
Moto E เป็นอีกรุ่นที่มีความดีในเรื่องของขนาดและสเปคในราคาที่ไม่ได้แพงและขายในต่างประเทศมานาน ตอนนี้ก็ได้เวลาที่มือถือรุ่นนี้เข้ามาขายในประเทศไทย ซึ่งคาดว่ามาแทน Lenovo ในตระกูล A Series แน่นอน และครั้งนี้เราจะมารีวิว Moto e4 ขนาดปกติ
ด้านหน้าของ Moto C เป็นมือถือที่มีขนาด 5 นิ้วความละเอียด 1280x720 แบบ IPS LCD ให้การแสดงผลดีและสู้แสงได้สบาย ๆ และรองรับมัลติทัช 5 จุดเท่านั้น

ส่วนบนมีช่องหูฟัง พร้อมกับเซนเซอร์แนบหู และมีกล้องขนาดความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มี LED Flash พร้อมโลโก Moto อยู่ด้านบน

ส่วนล่างมีปุ่มกด Recent สำหรับสลับ Apps, Home, Back อยู่ด้านในหน้าจอ และมีปุ่มสำหรับฟังก์ชั่นสั่งงานปุ่มด้วยมือเดียวและ สแกนลายนิ้วมือด้วย

ด้านข้างทำจากโลหะ โดนฝาหลังเป็นพลาสติกพร้อมกับฝั่งซ้ายไม่มีอะไร

ฝั่งขวา มีปุ่มกดปรับระดับเสียงและปุ่ม Power

ด้านบนมี ช่องเสียบหูฟัง
ด้านล่างมีช่องเสียบ Micro USB ไมโครโฟนและร่องแกะฝาหลัง

ด้านหลังจะมีกล้องหลังขนาด 8 ล้านพิกเซลพร้อมกับ LED Flash อยู่บนสุดของเครื่อง พร้อมกับโลโก้ M ส่วนล่าสุดเป็นลำโพงของเครื่อง ฝาหลังรุ่นนี้เป็นแบบโลหะนะครับ

เมื่อเปิดฝาหลังจะพบกับช่องใส่ซิมแบบ Micro SIM 2 ช่อง พร้อมกับ Micro SD มาให้ด้วย พร้อมกับแบตเตอรี่สามารถถอดเปลี่ยนได้ขนาด 2800 mAh

ภาพรวมเป็นการยกระดับของมือถือเครื่อง 4,990 บาทที่จะต้องเป็นฝาหลังแบบโลหะ เพราะงานประกอบเครื่องดีมาก และส่วนต่าง ๆ ของเครื่องอยู่ในตำแหน่งที่ดี แต่ว่าข้อเสียคือฝาหลังเปิดยากพอสมควร

จากที่ได้ทดสอบประสิทธิภาพจาก Antutu ออกมานั้นได้อยู่ที่ 31121 คะแนน ถือว่าคะแนนอยู่ระดับกลาง สามารถนำมาเล่นเกมได้สบายแน่นอน แต่อาจจะต้องเลือกเกมหน่อย ส่วนใช้งานทั่วไปถือว่าดีครับ

ส่วนแบตเตอรี่ขนาด 2800 mAh เมื่อเทียบกับขนาดเครื่องนั้นถือว่าแบตเตอรี่ใหญ่ใช้ได้ เมื่อผลการทดสอบนั้น อยู่ได้ 11 ชั่วโมง ถ้าใช้งานดี ๆ อยู่ได้ทั้งวันสบาย ๆ

เป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อมาก่อนเพราะว่า Moto e4 นั้นให้ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat มาให้พร้อมกับ UI แบบ Pure Google ถือว่าเป็นอีกเครื่องที่ลงตัวตอบสนองกันใช้งานทั่วไปได้ดี

ลูกเล่นอื่น ๆ ในเครื่องมือ มีพื้นฐานยังคงมีเครื่องคิดเลข, ปฏิทินจาก Google Calendar, Apps Google และมีคู่มือให้ได้ใช้งานอีกด้วย รวมทั้งวิทยุ FM Radio มาให้ และ Widget ของ Moto เพิ่มเติมคือ ระบบสแกนลายนิ้วมือ และสามารถใช้ปุ่ม One Hand Navigate และ Night Display เข้ามา

ส่วนกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลพร้อมระบบ Auto Focus และมี LED Flash พร้อมกับ UI พื้นฐานทั่วไปแต่ยังคงเป็นแบบฉบับของ Motorola และมีลูกเล่นทั้งการปรับการทำงานของ Flash, Beauty Mode กล้องหลัง และมี HDR พร้อมกับถ่ายภาพ Panorama ได้ด้วย คุณภาพถือว่าดีใช้ได้
ส่วนกล้องหน้านั้นให้ความละเอียด 5 ล้านพิกเซล มี Beauty Mode มาให้ในรุ่นนี้




(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Moto e4)

ถ้าคนที่มองว่า Moto C แล้วบอกว่ายังไม่พอ นี่คือรุ่นต่อเนื่องที่ดีขึ้นใช้ได้ เพราะสเปคของเครื่องแม้จะน้อยไปหน่อย และกล้องดีใช้ได้ในราคาไม่ได้แพงมาก แต่ข้อเสียคือเปิดฝาหลังยากไปหน่อยเพราะเป็นแบบโลหะนั่นเอง
ส่วนราคาของเครื่องนั้นอยู่ที่ 4,990 บาท ถือว่าไม่ได้แพงเกินไป เมื่อเทียบกับคู่แข่งแล้วก็คงจะเจอกับ Wiko U Pulse แบบตรง ๆ มีความคล้ายกันมาก แต่ถ้าเลือกก็ชอบสีสันคงต้องไป Wiko แต่ถ้าชอบความเสถียรและความเป็น Pure Android คงต้องจบที่ตัวนี้ เพียงแต่ว่า น่าจะเพิ่มช่องทางการซื้อให้ง่ายกว่านี้จะดีไม่น้อย
ข้อดี
ข้อควรปรับปรุง