆ ที่ทีมงาน techmoblog นำเสนอในข้างต้นนั้น ถือว่าเป็นวิธีพื้นฐานและถูกใช้งานบ่อยที่สุด และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจสำหรับผู้ใช้ iPhone ให้เลือกวิธีการรีเซ็ตตัวเครื่องและนำไปใช้งานได้อย่างเหมาะสม ส่วนในครั้งหน้าจะมาแนะนำทิปอะไรบ้างนั้น อย่าลืมติดตามกันนะครับ