รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

รีวิว Huawei Mate 10 Pro เป็นได้มากกว่ามือถือที่คุณเคยสัมผัส

หลังจากทีมงาน Sanook! Hitech ได้จับเครื่องมือถือเรือธงอย่าง Huawei Mate 10 Pro มาสักพักแบบสัมผัสแรก ขอบอกว่ามีอะไรที่น่าสนใจหลายเรื่องและเครื่องรีวิวก็มาถือว่าเร็วมาก เอาล่ะไม่ให้เสียเวลา มาดูกันเลยดีกว่า

รายละเอียดของ Huawei Mate 10 Pro

- ขนาดตัวเครื่อง 154.2 x 74.5 x 7.9 มิลลิเมตร

- สีตัวเครื่อง (สำหรับประเทศไทย) Midnight Blue และ Mocha Brown

- น้ำหนัก 178 กรัม

- CPU Hisilicon Kirin 970 Octa-core (4x2.4 GHz Cortex-A73 & 4x1.8 GHz Cortex-A53)

- GPU Mail G72 MP12

- RAM 6GB

- ความจุในตัว 128GB

- ความจำภายนอก : ไม่รองรับ

- รองรับสัญญาณเครือข่าย : 2G/3G/4G Cat 18 1200/150 Mbps (Dual SIM 4G)

- WiFi 802.11 b/g/n/ac Dual Band, Bluetooth V4.2

- หน้าจอ 5.9 นิ้ว OLED ความละเอียด 2160x1080

- กล้องหลัง Leica SUMMARIT - H 20+12 ล้านพิกเซล รูรับแสง F1.6 พร้อมกับระบบ Hybrid Auto Focus + Laser Focus + LED Flash True Tone

- กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล เลนส์ Leica

- แบตเตอรี่(ประมาณ) 4000 mAh + Super Charge

- ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Nougat + EMUI 8.0

รูปร่างของ Huawei Mate 10 Pro

การเปลี่ยนแปลงเมื่อเทียบกับ Huawei Mate 10 Pro จะใช้หน้าจอที่เรียกว่า Huawei Full View Display อัตราส่วน 18:9 แบบ OLED ให้สีที่สดใสมาก พร้อมกับความละเอียดหน้าจอแค่ 2160x1080 เท่านั้น รองรับมัลติทัช 10 จุด ภาพรวมของความสว่างหน้าจอถือว่าดีใช้ได้เลย

 

ส่วนบนมีกล้องหน้าขนาด 8 ล้านพิกเซล ใช้เลนส์พัฒนาร่วมกับ Leica พร้อมกับหูฟังที่สามารถแสดงผลเป็นลำโพงได้ แต่ส่วนบนจะเหลือน้อยมาก

 

ส่วนล่าง มีแค่โลโก้ Huawei เท่านั้น ที่เหลือจะอยู่ในหน้าจอทั้งหมด

 

ด้านข้าง ยังคงใช้โลหะอะลูมิเนียม อย่างดีรอบตัว ฝั่งซ้ายมีช่องใส่ซิมแบบ Nano SIM 2 ช่องเท่านั้น

 

ฝั่งขวามีปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมกับปุ่ม Power แม้จะเล็ก แต่ก็ดูดีและกดง่าย

 

ด้านบนมีแค่ไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน อินฟราเรด สำหรับสั่งงานเครื่องใช้ไฟฟ้า

 

ด้านล่าง มีไมโครโฟนอยู่ฝั่งซ้าย ฝั่งขวาเป็นลำโพง ตรงกลางช่องเสียบ USB-C และไม่มีช่องเสียบหูฟังอีกต่อไป

 

ด้านหลัง มีการจัดวางกล้องคล้ายกับ Huawei Mate 9 แต่ว่ากล้องจะมีการแยกชัดเจนระหว่าง กล้องตัวที่ 2 และ 2 พร้อมกับมี LED Flash 2 ดวง และมี Laser Focus พร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือ แต่ว่าถ้ามองถึงการใช้สีสันของฝาหลัง จะโทนอ่อนสำหรับส่วนอื่น แต่ว่าส่วนกล้องนั้นจะทำให้สีเข้มทำให้เครื่องดูสวยงามมาก และดูมีลูกเล่น

 

ภาพรวมของ Huawei Mate 10 Pro ที่ได้เห็นมาและจับมา พบว่าน้ำหนักเครื่องเบา และมีจุดเด่นในเรื่องของการเลือกวัสดุแม้ว่าจะใช้กระจกมากขึ้น โลกหะเฟรมอยู่แค่ขอบเครื่องเท่านั้น แต่เมื่อประกอบกันทั้งหมด มันก็ดูหรูหรา สมราคาเกือบ 3 หมื่นอยู่ แต่ก็มีข้อเสียคือ ถ้าไม่ใส่เคส ส่วนกล้องนั้นยื่นเกินไป อาจจะเสี่ยงเป็นรอยได้ง่ายมาก แต่ยังดีที่ออกแบบให้กันน้ำในระดับ IP67 (ลงน้ำได้ 1 เมตร นานสุด 30 นาที)

ประสิทธิภาพของ Huawei Mate 10 Pro

 

จะคะแนน Benchmark ที่ทำได้โดย Antutu นั้นทำได้ที่คะแนน 176,704 คะแนน จัดว่าสูงเป็นอันดับต้นๆ และที่ทำได้ดีขนาดนั้น เพราะใน CPU Kirin 970 มีเทคโนโลยี AI เกิดจากมีระบบ ทั้ง CPU, NPU, GPU ทำให้แบ่งการทำงานได้ดีนั่นเอง ทำให้การทำงานทั่วไป, เล่นเกม, ใช้งานฟีเจอร์ต่างๆ ได้ลงตัว แต่ความร้อนก็มีเกิดขึ้นบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับร้อน นอกจากใช้งานนานๆ

 

ส่วนแบตเตอรี่ให้มาที่ขนาด 4000 mAh แม้ว่าจะมีความจุเท่าเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนแปลงคือเทคโนโลยีการชาร์จไฟที่ดีขึ้น แต่ถ้ามองถึงเรื่องการใช้งานอยู่ได้ราว ๆ 8.5 ชั่วโมง ถือว่าสอบผ่าน

นอกจากนี้ยังมีระบบจัดการพลังงานที่ฉลาดขึ้น ทำงานร่วมกับ CPU นอกจากนี้ เทคโนโลยี Super Charge ถือว่าออกแบบให้ชาร์จไฟได้เร็ว (แต่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมที่รองรับ) และผ่านการทดสอบและรับรองจากหน่วยงานชื่อดัง ฉะนั้นไม่แปลกที่ เรื่องแบตเตอรี่เลยไม่ได้เป็นรองใคร

ลูกเล่นเด็ดของ Huawei Mate 10 Pro

Huawei Mate 10 Pro ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo ครั้งแรกของ Huawei มาพร้อมกับ EMUI 8.0 ที่มีจุดเด่นในเรื่องรองรับการทำงานผ่าน AI บน CPU Kirin 970 ดีขึ้น ปรับเรื่องความเสถียรที่ดีขึ้น แต่ลักษณะการใช้งานและ Notification ยังคงเหมือนเดิม

สำหรับฟีเจอร์ที่โดดเด่นกับ Huawei Mate 10 Pro มีดังนี้

 

  • ระบบแสแกนลายนิ้วมือ ถูกย้ายมาไว้ด้านหลัง ทำให้การใช้งานนั้นง่ายขึ้น แต่มันก็เหมือนกับ Huawei Mate 9 แต่ทำงานไวและสั่งงานได้หลากหลายเช่น ถ่ายภาพ, ใช้เปิดเครื่อง และ ล็อคเอกสาร เป็นต้น
  • MDM มีการใช้เทคโนโลยีในการสืบค้นและข้อมูลได้ง่าย สามารถใช้งานผ่าน Google Assistant หรือ Amazon Alexa ได้
  • AI Translate ฟีเจอร์ที่ร่วมพัฒนากับ Microsoft ทำให้ระบบแปลคำทำได้ทั้งการส่องข้อความ, พูดใส่, หรือการพิมพ์ เป็นต้น

  • เป็นมือถือไม่กี่เครื่องรองรับ 4G ได้พร้อมกันทั้ง 2 ซิมการ์ด และยังมีจุดเด่นในเรื่องของการรองรับ VoLTE (การโทรด้วย 4G) ได้ทั้ง 2 SIM และรองรับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกว่าในประเทศไทยรองรับได้ ณ ตอนนี้ (แต่สเปครองรับการ Download ความเร็วสูงสุดที่ 1.2Gbps)
  • รองรับการทำงานผ่าน AI Eco System ทำให้การทำงานของเครื่องเร็วขึ้น และมีจุดเด่นในเรื่องของรองรับกับนักพัฒนาในอนาคต
  • PC Mode สามารถเชื่อมต่อเป็นคอมพิวเตอร์แบบพกพาได้ง่ายแค่มีสายเสียบจอภาพได้โดยตรง สามารถเลือกแสดงผลเป็นหน้าจอมือถือ หรือ จะเป็นลักษณะใช้ให้แสดงบนจอภาพ (Mirror Cast) หรือจะเป็นการแสดงผลแบบคอมพิวเตอร์ได้เช่นกัน

ระบบเสียงของ Huawei Mate 10 Pro ก็ยังคงรองรับระบบ DTS Sound System มาให้เช่นเคย พลังเสียงจัดว่าดี และรองรับ Hi-Res ได้อีกด้วย แต่สิ่งที่แตกต่างจากรุ่นอื่นๆ คือมีระบบ Easy Talk ทำให้เสียงการสนทนาของคุณชัดเจนมากขึ้น โดยจะมีการประมวลผลเสียงจากไมโครโฟน 3 ตัวที่ดักเสียงรบกวน และตัดเสียงเหล่านั้นออกไปทำให้เสียงเงียบขึ้น และ AI จะจำเสียงของคุณ ไม่ว่าไปที่เสียงดังขนาดไหนก็จะทำให้เสียงสนทนาคมชัดมากขึ้น

 

นอกนั้นที่เหลือก็ยังคงมีทั้ง Phone Manager, ระบบบันทึกหน้าจอแบบวีดีโอ, เครื่องคิดเลข, ปฏิทิน, ระบบจัดการ File, ไฟฉาย, เข็มทิศ, สมุดจด, Application จาก Google ก็ยังคงมีให้เลือกใช้เหมือนเช่นเคย

 

กล้องหลังของ Huawei Mate 10 Pro ก็ยังคงใช้เลนส์ Leica SUMMILUX-H ของ Huawei ขนาด 12 ล้านพิกเซล แบบสี และอีกเลนส์เป็น 20 ล้านพิกเซล แบบขาวดำ พร้อมกับระบบป้องกันภาพสั่นไหว OIS และมี LED Flash ให้ 2 ดวง

 

สเปคกล้องขนาดนี้ แต่ยังใช้ UI ที่พัฒนาร่วมกับ Huawei และ Leica ทำให้การจัดเมนูก็ยังคงให้ Leica พัฒนาให้อยู่เช่นเคย แต่กล้องจะมีความฉลาดเพราะได้ เทคโนโลยีดังต่อไปนี้

  • AI Scene ปรับเปลี่ยนรูปแบบของการถ่ายภาพได้ทั้งหมด 13 รูปแบบโดยอัตโนมัติ เช่น ถ่ายรูปหมา, แมว, อาหาร, บุคคล, ตัวหนังสือ เป็นต้น
  • AI Zoom ให้ภาพที่คมชัดแม้จะซูมได้เยอะถึง 8 เท่า
  • รูรับแสงของกล้องตัวนี้เป็นแบบ 6 ทำให้สามารถรับภาพกลางคืนได้ดีขึ้น
  • ลูกเล่นที่เหลือสามารถโหลดเพิ่มได้

จากที่ได้ลองถ่ายภาพและเล่นส่วนต่างๆ ของกล้องก็พบว่าการทำงานถือว่ารวดเร็ว เปิดกล้องก็ยังไว และยังมีประสิทธิภาพสูง เมื่อเทียบภาพกลางคืนทำได้ดีกว่าภาพกลางวัน คือให้สีที่สมจริงกว่านั่นเอง

ส่วนเรื่องการถ่ายวีดีโอทำได้ที่ความละเอียด 4K เช่นเคย

 

(ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Huawei Mate 10 Pro)

 

แต่ว่ากล้องหน้านั้นยังคงใช้ขนาด 8 ล้านพิกเซลพร้อมกับโหมด Beauty ให้เลือกปรับกันมากมายรวมไปถึงหน้าชัดหลังเบลอ แต่ถ้าไม่พอก็ยังมีฟีเจอร์ Perfect Selfie ให้เลือก แต่ถ้าอยากรู้ว่า AI ทำอะไรในกล้องหน้า คำตอบคือ การทำงานของ AI Selfie ที่ช่วยให้การแสดงผลได้ออกมา ดูดีและเป็นธรรมชาติเองโดยอัตโนมัติ

 

(ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Huawei Mate 10 Pro)

สรุปหลังจากที่ได้ลอง Huawei Mate 10 Pro

 

หลังจากได้ทดลองทุกสิ่งในมือถือรุ่นนี้ผู้เขียนขอพูดเลยว่า ใครเอามือถือรุ่นนี้เทียบกับตัวเลือกอื่นมาเทียบคงต้องมีการบ้านต้องคิดอีกเยอะ เพราะ Huawei Mate 10 Pro นั้นก็มีจุดเด่นมากมาย แต่เน้นหนักไปที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ภายใน CPU ทำให้การทำงานของเครื่องนั้นตอบสนองดี และรองรับงานได้หลากหลาย โดยไม่ทิ้งสิ่งดีๆ เช่นกล้อง Leica ที่ปรับปรุงจนถ่ายภาพกลางคืนได้ดีเยี่ยม

ที่น่าสนใจกว่าคือราคาของ Huawei Mate 10 Pro อยู่ที่ 27,900 บาท เท่ากับรุ่นเดิม ก็ทำให้น่าสนใจ เมื่อเทียบกับคู่แข่งเช่น Samsung Galaxy Note 8 ที่มีราคาอยู่ที่ 33,900 บาท แต่รุ่นนั้นจะเด่นที่มีปากกา และ iPhone X ที่แพงไปกว่านั้นเท่าตัว แต่สำหรับรุ่นนี้ ถ้าชอบคือชอบ ถ้าไม่ชอบก็คงไม่เลือกเลยก็ว่าได้

แต่ก็ยังต้องมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงอีกหน่อยเช่น

  • กล้องหลังถ้าจะให้สีสวยต้องปรับไปเลือกที่ vivid color บางครั้งก็ไม่สะดวกเท่าไหร่
  • ระบบ AI ยังใหม่กับ Application บางตัวทำให้การตอบสนองยังต้องให้เวลาสักพัก
  • ส่วนกล้องนูนไปหน่อยทำให้เสี่ยงจะเป็นรอยได้

แต่ที่เหลือถ้าสรุปจบ Huawei Mate 10 Pro เป็นเรือธงอีกรุ่นที่มีนวัตกรรมหลากหลายเรื่อง, ปรับปรุงตัวเครื่องจับง่ายแต่จอใหญ่โต และราคาเป็นกันเอง นั่นเอง

ข้อดี

  • ตัวเครื่องออกแบบได้สวยและดูลงตัว
  • CPU ใหม่มาพร้อมกับ AI (CPU + NPU + GPU) ตอบสนองได้ฉับไว
  • การถ่ายภาพกลางคืนเป็นจุดเด่นที่ดีมากกว่าตัวเดิม
  • ระบบสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังใช้ง่าย
  • ระบบปฏิบัติการใหม่แกะกล่อง
  • PC Mode ใช้งานง่ายไม่ต้องมีอุปกรณ์เสริมให้วุ่นวาย
  • รองรับ 4G ทั้ง 2 SIM
  • ราคาเครื่องถือว่าถูก

ข้อควรปรับปรุง

  • กล้องหลังยื่นและเสี่ยงเป็นรอยได้ง่าย
  • AI ใน CPU อาจจะยังต้องให้เวลาเรียนรู้กับ Apps บางตัว
  • ไม่มีช่องเสียบหูฟัง
  • เพิ่มความจำไม่ได้
  • Bluetooth ยังเป็นเวอร์ชั่นเก่า

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด