ไมโครซอฟต์ เผย Data Culture เป็นรากฐานของความสำเร็จในปัจจุบัน

ไมโครซอฟต์ เผย Data Culture เป็นรากฐานของความสำเร็จในปัจจุบัน
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

    ทุกวันนี้ในเรื่องการคิดเรื่องข้อมูลทำให้สามารถนำมาใช้งานในการทำงานที่ง่ายมากขึ้น ซึ่ง Microsoft เองเห็นเรื่องของ data ที่มากและมีการปรับตัวอย่างไร

    โดย Microsoft เผยว่า ในการใช้งานตอนนี้ Microsoft มีการมองเห็นว่าการปรับตัวของเพื่อรับกับจำนวนข้อมูลที่มากมาย โดยการรวมรวม เพราะแค่การดู CCTV สามารถใช้ประเมินคะแนนแทนการกดปุ่มหน้า Counter ได้เช่นกัน

    แม้ว่าองค์กรนส่วนมากจะพร้อมกที่จะเดินหน้าสู่ Digital Transformation ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีเพราะสามารถรับรู้ลูกค้าและการเข้าถึงข้อมูล ในอัตราส่วนถึง 93 :83 กันเลยทีเดียว

    แต่ปัญหาส่วนมากจะเป็นเรื่องความมั่นใจว่าข้อมูลไม่รั่วไหล งบประมาณที่สมเหตุสมผล การเข้าถึงได้ด้วยผ่าน Mobile รวมทั้งคนที่ออกจากองค์กรแล้วจะไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ และสามารถใช้ data ร่วมกันไม่ได้แยกกันต่อไป เรียกได้ว่า Sale Marketing และ IT สามารถใช้งานข้อมูลร่วมกันได้

    SQL นั้นทำให้การใช้งานง่ายเพราะ เป็นการรวม BI (Business Intelligent) เข้ามา เท่ากับทำให้ผู้ใช้งานจะใช้งานได้ง่ายมากขึ้น ลดขั้นตอนและสามารถขอรายงานได้ง่าย อีกเหตุผลที่ง่าย คือ การจัดการข้อมูลในหลายรูปแบบ ซึ่งสามารถทำให้รายงานที่ออกมานั้น ออกมาได้แตกต่างกัน และการเข้าถึงข้อมูลที่ง่ายรวมใน Platform เดียวกัน ไม่ต้องสร้าง Database ซ้อนกันไปมา

   เท่ากับ SQL Server 2016 มันคือการรวมทุกความต้องการเกี่ยวกับองค์กร เพราะรวมทุกอย่างและเข้าใจผู้ใช้งานมากยิ่งขึ้น

   ความแตกต่างที่สุดของ SQL Server 2016 คือความสามารถที่จะลงทั้ง Server หรือจะเป็นแบบ Cloud ทำให้สามารถลงได้แค่ Software หรือจะผสมกันระหว่างข้อมูลเก็บบน Server ในบางส่วน แต่ต้องการเก็บบน Cloud ได้ทำให้ลดต้นทุนได้มากพอสมควร ทำให้ Digital Transformation ตอบโจทย์ได้ดียิ่งขึ้น

อีกองค์กรที่ใช้งาน SQL Server อยา่างจริงจัง คือ ปตท ที่นำไปใช้ในการปรับการใช้งานกับลูกค้าและสามารถปรับแต่งให้เหมาะสมกับการทำงานของลูกค้าอีกด้วย โดยเฉพาะ การเกิด PTT Bluecard

นอกจากนี้คุณเคียว โอฮิระ ประธานเจ้าหน้าบริหาร เพิอเพิล อนาลิทติกส์ ประเทศไทย, คุณอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ จาก ปตท มาแสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับ Power Of data

โดยคุณอรรถพล เผยว่า ปตท ได้มีการทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมัน ซึ่งจะต้องมีการมองถึงกลยุทธ์ไม่ได้ในแค่ในประเทศ ซึ่ง PTT เปลี่ยนตัวย่อให้เป็นความภาคภูมิใจของประเทศไทย ที่ไม่ได้มองแค่เรื่องของพลังงานในประเทศ

    ในยุคของข้อมูลที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงโลก ปตท ได้มองเห็นว่า เมื่อ 10 ปีมีน้ำมันออกมาและขายในสิ่งที่ผลิตได้(Supply Base) แต่สภาพสังคมและ Digital เข้ามา ทำให้ต้องเปลี่ยนเป็น ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง(Customer Base) ซึ่งต้องดูความต้องการสิ่งที่ลูกค้าต้องการ แทนซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ และมีการปรับเปลี่ยนวิถีการทำงาน, พนักงาน และการเข้าถึง Data Driven มากขึ้น จนทำให้เกิดวัฒนธรรมการใช้งาน data หรือ Data Culture

    และการปรับตัวนั้นด้วยความที่ข้อมูลออกมาที่หลากหลาย การทำแบบสอบถามอาจจะเป็นเรื่องยาก ลูกค้ามีความต้องการที่หลากหลายไม่เหมือนกัน และนำเสนอความเป็นตัวเอง ที่มาของข้อมูลเลยหลากหลาย การทำตลาดแบบ Mess Marketing ไม่สามารถทำได้อีกต่อไป การเปลี่ยนแปลงต้องแบ่งออกเป็นขั้นว่าลูกค้าแต่ละคนอยู่ในกลุ่มไหนแทนเป็นทางออกที่ดีที่สุด โดย การทำให้ลูกค้าอยู่ใน Brand ทำให้ถึงมากขึ้น ซึ่ง Data Platform ของ Microsoft ทำให้การวิเคราะห์ข้อมูลของบัตร PTT Bluecard ผ่านทั้ง การเติมน้ำมัน และการซื้อของใช้สิทธิพิเศษต่าง ๆ และมีบางคนหายไปเช่นจาก Café amazon ก็จะมีระบบตามหาลูกค้า สร้างความพึ่งพอใจและกลับมาใช้ถึง 40% เลยทีเดียว

    ส่วนบัตร Blue Card ก็จะใช้ได้กับ Product ที่หลากหลาย และออกมาเฉพาะคน เช่นบางคนใช้งานเติมน้ำมัน หรือ บางคนซื้อกาแฟอย่างเดียว ทำให้รู้ได้ว่าลูกค้าต้องการอะไรมากขึ้น และการสามารถส่งแคมเปญ หรือ สิ่งพิเศษให้มากขึ้น นั่นก็เป็นผลของข้อมูลที่มากขึ้นนั่นเอง

    นอกจากนั้นยังมีเรื่องของการทำ Smart Analytics ที่ช่วยทำให้เกิดการวิเคราะห์ข้อมูลและทำงานร่วมกับ Microsoft ที่จะทำให้ PTT เป็นบริษัทน้ำมันแรกที่ทำงานด้าน Digital อย่างจริงจัง

   ในขณะที่คุณ เคียว โอฮิระ ผู้บริหารจาก เพอเพิล อนาลทติกต์ เผยว่า เนื่องจากเขาอยู่ในวงการวิเคราะห์ข้อมูลมานาน ทำให้เห็นการเปลี่ยนแปลงมาเยอะมาก และเขาได้มองถึงเรื่อง 3 V ทั้ง ปริมาณที่มากขึ้น, มูลค่า, และความหลากหลายที่มากขึ้น ทำให้ต้องหาความแตกต่างข้อมูลที่ไม่เคยมีมาก่อนให้ได้

    นอกจากนี้ SQL Server สามารถให้การวิเคราะห์ข้อมูลทำได้รวดเร็ว และเป็นอีกนวัตกรรมที่รวบรวมการทำงาน และมีฟังก์ชั่น ปัญญาประดิษฐ์ วิเคราะห์ข้อมูล รวมถึงการเข้าจัดการได้อย่างง่ายดายตัวเดียวจบ

    จากที่เห็นนี้ทำให้รู้ว่าทุกอย่างตอนนี้ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล และการรับรู้ของ Data ทำได้เร็วขึ้น คำถามคือคุณพร้อมกับโลกแบบนี้หรือยังครับ