5 สิ่งที่ต้องทำเพื่อก้าวสู่ดิจิทัลเอสเอ็มอี

5 สิ่งที่ต้องทำเพื่อก้าวสู่ดิจิทัลเอสเอ็มอี
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

     การเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัลทำให้รูปแบบการค้าขายเปลี่ยนแปลงไป ผู้ขายสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้โดยตรง ผู้ซื้อก็สามารถเปรียบเทียบและตัดสินใจเลือกซื้อได้ด้วยปลายนิ้ว มีเพียงผู้ประกอบการที่เข้าใจและสามารถปรับตัวเพื่อใช้ประโยชน์จากไอทีเท่านั้น จึงจะสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอีที่มีเงินทุนและทรัพยากรจำกัด อย่างไรก็ตามไม่ใช่เรื่องยากถ้าเอสเอ็มอีรู้จักการใช้ประโยชน์จากไอทีมาช่วยในธุรกิจ เรามาดู 5  วิธีในการจัดการด้านไอทีและการเลือกใช้ซอฟแวร์อย่างได้ผล

     ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่ประสบปัญหาในการดำเนินธุรกิจ เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ฝืดเคือง ค่าใช้จ่ายทางธุรกิจเพิ่มขึ้น การขาดแคลนเงินทุนที่จำเป็นในการประกอบธุรกิจ รวมถึงคู่แข่งที่เพิ่มจำนวนมากขึ้น จึงต้องดิ้นรนทุกวิถีทางในการเอาตัวรอดในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่เอื้ออำนวย 

     ผลการศึกษาจากไอดีซีและเอสเอพีพบว่า เกือบ1 ใน 3 ของผู้นำธุรกิจเอสเอ็มอีในเอเชียแปซิฟิกเสียเวลาส่วนมากไปกับการบริหารจัดการ การปฎิบัติงานในแต่ละวัน แทนที่จะใช้เวลากับการวางแผนเพื่อการเติบโตทางธุรกิจ นอกจากนี้ยังพบว่า 55% ของผู้นำธุรกิจเอสเอ็มอีมองเห็นแนวโน้มที่ดีของธุรกิจจากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ในขณะที่ 47% เชื่อว่าการให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในยุคเศรษฐกิจดิจิทัลเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการอยู่รอดของธุรกิจ

     จากผลการวิจัยนี้ ธุรกิจเอสเอ็มอีจึงควรดำเนินธุรกิจโดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยไปพร้อม ๆ กับการขยายช่องทางซื้อขายทางออนไลน์มากขึ้น เพราะจะช่วยลดค่าใช้จ่าย ลดขั้นตอนการดำเนินธุรกิจ ซึ่งเทคโนโลยีจะมีส่วนช่วยในการผลักดันธุรกิจให้เติบโตขึ้น เพราะสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงตัวเองสู่ระบบดิจิทัลเป็นความจำเป็นต่อการอยู่รอดของแต่ละองค์กร

     ในการเปลี่ยนแปลงธุรกิจเอสเอ็มอีให้กลายเป็นองค์กรที่ทันสมัยอย่างแท้จริงได้นั้น มีสิ่งที่ต้องทำอยู่ 5 ประการ 

     1. การทำงานหลักแบบดิจิทัล เอสเอ็มอีสามารถดำเนินธุรกิจได้โดยอาศัยข้อมูลเชิงลึกของธุรกิจเพื่อคาดการณ์และพัฒนาการตัดสินใจ การเพิ่มผลผลิต และการเพิ่มกำไรได้แม่นยำมากยิ่งขึ้น 

     2. ประสบการณ์ที่ดีของลูกค้า การพัฒนาประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าผ่านการบริการช่องทางที่หลากหลายผ่านการผสมผสานการตลาด การขาย การให้บริการ และการค้า เชื่อมโดยงไว้ในระบบเดียวกัน 

     3. การมีส่วนร่วมของบุคลากร ทุกวันนี้ ผู้คนทำงานหนักขึ้น แต่ประสบความสำเร็จน้อยลง เนื่องมาจากความซับซ้อนภายในองค์กร เอสเอ็มอีจำเป็นต้องเพิ่มการมีส่วนร่วมของบุคลากรและมีการวิเคราะห์ที่ลึกขึ้น เพื่อช่วยค้นหาและรักษาบุคลากรที่ดีที่สุดให้อยู่กับองค์กรไปในระยะยาว

     4. เครือข่ายธุรกิจและการร่วมมือกับซัพพลายเออร์ การร่วมมือกันระหว่างตลาดต่าง ๆ คือกุญแจสำคัญสู่การสร้างมูลค่าให้กับองค์กร โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับเอสเอ็มอีที่กำลังก้าวสู่การเป็นสากลมากขึ้น 

     5. สินทรัพย์และอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต (IoT เอสเอ็มอีสามารถต่อยอดพัฒนาอุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อสร้างมูลค่าที่มากขึ้นให้แก่ลูกค้าได้ พร้อม ๆ ไปกับการพัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ และรูปแบบรายได้ใหม่ ผ่านการสร้างพันธมิตรรูปแบบต่าง ๆ ด้วยการใช้ดิจิทัลเข้ามาช่วยในการทำงานขั้นพื้นฐาน เอสเอ็มอีจะสามารถรองรับการพัฒนารูปแบบใหม่ ๆ ได้ดียิ่งขึ้น และสามารถกลายเป็นผู้นำในการใช้เทคโนโลยีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นได้เช่นกัน

     การปรับเปลี่ยนเอสเอ็มอี จากธุรกิจดั้งเดิมไปสู่ธุรกิจรูปแบบใหม่ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเหลือนั้นเป็นสิ่งสำคัญอย่างมาก ปัจจุบันนอกเหนือจากการผลักดันของภาคเอกชนแล้ว หน่วยงานภาครัฐ ทั้ง กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และสำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมซอฟแวร์แห่งชาติ  (SIPA)  ยังมีบทบาทสำคัญในการผลักดันและส่งเสริมให้เอสเอ็มอีก้าวสู่ดิจิทัล ผ่านศูนย์ให้ความช่วยเหลือ เช่น One Stop Service และการขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการ  ซึ่งจะช่วยให้เอสเอ็มอีมีโอกาสอยู่รอด และประสบความสำเร็จทางธุรกิจมากขึ้น



[Advertorial]

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด