
ถ้าพูดถึงของ Xiaomi นั้นอาจจะมีหลายผู้ทำตลาดในประเทศไทยและแพร่หลายกับบางกลุ่มเท่านั้นจนกระทั่ง i-mobile นำเข้ามาโดยรุ่นแรกที่ทีมงาน Sanook! Hitech จะขอลองก่อนคือ Xiaomi Mi 5s Plus นั่นเอง
ด้านหน้าของ Xiaomi Mi 5s Plus มีขนาดใหญ่ใช้ได้และเหมาะกับคนที่ต้องการหา Phablet ที่ดีอีกรุ่นหนึ่งโดยมีหน้าจอขนาด 5.7 นิ้วรองรับมัลติดทัชทั้งหมด 10 จุดและให้ความสว่างของหน้าจอจัดว่าดี
ส่วนบน เซนเซอร์ต่าง ๆ และกล้องหน้าขนาด 7 ล้านพิกเซล และมีไฟแจ้งสถานะ และมีลำโพงสนทนาอยู่ตรงกลาง

ส่วนล่างมีปุ่ม Back Home Recent อยู่ด้านล่าสุด และมีสีดำเหมือนกับหน้าจอส่วนบน

ด้านข้างทำจากอะลูมิเนียม และมีความต่อเนื่องถึงด้านหลัง พร้อมกับฝั่งซ้ายมีช่องใส่ซิมแบบ Hybrid โดยช่องแรกเป็นแบบ Nano SIM อีกช่องสามารถสลับได้ระหว่าง Micro SD และ Nano SIM


ข้างขวา ปุ่ม Power, ปุ่มปรับระดับเสียง ที่พร้อมกับเส้นเสาอากาศทั้งบนและล่าง

ด้านบนมีไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตรและมีอินฟราเรดสำหรับสั่งอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้า
ด้านล่างมีช่องเสียบ USB-C พร้อมกับไมโครโฟน และลำโพงขนาดใหญ่

ด้านหลัง มีการออกแบบเพมือนกับมือถือของเพื่อนร่วมชาติอย่าง Huawei Mate 9 Pro แต่แน่นอนว่าเครื่องนี้ใหญ่กว่า และมีกล้องหลังคู่ขนาด 13 ล้านพิกเซล พร้อมกับ LED Flash คู่ นอกจากนี้ยังมีระบบสแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังพร้อมกับ Logo MI อยู่ด้านล่าง แต่ชอบตรงที่ตรงกลางเคลือบเงาดูดี แต่จับแล้วลื่นไปหน่อย

ภาพรวมของตัวเครื่องถือว่าเป็นมือถือขนาดใหญ่แต่ก็จับได้ถนัดมือและวัสดุดีมาก แต่ถ้ามองถึงวัสดุและการกัดลายนั้นถือว่าถือแล้วลื่นอยู่อาจจะเสี่ยงที่จะทำตกได้ง่ายมาก แต่ถ้าใช้งานเป็นแบบ Phablet นั้นถือว่าน่าคบหาอีกตัวหนึ่ง

จากภาพการทดสอบ Benchmark ที่เห็นคะแนนของ Antutu นั้นทำได้อยู่ที่ 119007 คะแนน จัดว่าสูงมาก เหตุผลเพราะสเปคเครื่องรุ่นนี้เรียกได้ว่าค่อนข้างสูงอยู่แล้วทำให้เมื่อใช้งานจริงแล้ว มันลื่นไหล และเล่นเกมได้สบายมาก

แต่ว่าแบตเตอรี่ของเ Xiaomi Mi 5s Plus ให้มาขนาดใหญ่ถึง 3800 mAh โดยผลการทดลองอยู่ที่ 10ชั่วโมง 13 นาทีถือว่าใช้งานได้นานพอสมควร และเมื่อใช้งานจริงพบว่าเอาอยู่แบบสบาย ๆ

Xiaomi Mi 5s Plus ใช้ระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow พร้อมกับครอบ UI ด้วยระบบปฏิบัติการ MIUI 8 ที่ให้การตอบสนองลงตัวก่ว่าแต่ก่อน และไม่มี Apps Drawer มาขวางหูขวางตา
ลูกเล่นเด่นของ Xiaomi Mi 5s Plus มีเยอะพอสมควรตั้งแต่


นอกนั้นเครื่องมืออื่นมีให้ครบทั้งเครื่องคิดเลข, เครื่องอัดเสียง, สมุดจด, เครื่องอัดเสียง และ WPS Office Software ในเครืองให้ครบถ้วน

กล้องหลังของ Xiaomi Mi 5s Plus นั้นใช้กล้องขนาด 13 ล้านพิกเซลพร้อมกับกล้องคู่ที่มีความละเอียดเท่ากันต่างกันที่กล้องหนึ่งจับสีและอีกตัวจับขาวดำ พร้อมกับระบบ Auto Focus และมี LED Flash คู่ให้ภาพรวมของกล้องนั้นมีลูกเล่นที่เรียกได้ว่าจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นการใสเสียงระหว่างถ่าย การบอกอายุได้ แต่ภาพรวมแล้วการทำงานของกล้อถือว่าเร็ว แต่อาจจะยังมีอาการหน่วงสักหน่อยเมื่อเทียบกับ Xiaomi Mi 5s ที่คนใช้ Xiaomi บอกว่าดีกว่า และ การถ่ายวีดีโอทำได้ที่ความละเอียด 4K

ส่วนกล้องหน้ามีขนาด 4 ล้านพิกเซล เท่านั้น น้อยเพราะขยายพิกเซลให้ใหญ่ขึ้น และรองรับกับรูรับแสง F2.0 พร้อมกับมีฟีเจอร์ Beauty Mode บอกอายุของหน้าเราได้




(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก Xiaomi Mi 5s Plus)

เป็นการสัมผัสระยะเวลาที่ยาวนานสำหรับมือถือที่มาจากจีนอย่างแท้จริง โดยรุ่นนี้แม้จะเป็นรุ่นกลางแต่ก็เอาใจคนที่อยากได้เครื่องใหญ่ ๆ เลยก็ว่าได้ และสเปคถือว่าดีเยี่ยมเลย แต่น่าเสียดายตรงที่กล้องและการอัปเดทเครื่องนี้มันดูช้ากว่ารุ่นเล็กอย่าง Mi 5s นั่นเอง
ส่วนราคานั้นอยู่ที่ 13,500 บาท โดยเมื่อเทียบกับ Xiaomi Mi 5s ที่มีราคาอยู่ที่ 11,900 บาทก็เพิ่มเล็กน้อยเท่านั้นแต่ได้ ความโดดเด่นที่ลูกเล่นครบกล้องดีใช้ได้ แต่ถ้าเทียบกับราคาแล้วจะอยู่ในโซนกับ Samsung Galaxy A 2017 อาจจะได้เปรียบ แต่ว่าข้อที่ต้องกังวลคือเรื่องของลูกเล่นและสิทธิพิเศษที่ Xiaomi นั้นยังน้อยอยู่ แต่ถ้าไม่สน มันก็ถือว่าลงตัวและดีอยู่ครับ
ข้อดี
ข้อควรปรับปรุง
อัลบั้มภาพ 12 ภาพ