ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ หัวเรือใหม่ไมโครซอฟท์ไทย ประกาศรุกสื่อสารให้เข้าใจความเจ๋ง

ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ หัวเรือใหม่ไมโครซอฟท์ไทย ประกาศรุกสื่อสารให้เข้าใจความเจ๋ง
แบไต๋

สนับสนุนเนื้อหา

เราคงทราบข่าวกันไปแล้วนะครับว่าคุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ ขึ้นเป็นกรรมการผู้จัดการคนใหม่ของไมโครซอฟท์ประเทศไทย ซึ่งวันนี้ทีมงานเว็บแบไต๋ได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณธนวัฒน์ ซึ่งเปิดตัวพูดคุยกับสื่อมวลชนเป็นครั้งแรกหลังจากได้รับตำแหน่ง เกี่ยวกับทิศทางของไมโครซอฟท์ประเทศไทย และแนวคิดการสื่อสารที่มากขึ้น ให้ผู้ใช้เข้าใจไมโครซอฟท์ว่ายักษ์ใหญ่ด้านไอทีของโลกมีของที่เจ๋งขนาดไหน!

Key Area ที่ไมโครซอฟท์จะครองตลาดให้ได้

Microsoft Mission – Empower every person and every organization on the planet to achieve more

เป้าหมายหลักของไมโครซอฟท์คือจะนำโซลูชั่นต่างๆ เข้าไปช่วยผ่านพาร์ทเนอร์เพื่อโฟกัสใน 4 พื้นที่หลักคือ

Modern workplace – พื้นที่ทำงานยุคใหม่ เพื่อส่งเสริมให้คนทำงาน ทำงานได้ง่ายขึ้น มีพลังในการทำงานมากขึ้น Business application – แอปพลิเคชั่นสนับสนุนการทำงานในธุรกิจ Applications & Infrastructure – ระบบพื้นฐานสาธารณูปโภคของธุรกิจ เช่น cloud computing Data & AI – ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์

คุณธนวัฒน์อธิบายให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ไมโครซอฟท์พูดถึง Mobile first, Cloud first เป็นวิสัยทัศน์ขององค์กร ปีนี้ไมโครซอฟท์จึงต่อยอดวิสัยทัศน์เดิมที่คลาวด์ของไมโครซอฟท์จะมุ่งไปสู่ความฉลาดขึ้น (intelligent cloud) เพื่อตอบสนองการทำงานกับทุกอุปกรณ์ โดยมีคลาวด์ของไมโครซอฟท์เป็นสมองอยู่เบื้องหลัง สามารถคาดการณ์สิ่งที่กำลังจะเกิดได้ และเป็นการทำงานแบบ server less คือไม่ต้องไปสนใจว่าเซิร์ฟเวอร์คืออะไร เป็นยังไง อยู่ที่ไหน ผู้สร้างสามารถสร้างบริการโดยไม่ต้องแคร์โครงสร้างเซิร์ฟเวอร์เลย ให้มอง cloud เป็นสาธารณูปโภคเหมือนน้ำเหมือนไฟ

ความต่างของ Cloud ไมโครซอฟท์กับคู่แข่ง

คุณธนวัฒน์บอกว่า Microsoft มี Cloud Data center กว่า 40 แห่งทั่วโลก มากกว่า Google หรือ AWS อีก แล้วยังมี Azure Stack ที่ทำงานได้ทั้ง On premises และ Public cloud ซึ่งเป็นคลาวด์แบบ Hybrid สร้างความยืดหยุ่นให้กับลูกค้ามากกว่า คือสามารถรันงานได้ทั้งในเซิร์ฟเวอร์ขององค์กรเอง (On Premises) และรันบนคลาวด์ภายนอก (Public Cloud ซึ่งในที่นี้หมายถึง Azure) ได้

องค์กรแบบเดิมจะมีคำว่า ERP, CRM แต่ไมโครซอฟท์สร้าง dynamic 365 ที่ทำสถาปัตยกรรมกลางขึ้นมา แล้วแยกเป็นโมดูลธุรกิจต่างๆ อิงอยู่บนสันหลังเดียวกัน ทำให้หน่วยธุรกิจสามารถดึงข้อมูลระหว่างกันได้ง่ายขึ้น มี Power BI เป็นสุดยอดเครื่องมือของไมโครซอฟท์

นอกจากนี้ Microsoft ได้รับการรับรองด้านความปลอดภัยเยอะมาก สร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้า มี Cert เฉพาะในแต่ละธุรกิจด้วย เช่น Cert สำหรับการเงินก็มี

ต่อไปไมไครซอฟท์ไทยจึงเน้นการสื่อสารความสามารถของไมโครซอฟท์ให้กับลูกค้าต่อไป ว่ามีเทคโนโลยีอะไรบ้าง และไม่ได้มีแค่บริการคลาวด์หรือ SaaS แต่มี AI On top ด้วย ผ่านตัวอย่างการใช้งานจริงที่ไมโครซอฟท์และพาร์ทเนอร์พัฒนาขึ้นมา

ไมโครซอฟท์ยังรุกตลาดผู้บริโภคต่อไป

เมื่อทีมงานเว็บแบไต๋ถามถึงเรื่องตลาดในกลุ่มผู้บริโภค พวกฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์สำหรับคนทั่วไปจากไมโครซอฟท์ คุณธนวัฒน์ตอบว่า ตลาดผู้ใช้ทั่วไป ไมโครซอฟท์ก็ยังทำต่อเนื่อง อย่างเร็วๆ นี้ก็กำลังจะขาย Surface Pro รุ่นใหม่แล้ว นอกจากนี้ยังมีแผนนำซอฟต์แวร์ขายเป็น digital download มากขึ้น ส่วนอุปกรณ์ชุดใหม่ๆ ที่ไม่เคยเข้ามาในไทย เช่น Surface Studio, Surface Book ก็กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

ซึ่งคุณธนวัฒน์ก็กล่าวถึงอุปกรณ์ที่หลายคนรอคอยให้ขายในไทยอย่างเป็นทางการคือ Xbox ว่ายังติดปัญหาเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์ แต่ก็พยายามต่อรองกับสำนักงานใหญ่ว่าตลาดเกมไทยดีขึ้นแล้ว

แต่ก็มีตัวเลขระบุว่า ทั้งโลกมีค่าเฉลี่ยซอฟต์แวร์ผิดกฎหมาย 39% แต่ในไทยยังอยู่ราวๆ 69% ถึงจะตัวเลขนี้ลดลงแล้วในช่วงปีที่ผ่านมา จึงพยายามย้ายการขายซอฟต์แวร์ไปทาง digital download ให้ง่ายขึ้น ซึ่งอยู่ในกระบวนการให้ราคาถูกลง มีผลิตภัณฑ์มากขึ้น น่าจะเห็นภายใน 2 เดือนนี้

ไมโครซอฟท์ไทยคว้ารางวัล Country of the Year

คุณธนวัฒน์กล่าวอย่างภาคภูมิใจ (แต่ยกเครดิตให้ทีมงานไมโครซอฟท์และกรรมการผู้จัดการคนก่อน) ว่าไมโครซอฟท์ประเทศไทยคว้า Country of the year ในกลุ่ม Emerging Countries ซึ่งไม่เคยได้รางวัลนี้มา 11 ปีแล้ว โดยรางวัลนี้ไมโครซอฟท์สำนักงานใหญ่จะมอบให้กับสาขาที่มีภาพรวมในการทำงานดีที่สุด ซึ่งไมโครซอฟท์ประเทศไทยภายใต้การนำของอรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการคนก่อน ก็ทำผลงานได้ดีจนเข้าตาสำนักงานใหญ่

ซึ่งโอกาสทั่วโลกของไมโครซอฟท์โตขึ้นเรื่อยๆ จากปี 1995 มีโอกาสทางการตลาดแค่ 25 พันล้านเหรียญ มาถึงปัจจุบันโอกาสจาก internet of things และเทคโนโลยีใหม่ๆ มากมาย ทำให้มีโอกาสทางการตลาดสูงถึง 4.5 พันล้านล้านเหรียญทั่วโลก

โดยรายได้จาก cloud ในไทยอยู่ที่ประมาณ 30% ของรายได้ไมโครซอฟท์ไทยทั้งหมดในปี 2017 เทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว รายได้จาก cloud สูงถึง 80-90% ก็ยังมีโอกาสสำหรับการเติบโตอีกมากที่จะโฟกัสกันต่อไป

รู้จัก ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย)

ปัจจุบันคุณธนวัฒน์อายุ 49 ปีแล้ว แต่งงานมีครอบครัวและมีลูก 3 คน มีพี่สาวคือคุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มดุสิตธานี

คุณธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจ จากมหาวิทยาลัยรัฐแคลิฟอร์เนีย ซานเบอร์นาดิโน ประเทศสหรัฐอเมริกา และระดับปริญญาตรี สาขาบัญชี จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ โดยก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการและผู้จัดการทั่วไป กลุ่มธุรกิจเอ็นเทอร์ไพรส์ของบริษัท ฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด (ประเทศไทย) จำกัด มีบทบาทดูแลธุรกิจบริการสำหรับลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่และผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์ของบริษัทในประเทศไทยตลอดช่วงปี 2554-2560

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด