iPhone 8 (ไอโฟน 8) อัปเดตสเปกราคา วันเปิดตัวล่าสุด : iPhone 8 อาจมาพร้อมจอขอบโค้ง Curved Display

iPhone 8 (ไอโฟน 8) อัปเดตสเปกราคา วันเปิดตัวล่าสุด : iPhone 8 อาจมาพร้อมจอขอบโค้ง Curved Display
Techmoblog

สนับสนุนเนื้อหา

iPhone 8 (ไอโฟน 8) อัปเดตสเปกราคา วันเปิดตัวล่าสุด : iPhone 8 อาจมาพร้อมจอขอบโค้ง Curved Display หลังล่าสุด Apple เดินเครื่องสั่งจอ OLED จาก Samsung กว่า 70 ล้านชิ้นแล้ว

หลังจากที่เคยมีกระแสข่าวลือออกมาอย่างหนาหูว่า Apple อาจตัดสินใจหันไปใช้งานหน้าจอแสดงผลแบบ OLED บน iPhone 8 หรือ iPhone Edition เป็นครั้งแรก แทนที่หน้าจอแสดงผลแบบ LCD ที่ทางค่ายใช้งานมาอย่างยาวนาน เพื่อฉลองวาระครบรอบ 10 ปีนับตั้งแต่เปิดตัว iPhone ซึ่งดูเหมือนว่าความเป็นไปได้ในครั้งนี้เริ่มมีแนวโน้มมากยิ่งขึ้น หลังล่าสุดมีรายงานเปิดเผยออกมาว่า Apple ได้เริ่มเดินเครื่องสั่งซื้อหน้าจอประเภทดังกล่าวจากค่าย Samsung เป็นที่เรียบร้อย

คอนเซ็ปท์ iPhone จอขอบโค้ง OLED

Nikkei Asian สื่อรายใหญ่จากประเทศญี่ปุ่น ได้เผยรายงานฉบับใหม่ โดยระบุว่า เมื่อไม่นานมานี้ ยักษ์ใหญ่ Apple ได้ดำเนินการสั่งแผงหน้าจอแบบ OLED เป็นจำนวนกว่า 70 ล้านชิ้น จาก Samsung เป็นที่เรียบร้อย โดยตั้งเป้าที่จะนำมาใช้งานจริงภายในปี 2017 ทำให้มีความเป็นไปได้ว่า สมาร์ทโฟนที่จะได้ใช้หน้าจอแบบ OLED เป็นรุ่นแรกนั่นก็คือ iPhone 8 ที่ตกเป็นข่าวลือมาอย่างยาวนานว่า จะมีการปรับโฉมในเรื่องของดีไซน์ และหน้าจอแสดงผลครั้งใหญ่ ด้วยการเลือกใช้จอแบบ OLED ที่มีความยืดหยุ่นสูงนั่นเอง

นอกเหนือจากรายงานเรื่องจอ OLED แล้ว Nikkei ได้ระบุว่า iPhone 8 จะมีการยกเครื่องกล้องดิจิทัลด้านหน้าขนานใหญ่ ด้วยการฝังเทคโนโลยีจดจำใบหน้าแบบ 3 มิติ (3D facial recognition) ซึ่งหากนำข้อมูลดังกล่าวไปประกอบกับกระแสข่าวที่ว่า iPhone 8 จะมีการตัดปุ่มโฮมออกไป ทำให้มีความเป็นเป็นไปได้ว่า เทคโนโลยีที่เพิ่มมานั้น จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปลดล็อคตัวเครื่อง และใช้เพื่อการยืนยันตัวตนในการทำธุรกรรมต่างๆ นั่นเอง

คอนเซ็ปท์ iPhone พร้อมแถบ Function Area

สำหรับ iPhone 8 ตามข้อมูลล่าสุดระบุว่า จะมาพร้อมกับหน้าจอแสดงผลแบบ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว แต่จะมีพื้นที่เหลือให้ใช้งานจริง 5.2 นิ้ว เนื่องจากต้องให้พื้นที่สำหรับแถบสัมผัส Function Area สำหรับควบคุมฟังก์ชันการทำงาน พร้อมทั้งฝังสแกนลายนิ้วมือเอาไว้ใต้หน้าจอ และฟีเจอร์การชาร์จแบบไร้สาย บนบอดี้แบบกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 ซึ่งสามารถกันน้ำได้ลึก 1.5 เมตร เป็นเวลา 30 นาที โดยคาดว่าจะมีราคาเปิดตัวอยู่ที่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 34,400 บาท

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลด้านต้นยังไม่ได้รับการยืนยันว่าเป็นเรื่องจริงหรือไม่ แต่หากพิจารณาจากเทรนด์มือถือจอไร้ขอบที่กำลังมาแรงในปีนี้ ไม่แน่ว่า iPhone 8 อาจเป็นหนึ่งในมือถือที่เลือกใช้ดีไซน์ดังกล่าวด้วยก็เป็นได้ คงต้องจับตามองดูกันดีๆ ครับ - PhoneArena

สรุปข่าวทั้งหมดพร้อมฟีเจอร์ใหม่ของ ไอโฟน 8 ก่อนงานเปิดตัวในเดือนกันยายนนี้

สำหรับใครที่ติดตามข่าวสาร iPhone มาโดยตลอด คงจะทราบกันดีว่าหลายสื่อคาดกันว่า ในปีนี้ จะมีการเปิดตัว iPhone ถึง 3 รุ่นด้วยกัน ซึ่งรุ่นที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในตอนนี้ นั่นก็คือ iPhone 8 หรือ iPhone Edition นั่นเอง เพราะถือว่า เป็นรุ่นที่พลิกโฉมทั้งในเรื่องของ ดีไซน์ และฟีเจอร์ต่าง ๆ แบบครั้งใหญ่ ที่เรียกได้ว่า อาจจะเป็นรุ่นที่หลาย ๆ คนรอคอยกันมานานมากที่สุดอีกด้วย

และที่ผ่านมา ข่าวลือเกี่ยวกับ iPhone 8 ก็มีอัปเดตกันทุกสัปดาห์ โดยทีมงาน techmoblog ได้รวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจ และความเป็นไปได้บน iPhone 8 มาสรุปให้อ่านกัน มาดูกันดีกว่าว่า ถ้าหาก iPhone 8 เปิดตัวในปีนี้ จะมีรูปลักษณ์เปลี่ยนไปอย่างไร และน่าสนใจมากแค่ไหน

1. หน้าจอขอบโค้งแบบ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว

ในช่วงหลาย ๆ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวลือว่า iPhone 8 จะเป็นไอโฟนรุ่นแรกที่มาพร้อมกับหน้าจอแบบ OLED ขนาด 5.8 นิ้ว และเป็นหน้าจอแบบเต็มขอบ อีกทั้งยังตัดปุ่ม Home ที่ถือว่า เป็นเอกลักษณ์ของ iPhone ออกไป

ซึ่งพื้นที่ของปุ่ม Home ที่ตัดออกไปนั้น จะเป็นส่วนของ Function Area หรือปุ่มควบคุมการใช้งานแบบเสมือน ที่นอกจากจะมีปุ่ม Home แล้ว อาจจะมีปุ่มเมนูลัดต่าง ๆ เพิ่มเข้ามา ทำให้หน้าจอขนาด 5.8 นิ้วบน iPhone 8 นั้น เหลือพื้นที่ใช้งานจริงเพียง 5.15 นิ้ว แต่ตัวเครื่อง จะมีขนาดเท่ากับ iPhone 7

 

2. บอดี้ตัวเครื่องระดับพรีเมียม ด้วยกรอบแบบสเตนเลส ครอบทับด้วยกระจก

สำหรับ iPhone 8 นั้น ว่ากันว่า จะเป็นรุ่นที่มีคุณสมบัติระดับพรีเมียม ไม่เพียงเฉพาะเรื่องของชิปเซ็ต และฟีเจอร์การใช้งานต่าง ๆ เท่านั้น แต่รวมถึงรูปลักษณ์ภายนอกด้วย คาดกันว่า น่าจะมาพร้อมกับบอดี้ที่แกร่งขึ้น ด้วยกรอบตัวเครื่องแบบสเตนเลส ครอบทับด้วยกระจกทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เรียกได้ว่า ย้อนยุคไปยังสมัย iPhone 4 กันเลยทีเดียว แต่ดีไซน์จะสวยงามกว่า และพรีเมียมกว่า

 

3. ระบบสแกนลายนิ้วมือ (Touch ID) บนหน้าจอ

ถ้าหากปุ่ม Home แบบ Physical ถูกตัดออกไป ฟีเจอร์ที่จะถูกตัดออกไปด้วย นั่นก็คือ Touch ID เนื่องจากฝังอยู่ในปุ่ม Home นั่นเอง แต่ก็ใช่ว่า Touch ID จะหายไปบน iPhone 8 เพราะมีความเป็นไปได้ที่ iPhone 8 จะเพิ่มฟีเจอร์การสแกนลายนิ้วมือบนหน้าจอเข้ามา ซึ่งก่อนหน้านั้น เคยมีข่าวว่า แอปเปิล กำลังพัฒนาระบบสแกนลายนิ้วมือแบบใหม่ และเป็นระบบที่ค่อนข้างซับซ้อน ทำให้อาจจะใช้เวลาในการพัฒนาค่อนข้างนาน แต่จะทันใช้บน iPhone 8 หรือไม่ ก็ต้องติดตามกัน

 

4. กันน้ำ กันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP68

สำหรับคุณสมบัติด้านการกันน้ำและกันฝุ่น เริ่มนำมาใช้กับสมาร์ทโฟนรุ่นเรือธงกันมากขึ้น เช่นเดียวกับ iPhone ที่เริ่มใช้คุณสมบัติดังกล่าวตั้งแต่ iPhone 7 และ iPhone 7 Plus โดยกันน้ำและกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP67 ทำให้คาดกันว่า บน iPhone 8 น่าจะมีคุณสมบัตินี้ด้วยเช่นกัน แต่ปรับปรุงเป็นมาตรฐาน IP68 แทน ซึ่งดีกว่ารุ่นก่อน ๆ

 

5. พอร์ต USB Type-C

ถ้าพูดถึงเรื่องพอร์ตการเชื่อมต่อ iPhone มักจะใช้พอร์ตการเชื่อมต่อที่ไม่เหมือนใครอยู่แล้ว จากพอร์ตแบบเดิม ๆ อย่าง 30-pin กลายมาเป็น Lightning แต่ในอนาคต มีความเป็นไปได้ที่ iPhone จะเปลียนไปใช้พอร์ต USB-C แล้ว ซึ่งตอนนี้ แอปเปิล ได้ใช้พอร์ต USB-C กับ MacBook Pro รุ่นปี 2016 และ iPhone ก็กำลังตามมาติด ๆ เช่นกัน โดยอาจจะเริ่มใช้กับ iPhone 8 เป็นรุ่นแรก

 

6. แบตเตอรี่ขนาดความจุมากขึ้น

ไม่ว่าจะเปิดตัว iPhone มากี่รุ่น สิ่งหนึ่งที่ผู้ใช้อยากให้ แอปเปิล ปรับปรุงมากที่สุด นั่นก็คือ แบตเตอรี่ เพราะ iPhone ความจุแบตเตอรี่ค่อนข้างน้อย ทำให้ผู้ใช้ส่วนใหญ่ มักจะเจอกับปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็ว และใช้งานได้ไม่เต็มวัน ซึ่ง iPhone 8 อาจจะมีการปรับเมนบอร์ดภายในใหม่ โดยปรับให้เมนบอร์ดมีขนาดที่เล็กลง เพื่อเพิ่มพื้นที่ให้กับแบตเตอรี่ สามารถใส่ความจุได้มากขึ้น ซึ่งตอนนี้ คาดกันว่า แบตเตอรี่บน iPhone 8 จะมีลักษณะเป็นรูปตัว L มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้สามารถใช้งานได้ยาวนานขึ้น

 

7. รองรับการชาร์จแบบไร้สาย

ถัดจากเรื่องของแบตเตอรี่ สิ่งที่ขาดไม่ได้ นั่นก็คือ ฟีเจอร์รองรับการชาร์จแบบไร้สาย ซึ่งพบบน มือถือ Android รุ่นเรือธง หลายรุ่นแล้ว แต่สำหรับ iPhone ยังไม่มีรุ่นใดที่รองรับฟีเจอร์ดังกล่าว ทำให้คาดกันว่า iPhone 8 อาจจะมีการเพิ่มฟีเจอร์ การชาร์จแบบไร้สาย เพิ่มเข้ามา

แต่ระบบการชาร์จแบบไร้สายบน iPhone 8 นั้น คาดว่า จะไม่ใช่การวางบนแท่นชาร์จเหมือน Apple Watch แต่จะเป็นการชาร์จแบบระยะไกล ซึ่ง แอปเปิล ได้เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์กับบริษัท Energous ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตตัวส่งสัญญาณการชาร์จไร้สายแบบระยะไกล และล่าสุด ก็ได้เปิดตัวชิ้นส่วนวงจรชาร์จแบบใหม่ และคาดว่า จะถูกนำไปใช้กับ iPhone 8 ด้วย

 

8. ทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 11

สำหรับเรื่องเวอร์ชันของระบบปฏิบัติการ iOS นั้น ถ้าหาก iPhone 8 เปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ตามการวิเคราะห์จากหลาย ๆ สื่อ ก็เป็นไปได้ที่จะทำงานบนระบบปฏิบัติการ iOS 11 ณ จุดนี้ไม่น่าพลิกโผ ซึ่งสิ่งที่น่าจับตามอง ก็คือ iOS 11 จะมีลูกเล่นใหม่ ๆ อะไรบ้าง

 

9. สรุปใช้ชื่ออะไรกันแน่ ระหว่าง iPhone 8, iPhone X และ iPhone Edition

โดยในตอนนี้ การใช้ชื่อ iPhone รุ่นครบรอบ 10 ปี แบ่งออกเป็น 3 กระแสด้วยกัน บ้างก็ว่าจะใช้ชื่อ iPhone 8 ส่วนอีกกระแสบอกว่า ใช้ชื่อ iPhone X ซึ่งตัวอักษร X เป็นอักษรโรมัน หมายถึง เลข 10 ซึ่งสอดคล้องกับ iPhone ครบรอบ 10 ปีนั่นเอง และกระแสล่าสุด เผยว่า น่าจะเป็นชื่อ iPhone Edition ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษ ฉลองครบรอบ 10 ปีเหมือนกัน โดยงานนี้ ยังไม่ฟันธงว่า แอปเปิล จะใช้ชื่อไหนกันแน่

 

10. ราคา iPhone 8 และวันเปิดตัว (ไม่เป็นทางการ)

ปกติ iPhone แต่ละรุ่นที่เปิดตัวในแต่ละปี ก็มีราคาที่สูงพอสมควรอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง iPhone 7 ราคาเปิดตัวในสหรัฐฯ​ เริ่มต้นที่ $649 (ราคาในไทย เริ่มต้นที่ 26,500 บาท) ส่วน iPhone 7 Plus แพงกว่า เริ่มต้นที่ $769 (ราคาในไทย เริ่มต้นที่ 31,500 บาท) ซึ่งถ้าเทียบกับ ราคา iPhone 6 กับ iPhone 6S ตอนเปิดตัว ก็เริ่มต้นที่ $649 เช่นกัน แต่ราคาเปิดตัวในไทยไม่เท่ากันทุกปี เนื่องจากความผันผวนของค่าเงิน ซึ่งถ้าหากในปีนี้ มีการเปิดตัว iPhone ทั้งหมด 3 รุ่น ตามที่ Ming-Chi Kuo นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งได้แก่ iPhone 7S, iPhone 7S Plus และ iPhone 8 (iPhone Edition) มั่นใจได้เลยว่า iPhone 7S จะยังคงราคาเดิมไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือ $649 (แต่ราคาในไทยจะเป็นเท่าไหร่ ต้องพิจารณากันที่ค่าเงินอีกที)

ส่วน iPhone 8 ซึ่งถือว่า เป็นรุ่นพรีเมียม นั่น คาดกันว่า น่าจะมีราคาเริ่มต้นสูงถึง $1,000 หรือราว ๆ 36,000 บาทเลยทีเดียว ซึ่งถือว่า เป็นราคาที่สูงมาก ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะ คุณสมบัติระดับพรีเมียมตามข้างต้นด้วยเช่นกัน ซึ่งบางที แอปเปิล อาจจะทำ iPhone 8 หรือ iPhone Edition เป็นรุ่นแบบ Limited Edition คล้ายกับ Apple Watch รุ่น Limited Edition ฉะนั้น การที่จะตั้งราคาไว้สูงถึง $1,000 ก็มีสิทธิ์เป็นไปได้เช่นกัน

 

 

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด