[ต่างประเทศ] 8 ความรู้สึกที่มีต่อ iPhone X หลังการใช้งานจริง 1 วันเต็มๆ

[ต่างประเทศ] 8 ความรู้สึกที่มีต่อ iPhone X หลังการใช้งานจริง 1 วันเต็มๆ
thaimobilecenter

สนับสนุนเนื้อหา

หากพูดถึงสมาร์ทโฟนที่มีคนรอคอยมากที่สุดช่วงนี้คงจะหนีไม่พ้น iPhone X เรือธงตัวจริงจาก Apple ที่มีการอัปเกรดทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ขนานใหญ่หลังจากที่ยึดดีไซน์เดิมมานาน และมีเสียงตอบรับล้นหลามในวันเปิด pre-order วันแรกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาจนของหมดสต็อกภายในไม่กี่นาที นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ประสบความสำเร็จอย่างสวยงาม

James Titcomb ผู้สื่อข่าวจาก Telegraph เป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่ได้เป็นเจ้าของ iPhone X ในขณะนี้ และเขาก็ได้แบ่งปัน 8 ความรู้สึกที่มีต่อเรือธงรุ่นนี้บนคอลัมน์ของตัวเองหลังจากใช้งานไป 24 ชั่วโมงเต็ม ประสบการณ์การใช้งานจริงของเขาจะเป็นอย่างไร เราไปดูกันเลยครับ

1. ดีไซน์แตกต่างจากเดิมชัดเจน

1

ดีไซน์ภายนอกของ iPhone แทบจะไม่เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ iPhone 6 เป็นต้นมา ผู้ใช้หลายคนจึงรู้สึกว่าจำเจและไม่ค่อยอยากจะอัปเกรดกันเท่าไหร่ แต่ iPhone X นั้นมีการพลิกโฉมดีไซน์ใหม่ทั้งหมด ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นจอไร้ขอบที่มีพื้นแสดงผลเกือบ 100% ทำให้ได้หน้าจอใหญ่กว่าบนตัวเครื่องที่เล็กลง

อย่างไรก็ตาม เขาเห็นว่าดีไซน์ตัวเครื่องยังไม่โดดเด่นเท่าดีไซน์ของตัวซอฟต์แวร์ที่ปรากฏบนจอ และที่น่ารำคาญคือกล้องหลังที่นูนออกมามากกว่ารุ่นก่อนๆ และเป็นแนวตั้ง เมื่อวางราบลงไปบนพื้นผิวเรียบๆ เช่นโต๊ะทำงาน กล้องหลังจะค้ำตัวเครื่องเอาไว้ ทำให้ตัวเครื่องเอนไปมา

2. Face ID ทำงานได้ดี ไม่มีติดขัด

2

Face ID เป็นหนึ่งในฟีเจอร์เด็ดของ iPhoneX ที่จะสแกนใบหน้าของผู้ใช้แบบ 3 มิติเพื่อยืนยันตัวตน หลายคนไม่ค่อยเชื่อมั่นในความแม่นยำของระบบนี้เนื่องจากเป็นของใหม่ที่ยังไม่เคยทดสอบกับผู้ใช้จำนวนมากมาก่อน และเคยเกิดข้อผิดพลาดมาแล้วระหว่างการสาธิตในวันเปิดตัว แต่จากการที่ได้ทดลองใช้จริงๆ เขาพบว่ามันทำงานได้ดีทุกครั้ง การบันทึกใบหน้าก็ไม่ยุ่งยาก และไม่จำเป็นต้องยก iPhone X ขึ้นมาส่องหน้าด้วย เพราะเพียงแค่มันหันกล้องมาหาเราก็ปลดล็อคตัวเครื่องได้ทันที

3. ระบบสแกนใบหน้า ที่ทำได้มากกว่าปลดล็อกหน้าจอ

3

ระบบสแกนใบหน้า 3 มิติบน iPhone X มีหน้าที่หลักๆ คือปลดล็อคหน้าจอแทนเซ็นเซอร์ Touch ID ที่ถูกตัดออกไป แต่มันยังมีประโยชน์อื่นๆ อีก เช่น แถบแจ้งเตือนข้อความต่างๆ บนหน้าจอล็อคจะแสดงพรีวิวก็ต่อเมื่อจับใบหน้าเราได้ หรือหากหน้าจอมืดอยู่ก็จะเพิ่มระดับความสว่างให้โดยอัตโนมัติ และปิดเสียงแจ้งเตือนทั้งหมดเมื่อเรามองจออยู่ได้ด้วย

 4. ไม่มีปุ่มโฮม ไม่ใช่ปัญหา

4

ปุ่มโฮมกลมๆ เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับ iPhone มาแต่ไหนแต่ไร จนกระทั่ง Apple สละมันทิ้งไปใน iPhone X เพื่อดีไซน์จอไร้ขอบ หลายคนอาจจะไม่ชิน แต่ James Titcomb มองว่ามันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา เพราะ gesture ใหม่ที่มาแทนปุ่มโฮมนั้นใช้เวลาเรียนรู้ไม่นาน และใช้งานได้คล่องไม่แพ้ปุ่มโฮม

5. จอแสดงผลสวยงาม

5

iPhone X มาพร้อมกับจอแสดงผล Super Retina ซึ่งเป็นเทคโนโลยี OLED ทำให้สีสันบนจอสดใสกว่าจอ IPS ของ iPhone รุ่นก่อนๆ สำหรับเขาแล้วมันเป็นหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ดีที่สุดเท่าที่เขาเคยสัมผัสมาเลยทีเดียว

6. รอยแหว่งบนจอที่ทั้งรักทั้งเกลียด

6

สิ่งหนึ่งบน iPhone X ที่มีคนพูดถึงกันมากคือรอยแหว่งด้านบนหน้าจอที่มีไว้สำหรับเซ็นเซอร์ต่างๆ และกล้องหน้า ทำให้การแสดงผลดูแปลกไปโดยเฉพาะการดูวิดีโอแบบ full screen ที่จะมีรอบแหว่งยื่นเข้ามาบังไว้ แต่ในส่วนของ UI มีการจัดวางไอคอนสถานะต่างๆ ไว้อย่างลงตัวไม่ให้ถูกบัง ซึ่งสำหรับเขาแล้วก็ไม่ได้ถือว่าแย่นัก

7. จอแบบใหม่ยังมีปัญหากับบางแอป

7

ด้วยความที่ iPhone X มีสัดส่วนหน้าจอที่เพรียวขึ้นในอัตราส่วน 19.5:9 แตกต่างจาก iPhone ทุกรุ่นที่มีหน้าจอ 16:9 ปัญหาก็คือ แอปพลิเคชันทั้งหมดบน App Store ได้รับการพัฒนาให้เข้ากับการแสดงผลแบบ 16:9 ทำให้ iPhone X อาจจะแสดงผลแอปพลิเคชันหลายตัวเพี้ยนไป อย่างไรก็ตามเหล่านักพัฒนาก็ทราบเรื่องนี้ดีอยู่แล้ว และเริ่มทยอยอัปเดตแอปพลิเคชันของตนเองให้รองรับจอ 19.5:9 ส่วนแอปพลิเคชันทางการของ Apple สามารถรองรับการแสดงผลบน iPhone X ได้อย่างไม่มีปัญหา

8. Animoji เหมือนเป็นลูกเล่นมากกว่าฟีเจอร์

8

Animoji เป็น emoji แบบใหม่ที่มีเฉพาะบน iPhone X เท่านั้นในขณะนี้ ซึ่งเกิดจากการนำเทคโนโลยี Face ID มาใช้ร่วมกับ emoji 3 มิติ ทำให้เราสามารถแสดงสีหน้าของเราลงไปบน emoji ได้ สำหรับ James Titcomb แล้ว Animoji ไม่ค่อยน่าสนใจเท่าที่ควร และเหมือนเป็นแค่ลูกเล่นเล็กๆ น้อยๆ มากกว่า เพราะเมื่อความรู้สึกแปลกใหม่หายไปแล้ว เขาก็ไม่ใช้มันอีกเลย นอกจากนี้ Animoji ยังส่งให้กันได้ผ่าน iMessage เท่านั้น ซึ่งหลายคนอาจจะไม่นิยมใช้กัน แม้จะ export ไปยังแอปอื่นๆ ได้ แต่ก็ยังไม่ดีเท่าไหร่