รีวิว ASUS Zenfone 4 Selfie Pro Smart Phone ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่และความบางเฉียบ

รีวิว ASUS Zenfone 4 Selfie Pro Smart Phone ที่มาพร้อมกล้องหน้าคู่และความบางเฉียบ

 หลังจากที่ ASUS ได้ปล่อยมือถือรุ่นใหม่ออกมาอย่าง ASUS Zenfone 4 Selfie และ ASUS Zenfone 4 Max Pro ที่เน้นการถ่ายภาพและเรื่องของฟีเจอร์แบตเตอรี่ที่ทนทานขึ้น เอาล่ะ แต่เนื่องจาก Sanook! Hitech ไม่มีรีวิว Zenfone 4 Selfie ให้ดูก็จริง แต่ว่าเราจะมี ASUS Zenfone 4 Selfie Pro มาให้ดูกันว่ามันจะดีจริงมากน้อยแค่ไหนมาดูกัน

รายละเอียดของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro

- ขนาดเครื่อง : 154 x 74.8 x 6.9 มิลลิเมตร

- น้ำหนัก :  147 กรัม

- สีของเครื่อง :   Rouge Red (จำนวนจำกัด), Sunlight Gold, Deepsea Black

- CPU : Qualcomm Snapdragon 625 Octa Core 2.0 GHz

- GPU : Adreno 506

- RAM : 4GB

- ความจำในตัว :64GB

- ความจำภายนอก รองรับ Micro SD สูงสุด 256GB

- การเชื่อมต่อเครือข่ายมือถือ 2G/3G/4G Cat 4 150/50 Mbps (ซิมคู่ รองรับ 3G)

- WiFi 802.11 b/g/n

- Bluetooth V4.1

- หน้าจอ : 5.5 นิ้ว Super IPS+ LCD ความละเอียด 1920x1080

- กล้องหน้า : เลนส์คู่ขนาด 12 + 5  ล้านพิกเซล

- กล้องหลัง : 16 ล้านพิกเซล F1.8 Auto Focus + LED Flash คู่

- ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 Nougat

- แบตเตอรี่ 3000 mAh

รูปร่างของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro

ด้านหน้าของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro ก็ยังคล้ายกับ ASUS Zenfone 4 ที่เปิดตัวก่อนหน้านี้ แต่มีการปรับแต่งตามธีมของเครื่อง แต่มาพร้อมกับจอ IPS LCD ขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด 1920x1080 พร้อมรองรับมัลติทัช 10 จุด

ส่วนบนของเครื่องมีกล้องหน้าคู่ขนาด 12 + 4 ล้านพิกเซล พร้อมกับ LED Flash ตำแหน่งของ กล้องและ Flash ที่ใกล้กันอยู่ พร้อมกับไฟแจ้งเตือน และลำโพงสนทนา

ส่วนล่างมีปุ่มกด Back, Home ที่มีระบบสแกนลายนิ้วมือ และ Recent ที่มีไฟเรืองแสงเวลาอยู่ในที่แสงน้อย

ด้านข้างทำจากโลหะและบางกว่า ASUS Zenfone 4 Max Pro เป็นเห็นได้ชัด ประกอบไปด้วย ฝั่งซ้ายมีช่องใส่ซิมแบบ Nano SIM และ Hybrid Slot ที่สามารถสลับได้ทั้ง Nano SIM และ Micro SD

ฝั่งขวามีปุ่มเปิดเครื่อง พร้อมปุ่มปรับระดับเสียง

ด้านบนมีช่องเสียบ มีไมโครโฟนสำหรับตัดเสียง

ด้านล่างมีหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร, ไมโครโฟน, ช่องเสียบ Micro USB และลำโพง 1 ลูกและไมโครโฟน

ด้านหลังมีการเปลี่ยนแปลงนิดหน่อยกลับไปคล้ายกับ ASUS Zenfone 3 ปกติ แต่บอดี้ไม่ได้เป็นกระจก ใช้โลหะแทนพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลครอบด้วยวัสดุสีเงิน พร้อมกับ LED Flash   และมีเส้นตัดเสาอากาศ 2 จุดอยู่บนและล่างของด้านหลังทำให้ดูดีและหรูหรามากขึ้น

ภาพรวมของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro เป็นมือถืออีกรุ่นที่มีความบางและเบา พร้อมกับตำแหน่งปุ่มกดยังคงง่ายต่อการใช้งาน ถ้ามองถึงข้อควรปรับปรุงนั้นคงจะมีเรื่องของกล้องหลังที่ยื่นเกินไปหน่อย และดูรวมๆ เหมือนกับมือถือของ Samsung ไปหน่อย

ก็อย่างว่า มันคือแรงบรรดาลใจในการออกแบบมากกว่า ก็อปมานะครับ

ประสิทธิภาพของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro

จากที่ได้ทดสอบจากโปรแกรม Antutu ได้คะแนนออกมาที่ 66186 คะแนน ถือว่าทำได้ดีกว่า ASUS Zenfone 4 Max Pro พอสมควร เพราะได้สเปคที่ใหม่กว่า นอกจากนี้ยังสามารถเล่นเกมได้ลื่นไหลและไม่มีอะไรกวน ด้วย Game Mode ที่ปรับแต่งการเล่นเกมได้เยอะ

ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ขนาดไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปผลทดลองหลังใช่งานถือว่าดี เพราะอยู่ได้ 9 ชั่วโมง 16 นาที และใช้งานทั่วไปสามารถอยู่ได้วันเดียวสบายๆ แต่ใช้เยอะก็โอกาสหมดไวก็มีเหมือนกัน

แต่ต้องชื่นชมระบบจัดการพลังงานของ ASUS สามารถทำได้หลากหลายทั้งเปลี่ยนโหมดการใช้พลังงาน รวมไปถึงบอกว่ามีอะไรกินไฟบ้าง และรองรับระบบ Quick Charge

คุณสมบัติอื่น ๆ ที่น่าสนใจของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro

ASUS Zenfone 4 Selfie Pro ยังคงใช้ระบบปฏิบัติการ Android 7.1.1 ครอบด้วย Zen UI 4 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มีข้อดีคือความเร็วและการปรับปรุงให้เหมาะสมกับการใช้งานทำได้ดีขึ้น และมีการเปลี่ยน Notification ให้ดูงานมากขึ้น และไม่ใหญ่จนเกินไป รูปแบบนี้จะพบได้ใน ASUS Zenfone 4 ทุกรุ่น และยังปรับขนาดของ Font ได้เช่นเดียวกัน

ฟีเจอร์เด่นๆ ของ Zenfone 4 Selfie Pro ยังคงคล้ายกับ ASUS Zenfone รุ่นท้ายๆ แต่มีการเพิ่มเรื่องของ Selfie Master ที่สามารถทำการ Live หน้าสวย หรือจะเป็นรวมภาพ, ตัดต่อวิดีโอที่เน้นภาพสวยเป็นต้น นอกจากนี้ยังมีระบบสแกนลายนิ้วมือให้ใช้งานอีกด้วย

ส่วนระบบเสียง ASUS Zenfone 4 Selfie Pro มีระบบปรับเสียงผ่าน Audio Wizard ที่ปรับได้หลากหลายและมีแบบสำเร็จรูป น่าเสียดาที่ไม่ได้รองรับระบบเสียงแบบ Hi-Res แต่ยังคงได้ระบบเสียงที่ดีอยู่เพราะว่ามีระบบ Sonic Master ให้ใช้งานอยู่ และยังมี FM Radio ให้

นอกจากนี้ ยังมีเครื่องมือต่าง ๆ ครบไม่ว่าจะเป็นเครื่องคิดเลข, บันทึกสิ่งที่ต้องทำ, ไฟฉาย, ไม้บรรทัดแบบ Laser ที่วัดระยะได้ รวมไปถึง Quick Memo เป็นต้น

 

กล้องของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro ให้ความละเอียด16 ล้านพิกเซลพร้อมกับมีระบบ Auto Focus และ LED Flash และมีรูรับแสง F1.8 ทำให้การถ่ายไม่ว่ากลางวันหรือกลางคืนดีขึ้นกว่าเดิม จากที่ได้ลองใช้อาจจะต้องปรับตัวกับ UI นิดหน่อย การทำงานของระบบโฟกัสถือว่าทำได้ดี และรุ่นนี้ถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงสุดที่ 4K

p_20171209_134305_vhdr_auto_h
p_20171211_175330_vhdr_auto
p_20171211_181010_vhdr_auto

(ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro)

ไฮไลท์ของมือถือรุ่นนี้อยูที่กล้องหน้าครับ เพราะคราวนี้ ASUS ให้กล้องหน้ามาถึง 2 ตัวประกอบด้วย ตัวที่ 1 มีขนาดเลนส์ปกติ ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องที่ 2 มีขนาด 5 ล้านพิกเซล แต่เน้นมุมมองกว่างถึง 120 องศา ทำให้กว้างขึ้นชัดเจน

เมื่อทำงานพร้อมกันสามารถขยายพิกเซล(Dual Pixel)ได้มากถึง 24 ล้านพิกเซลกันเลยทีเดียว ถือว่าเยอะมากสำหรับมือถือทั่วไป

(ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro)

สรุปหลังจากลอง ASUS Zenfone 4 Selfie Pro

แม้ว่าการปรับปรุงรายละเอียดของ ASUS Zenfone 4 Selfie Pro เน้นหนักไปที่กล้องเป็นส่วนใหญ่ทำให้ฟีเจอร์ต่างๆ เหมือนกับ ASUS Zenfone 4 Max Pro ที่รีวิวไปก่อนหน้านี้ไม่มีผิด แต่ก็เป็นอีกมือถือที่มีลูกเล่นครบแบบฉบับของ ASUS

ถ้ามองถึงเรื่องของความคุ้มค่ากับมือถือรุ่นนี้ในราคา 13,990 บาท ซึ่งมีคู่แข่งอยู่หลายรุ่นได้แก่ Samsung Galaxy A5 (2017), Huawei Nova 2i ที่เพิ่งลดราคา และ OPPO F5 RAM 6GB ตัวใหม่ล่าสุด กลายเป็นว่าบอดีเครื่องนี้เป็นโลหะเต็มๆ เพียงรุ่นเดียวเท่านั้น

สรุปปิดท้าย ASUS Zenfone 4 Selfie เป็นมือถือที่ ASUS ตั้งใจเน้นทำกล้องหน้าแบบจริงจัง มากกว่ากล้องหลัง การใช้งานโฟกัสกับกล้องหน้าเยอะ เพื่อดูดใจคนรักการ Selfie นั่นเอง

ข้อดี

  • ตัวเครื่องบางเบาและวัสดุดี
  • สเปคเครื่องทำได้ดีและเล่นได้เร็วเกินคาด
  • กล้องหน้าคู่ที่สามารถถ่ายภาพได้ทั้งระยะปกติและกว้าง
  • กล้องหลังถ่ายภาพกลางคืนแล้วดีงาม
  • มีสีสันให้เลือกมากกว่า 2 สี

ข้อควรปรับปรุง

  • ลูกเล่นหน้าตาไม่ได้ฉีกจากกลุ่ม
  • ระบบชาร์จไฟเร็วยังไม่ไวเท่ากับยี่ห้ออื่น
  • ราคาสูงไปหน่อย ถ้าได้ RAM 6GB ก็จะดี
  • การหาซื้อยากไปหน่อย

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด