สรุปทุกข้อมูลของ iPhone X และ iPhone 8 ที่คุณควรรู้ ก่อนเปิดตัวทางการในคืนวันนี้!

สรุปทุกข้อมูลของ iPhone X และ iPhone 8 ที่คุณควรรู้ ก่อนเปิดตัวทางการในคืนวันนี้!
thaimobilecenter

สนับสนุนเนื้อหา

สรุปทุกข้อมูลของ iPhone X และ iPhone 8 ที่คุณควรรู้ ก่อนเปิดตัวทางการในคืนพรุ่งนี้! คาดจัดเต็มด้วยจอ OLED ไร้ขอบ, ระบบสแกนม่านตา, ชิปเซ็ต Hexa-Core และกล้องคู่ระบบ AR กับราคาเริ่มต้น 3 หมื่นกว่าบาท!

 เหลือเวลาอีกเพียง 1 วันกว่าๆ ที่เราจะได้ยลโฉมของ iPhone X และ iPhone 8 Series สามไอโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่คาดว่า Apple จะเปิดตัวพร้อมกันในคืนวันพรุ่งนี้ โดยในช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมาก็มีข่าวคราวของ iPhone X และ iPhone 8 หลุดออกมาให้ทราบกันโดยตลอด และทำให้เราได้ทราบกันว่าชื่อของไอโฟนตัวท็อปที่จะเปิดตัวในวันพรุ่งนี้นั้นอาจใช้ชื่อว่า iPhone X ส่วนอีกสองรุ่นจะใช้ชื่อ iPhone 8 และ iPhone 8 Plus ซึ่งส่วนหนึ่งที่ iPhone X กลายเป็นสมาร์ทโฟนที่ทุกคนจับตามองก็เพราะว่าปีนี้จะเป็นปีที่ iPhone ครบรอบ 10 ปี และ iPhone X ถูกวางตำแหน่งไว้ให้เป็นสมาร์ทโฟนรุ่นพิเศษที่จะมีฟีเจอร์ และคุณสมบัติตัวเครื่องแบบจัดเต็ม ซึ่งถือเป็นการพลิกโฉม iPhone ขนานใหญ่อีกด้วย

ซึ่งในวันนี้ทีมงาน Thaimobilecenter จึงได้ทำการสรุปรวมข้อมูลที่ควรรู้ทุกอย่างของ iPhone X และ iPhone 8 ไม่ว่าจะเป็น ฟีเจอร์, คุณสมบัติตัวเครื่อง และราคา  มาให้ทุกท่านได้รับชมกันก่อนงานเปิดตัวในคืนพรุ่งนี้ว่าไอโฟนรุ่นใหม่ทั้งสามรุ่นจะมาพร้อมฟีเจอร์ที่น่าสนใจเพียงใด รูปลักษณ์ดีไซน์จะเปลี่ยนแปลงหรือไม่ หากพร้อมแล้วติดตามชมไปพร้อมกันได้เลยครับ

 ไอโฟนรุ่นใหม่จะใช้ชื่อ iPhone X (ไอโฟนเท็น) และ iPhone 8, iPhone 8 Plus


หากใครที่ใช้งาน หรือติดตามข้อมูลของ Apple เป็นประจำก็จะทราบดีว่า Apple มักเปิดตัวไอโฟนรุ่นหลัก (เลขตัวเดียว) ก่อน แล้วจึงเปิดตัวรุ่น S ที่พัฒนาฟีเจอร์บางอย่างให้ดีขึ้นในปีถัดมา ซึ่งหลังจากที่ Apple ได้เปิดตัว iPhone 7 ในปี 2016 ที่ผ่านมา ถ้ายึดตามธรรมเนียมของ Apple ไอโฟนที่จะเปิดตัวในปี 2017 นี้ ก็ต้องใช้ชื่อว่า iPhone 7s และ iPhone 7s Plus แล้ววางจำหน่ายตามปกติ แต่ความพิเศษของปีนี้อยู่ตรงที่มีผู้คาดการณ์ว่า Apple จะผลิตไอโฟนรุ่นพิเศษในวาระครบรอบ 10 ปี และใช้ชื่อเป็น iPhone X (อ่านว่า ไอโฟนเท็น) พร้อมเปิดตัวในฐานะรุ่นท็อปสุดด้วย ส่วนไอโฟนอีกสองรุ่นก็จะใช้ชื่อว่า iPhone 8 และ iPhone 8 Plus แทน ซึ่งจะข้ามชื่อ 7s ไปในปีนี้

 รูปลักษณ์ดีไซน์ตัวเครื่องแบบใหม่

2

3


ข้อมูลล่าสุดในขณะนี้ระบุว่า iPhone X จะกลับมาใช้รูปลักษณ์แบบ Glass Design ที่ด้านหลังตัวเครื่องแบบเดียวกับ iPhone 4s โดยจะใช้กระจกของ Corning Gorilla Glass ที่มีความคงทนแข็งแรงมากขึ้นกว่าในอดีต ส่วนขอบตัวเครื่องของรุ่นท็อปสุดอาจผลิตจาก Stainless Steel ขณะที่รุ่นปกติจะผลิตด้วย Aluminium ธรรมดาเท่านั้น ส่วนหน้าจอจะเป็นหน้าจอแบบไร้ขอบไร้ปุ่มโฮมตามภาพข้างต้น ซึ่งข้อมูลในเรื่องการดีไซน์ตัวเครื่องนี้น่าจะค่อนข้างแน่นอนกว่า 90% แล้ว เพราะสื่อหลายสำนักทั่วโลกต่างรายงานตรงกันหมด พร้อมทั้งผู้ผลิตเคสป้องกันตัวเครื่องบางรายก็เผยภาพเรนเดอร์ออกมาให้ชมกันบ้างแล้วเช่นกัน

 ชิปเซ็ตประมวลผล Apple A11 ที่ใช้งานแบบ 6-Core เป็นรุ่นแรก

4 

ข้อมูลล่าสุดเปิดเผยว่า iPhone X และ iPhone 8 Series จะใช้งานชิปเซ็ตประมวลผล Apple A11 รุ่นใหม่ล่าสุดที่มาพร้อมกับแกนประมวลผลทั้งหมด 6 แกน (Hexa-Core) โดยมี 2 แกนหลักไว้ประมวลผลในระดับ High Speed ส่วนอีก 4 แกนจะใช้งานในการประมวลผลทั่วไป ซึ่งถ้าหากข้อมูลดังกล่าวเป็นความจริง ชิปเซ็ต Apple A11 จะเป็นชิปเซ็ตรุ่นแรกที่ใช้งานแกนประมวลผลมากที่สุดด้วย เพราะก่อนหน้านี้ Apple ผลิตชิปเซ็ต Apple Ax โดยใช้งานแกนประมวลผลไม่เกิน 2 แกน (Dual-Core) เท่านั้น 

 หน้าจอไร้ขอบแบบ OLED Display

5


สำหรับข้อมูลเรื่องหน้าจอ OLED นี้ถือเป็นจุดเด่นที่สุดของ iPhone X เลยก็ว่าได้ เพราะก่อนหน้านี้ Apple ใช้งานหน้าจอแบบ IPS LCD มาโดยตลอด ซึ่งเทคโนโลยีของหน้าจอ OLED นั้นมีความก้าวล้ำกว่าทั้งในด้านของการประหยัดพลังงาน และการแสดงสีสัน หรือความคมชัดของจอภาพที่ยอดเยี่ยมกว่าจอ LCD อีกด้วยทั้งก่อนหน้านี้ยังมีข้อมูลว่า Apple ได้ว่าจ้างให้ Samsung ผลิตหน้าจอ OLED สำหรับ iPhone เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ยิ่งทำให้น้ำหนักของความเป็นไปได้ที่ iPhone 8 จะใช้หน้าจอ OLED เพิ่มสูงขึ้นอีก

นอกจาก Apple จะใช้งานหน้าจอ OLED แล้ว ยังมีข่าวว่า iPhone X รุ่นที่ใช้งานหน้าจอแบบใหม่นี้จะมาพร้อมกับดีไซน์แบบไร้ขอบ (edge-to-edge) ด้วย โดยคาดว่าจะมีขนาดหน้าจอที่ 5.8 นิ้ว ซึ่งมีขนาดใหญ่กว่ารุ่น Plus ที่ใช้งานขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว เท่านั้น

 iPhone 8 จะใช้งานแถบ Function Area แทนที่ปุ่มโฮม

6


สืบเนื่องจากการขยายหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ให้เป็นแบบไร้ขอบ ดังนั้น Apple จึงอาจต้องถอดปุ่มโฮมรูปทรงกลมอันเป็นเอกลักษณ์ออกด้วย และคาดว่า iPhone X จะเปลี่ยนไปใช้งานแถบ Function Area ที่สามารถควบคุม และตั้งค่าการใช้งานได้อย่างสะดวกมากยิ่งขึ้น ส่วนปุ่มปลดล็อกตัวเครื่องนั้นอาจจะใช้งานในรูปแบบของปุ่มโฮมเสมือนจริง ที่นำเอาเทคโนโลยี 3D Touch มาใช้งานร่วมกันก็เป็นได้

 ปลอดภัยมากยิ่งขึ้นกับเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ในชื่อ Face ID

7


เมื่อไม่มีเซ็นเซอร์ Touch ID ให้ใช้งาน เพราะ Apple หาทางแก้ปัญหาการฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือภายใต้หน้าจอไม่ได้ จึงจำเป็นต้องตัด Touch ID ทิ้งไป และคาดว่า iPhone X จะใช้งานระบบรักษาความปลอดภัยรูปแบบใหม่กับระบบสแกนใบหน้า (Facial Recognition) ในชื่อ Face ID ซึ่งเป็นการคาดการณ์ของ Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ชื่อดังที่ระบุรายละเอียดของสินค้า Apple ได้อย่างแม่นยำ ที่ออกมาให้ความเห็นว่า Apple น่าจะพัฒนาระบบรักษาความปลอดภัยของสมาร์ทโฟนให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น และรักษาความปลอดภัยได้ในระดับสูง เพราะลายนิ้วมือยังสามารถปลอมแปลงได้ แต่โครงสร้างของใบหน้านั้นจะปลอมแปลงได้ยากมาก และล่าสุดก็มีข้อมูลเกี่ยวกับการสแกนใบหน้าหลุดมาให้ชมกันอย่างต่อเนื่อง จึงน่าจะยืนยันได้แล้วว่า iPhone X จะมาพร้อมกับฟังก์ชันดังกล่าวค่อนข้างแน่นอน

หน่วยความจำภายในขนาดใหญ่ พร้อมการเขียนข้อมูลที่ไวยิ่งขึ้น


มีข้อมูลว่า iPhone X อาจจะใช้งานหน่วยความจำภายในแบบ NAND Flash Storage จาก Samsung ที่มีความเร็วในการ เขียน/อ่าน ข้อมูลที่รวดเร็วมากยิ่งขึ้น และ iPhone X อาจมีการเพิ่มความจุให้มากขึ้นกว่า 256GB ด้วย แต่ส่วนตัวผู้เขียนมองว่า Apple ไม่น่าจะเพิ่มความจุมากกว่านี้  เพราะความจุขนาด 256GB ก็ถือว่าใหญ่มากแล้ว แต่ Apple น่าจะพัฒนาด้านความเร็วในการประมวลผลของหน่วยความจำมากกว่า ซึ่งคาดว่า iPhone X อาจมีเฉพาะรุ่น 128GB และ 256GB ส่วน iPhone 8 Series น่าจะมีครบทั้ง 64GB, 128GB และ 256GB

ระบบ 3D Touch และ Taptic Engine ที่พัฒนามากยิ่งขึ้น

8

9


สำหรับ iPhone 7 ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนกันยายน 2016 ที่ผ่านมา ได้ใช้งานปุ่มโฮมแบบ Taptic Engine โดยมาแทนที่ปุ่มโฮมแบบ Hard-Key ซึ่งใช้การกดน้ำหนักนิ้วในระดับต่างๆ เพื่อควบคุมการใช้งาน อย่างเช่น การปลดล็อกตัวเครื่อง เป็นต้น แต่เมื่อ Apple จะตัดปุ่มโฮมออกไป จึงคาดว่า iPhone X จะมาพร้อมกับระบบ Taptic Engine และ 3D Touch บนหน้าจอที่มีฟีเจอร์ให้ใช้งานได้หลากหลายกว่าเดิม

แบตเตอรี่ที่ใช้งานได้ยาวนานมากยิ่งขึ้น

10


ไอโฟนเป็นหนึ่งในสมาร์ทโฟนที่ผู้ใช้รู้สึกว่าให้แบตเตอรี่มาในความจุที่ค่อนข้างน้อย แต่สำหรับ iPhone X คาดว่าจะใช้งานแบตเตอรี่ที่มีความจุเพิ่มมากขึ้น เพราะอาจมีฟีเจอร์บางอย่างเพิ่มเติมเข้ามา และต้องใช้พลังงานเพิ่มมากขึ้น โดยคาดว่า iPhone X อาจใช้งานความจุแบตเตอรี่ขั้นต่ำที่ 3000 mAh

กล้องถ่ายภาพแบบคู่ (Dual-Camera) ที่รองรับ AR เต็มรูปแบบ

11


สำหรับ iPhone X นั้นคาดว่าจะใช้งานกล้องคู่ (Dual-Camera) ในลักษณะเดียวกับ iPhone 7 Plus แต่อาจเพิ่มความสามารถบางอย่างเข้ามา เช่น ระบบกันสั่น (OIS) สำหรับทั้งสองเลนส์ หรือการถ่ายภาพแบบ 3D ส่วนกล้องด้านหน้าก็จะมีการพัฒนาเทคโนโลยีเพิ่มเติมเพื่อให้ใช้งานร่วมกับการจดจำใบหน้า หรือระบบ AR (Augmented Reality) ในอนาคตด้วย

iPhone X กับ USB Type-C

12


อย่างที่ทราบกันดีกว่า iPhone นั้นใช้พอร์ตการเชื่อมต่อที่ไม่เหมือนกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ โดย iPhone จะใช้งานการเชื่อมต่อแบบ Lightning Port แต่ก็มีข้อมูลว่า iPhone X อาจเปลี่ยนไปใช้งาน USB Type-C เพื่อความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น เพราะ Apple ก็ได้เริ่มใช้งาน USB Type-C กับ MacBook Pro 2016 ไปก่อนหน้านี้แล้ว ก็ไม่แน่ว่า iPhone X อาจจะมาพร้อมพอร์ตเชื่อมต่อรูปแบบใหม่ก็เป็นได้

ฟีเจอร์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สาย (Wireless Charging)

13


ฟีเจอร์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายก็ดูเหมือนจะเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ที่ผู้ใช้ต้องการมากที่สุดอย่างหนึ่ง ซึ่งในรุ่นก่อนหน้าที่ผ่านมานั้น ตัวเครื่อง iPhone จะผลิตด้วยโลหะ ทำให้ไม่สามารถใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ แต่ถ้าหากใช้งานด้วยวัสดุกระจกก็จะสามารถส่งผ่านคลื่นแม่เหล็กสำหรับชาร์จพลังงานได้ง่ายขึ้น ซึ่งก็มีข้อมูลบางส่วนระบุว่า Apple อาจพัฒนา iPhone X ให้ใช้งานฟีเจอร์ชาร์จแบตเตอรี่ไร้สายได้ โดยใช้วัสดุ และอุปกรณ์จากบริษัท Luxshure ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตชิ้นส่วนให้กับ Apple Watch และใช้งานฟีเจอร์ชาร์จแบตไร้สายเช่นกัน

ฟีเจอร์ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น IP68

14


iPhone X อาจจะมาพร้อมฟีเจอร์ ป้องกันน้ำ-ป้องกันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP68 ซึ่งพัฒนาขึ้นจาก iPhone 7 ที่อยู่ในระดับ IP67 เท่านั้น โดยฟีเจอร์กันน้ำในระดับ IP68 สามารถกันน้ำลึกได้ถึง 1.5 เมตร เป็นระยะเวลา 30 นาที และสามารถกันน้ำฝน หรือกันน้ำหกใส่ได้แบบสบายๆ

สรุปราคา และวันวางจำหน่าย (แบบไม่เป็นทางการ)

15


สำหรับวันเปิดตัวอย่างเป็นทางการของ iPhone X รุ่นล่าสุดก็คือวันที่ 12 กันยายน 2560 หรือก็คือวันพรุ่งนี้นั่นเอง โดยงานเปิดตัวจะเริ่มต้นในเวลาประมาณ 00.00 น. ของคืนวันที่ 12-13 กันยายน ตามเวลาในประเทศไทย ซึ่งทางทีมงาน Thaimobilecenter ก็จะมีการ LIVE ถ่ายทอดสดงานเปิดตัวให้ทุกท่านได้รับชมกันด้วย หากท่านใดสนใจ และยังไม่นอน ก็อย่าลืมติดตามชมกันด้วยนะครับ

ส่วนราคาของ iPhone X นั้น คาดว่าราคาเปิดตัวอาจพุ่งสูงขึ้นถึง 1,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 33,000 บาท ณ อัตราแลกเปลี่ยนในปัจจุบัน) เพราะ Apple อาจตั้งกลุ่มเป้าหมายไปยังลูกค้ากระเป๋าหนักโดยเฉพาะที่ต้องการไอโฟนรุ่นพรีเมียมที่สุด พร้อมทั้งเทคโนโลยีต่างๆ ที่ถูกเพิ่มเข้ามาให้ iPhone X มีความพิเศษมากกว่าอีกสองรุ่น ดังนั้น การตั้งราคาไว้ค่อนข้างสูงก็น่าจะมีความเป็นไปได้เช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลทั้งหมดข้างต้นเป็นการสรุปเบื้องต้นจากข่าวที่หลุดออกมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด ซึ่งยังไม่มีการยืนยันว่ารายละเอียดทั้งหมดจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ แต่เป็นเพียงแนวทาง และความน่าจะเป็นที่มีผู้คาดการณ์ไว้เท่านั้น ซึ่งโฉมหน้าของ iPhone X และ iPhone 8 Series จะเป็นอย่างไร, คุณสมบัติตัวเครื่องจะเร็วแรงแค่ไหน และจะมีฟีเจอร์เด็ดอย่างไรบ้าง ในค่ำคืนวันพรุ่งนี้เราก็จะได้เห็นกันแล้วครับ

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ iphone 8