เตือนภัย!! สั่ง iPhone 5s ได้ กางเกงมา 1 ตัว

เตือนภัย!!  สั่ง iPhone 5s ได้ กางเกงมา 1 ตัว
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

        ยังคงมีข่าวออกมาให้เห็นเสมอสำหรับกรณีของกลโกงบนโลกออนไลน์ในการซื้อสินค้า ล่าสุดมีกระทู้บน Pantip ออกมาแฉว่าตนเองได้ทำการสั่งซื้อของโลกออนไลน์เป็น iPhone 5s แต่สิ่งที่ได้รับกลับกลายเป็นกางเกง 1 ตัวพร้อมทั้งต้องเสียเงินอีก 6,000 บาทให้กับมิจฉาชีพอีกด้วย

ข้อความจาก Pantip ที่คุณ สมาชิกหมายเลข 2718631 โพสข้อความเตือนภัยไว้ครับ


        "กระทู้นี้ ผมอยากเตือนภัย ของการสั่งซื้อของโลกออนไลน์นะครับ เรื่องราวนี้ เป็นเรื่องราวของลูก พี่ พยบ. แห่งหนึ่งนะครับ คือ น้อง อยากได้ iPhone 5s  ซึ่ง ก็หาซื้อมือ 2 เพราะมันไม่แพงมาก ซึ่งก็ด้วยความวัยรุ่น กับโลก โซเชียล จึงบังเกิดเรื่องราว มหากาพย์ ขึ้นมา เนื่องด้วย มีคน ( โจร ) โพสขาย i5s ในเว็บ ๆ นึง ในราคา 6,000 บาท"

        อย่างไรก็ตาม หลังจากโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป มีผู้คนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก หลายคนเอาใจช่วยให้จับคนร้ายได้โดยเร็ว คาดว่าน่าจะใช้เวลาไม่นานอีกทั้งยังมีการแชร์เบาะแสของเจ้าของร้านดังกล่าวที่หลอกขายสินค้าออกไปเป็น

        เห็นข่าวนี้แล้วก็ชักหนาว ๆ ดูเหมือนกรณีแบบนี้จะโดนกันบ่อยเหลือเกินครับ เอาเป็นมาดู 14 วิธีง่าย ๆ ในการซื้อของออนไลน์ให้ปลอดภัย


       1. หากเจอสินค้าที่ราคาถูกกว่าราคาท้องตลาดมากๆ จนผิดสังเกต ให้ตรวจสอบกับผู้ซื้อให้มั่นใจเสียก่อน อย่าเห็นแก่ของราคาถูกและรีบโอนเงินไปให้ก่อน เพราะผู้ร้ายมักตั้งราคาสินค้าให้ถูกกว่าท้องตลาด เพื่อโน้มน้าวให้คุณสนใจและซื้อ

       2. หลีกเลี่ยงการจ่ายเงินจำนวนมาก ๆ ให้กับคนที่เราไม่เคยซื้อของด้วยมาก่อน หากต้องการทำจริง ขอให้ไปเจอหน้า แล้วมอบเงินให้กันดีกว่า เนื่องจากส่วนใหญ่ ผู้ร้ายมักหลีกเลี่ยงการพบหน้ากันจริง ๆ จะมีเทคนิคการโน้มน้าวให้คุณโอนเงินไปให้ก่อนจึงควรระมัดระวัง

       3. เมื่อพบหน้าในกรณีที่ได้พบหน้ากันจริงให้ขอเอกสารยืนยันการซื้อ หรือติดต่อ เช่น สำเนาบัตรประชาชน หรือเอกสารยืนยันการซื้อสินค้า หรือขอถ่ายภาพของผู้ขายไว้

       4. ทดลองสั่งซื้อของจำนวนน้อย ๆ ก่อน เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ค้าคนนั้น ส่งของจริง และมีตัวตนจริงซึ่งในรายที่ต้องการคดโกงจะพยายามให้คุณสั่งของคราวละมาก ๆ ต้องระมัดระวัง

       5. อย่าไว้ใจแค่ social network ของผู้ขาย เพราะบางคนมีหลายบัญชีผู้ใช้ พยายามขอบัญชีผู้ใช้งานจริงที่ใช้ในการติดต่อ ทำให้สามารถตรวจสอบ กลุ่มเพื่อนหรือ ผู้ติดตาม และพฤติกรรมของการใช้งานจริงได้ โดยถ้าผู้ขายผ่าน social network มีความจริงใจต้องยินดีในการให้บัญชีผู้ใช้งานจริงนั้น

       6. ควรตรวจสอบว่า มีชื่อจริง นามสกุลจริง ของเจ้าของร้านแสดงอยู่หรือไม่ หากมีชื่อจริง หรือเลขบัญชีธนาคารที่ต้องโอนเงินชำระค่าสินค้าให้ ควรค้นหาตรวจสอบชื่อ นามสกุลใน Google เสียก่อนก่อนว่ามีประวัติอย่างไรมาบ้าง เพราะหากเป็นชื่อหรือบัญชีที่เคยคดโกงมาก่อน ก็อาจจะเจอคนอื่น ๆ แสดงความเห็นไว้ในที่อื่น ๆ เช่นกัน และหากเป็นบัญชีธนาคารในรูปแบบบริษัทหรือนิติบุคคล ก็จะมีความน่าเชื่อถือมากขึ้น

       7. ตรวจสอบชื่อเว็บไซต์ ว่าชื่อเว็บนี้ตั้งมานานแล้วหรือไม่ สำหรับ .com ตรวจสอบได้ที่ http://dawhois.com สำหรับชื่อเว็บที่ลงท้ายด้วย .th ตรวจสอบได้ที่ http://thnic.co.th/whois หากเว็บที่เปิดมานานแล้ว เกิน 6 เดือนขึ้นไป ก็จะมีความน่าเชื่อมากกว่าเว็บที่เพิ่งเปิดมาเพียงไม่กี่เดือน เพราะส่วนใหญ่เว็บที่หลอกลวงจะเปิดได้ในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น

       8. หากเป็นผู้ที่ขายกับผู้ให้บริการที่มีชื่อเสียงก็จะมีความน่าเชื่อถือระดับหนึ่ง เพราะผู้ให้บริการจะมีการตรวจสอบร้านค้ามาก่อน

       9. ตรวจสอบการพูดคุยและโต้ตอบกันก่อนหน้านี้ ของผู้ขายหรือเว็บนั้น ๆ เช่น ในเว็บบอร์ด หรือ social network ดูว่ามีคนเข้าไปเขียนตอบอะไรบ้าง หรือกระทู้ล่าสุดที่ตอบคือเมื่อไรเพราะหากคำถามถูกทิ้งไม่ได้ตอบไว้นานจะมี ความน่าเชื่อถือน้อยกว่า และต้องตรวจสอบว่ามีผู้เคยได้รับสินค้าแล้วหรือไม่ด้วย เพราะจะสามารถตรวจสอบตัวตนของเจ้าของนั้นได้ และควรระวังบัญชีผู้ใช้ ที่เพิ่งสร้างขึ้นมาใหม่

       10. ตรวจสอบดูความใหม่ของสินค้าหน้าเว็บไซต์ และการอัพเดทเว็บไซต์ หากเว็บไซต์มีการอัพเดทเป็นประจำ เช่นมีสินค้าใหม่ ๆ , มีการเปลี่ยนแปลงโปรโมชั่น การเปลี่ยนแปลงข่าวสารหน้าเว็บเป็นประจำ ก็แสดงให้เห็นว่าเจ้าของร้านดูแลหน้าเว็บไซต์เป็นประจำ ทำให้เรามั่นใจได้มากขึ้น

       11. ตรวจสอบดูว่ามีลูกค้าที่เคยซื้อสินค้ากับร้านนี้หรือไม่ ลองตรวจสอบทางเว็บบอร์ดของทางร้าน หากมีหรือลองอีเมล์ติดต่อไปหาคนที่เคยซื้อไป ว่าบริการของร้านค้าเป็นอย่างไรบ้าง เราจะได้มั่นใจมากขึ้น

       12. ตรวจสอบเบอร์ติดต่อของร้านค้าที่ หากมีเบอร์ที่เป็น 02 หรือ เบอร์บ้านจะมีความน่าเชื่อถือมากกว่า เพราะมีที่อยู่หลักแหล่งแน่นอน ในเว็บไซต์ควรมีที่อยู่ของธุรกิจแสดงอยู่ เพื่อบ่งบอกว่าร้านค้าหรือเจ้าของร้านอยู่ที่ไหน จะดีกว่าเว็บไซต์ที่ไม่แสดงข้อมูลที่อยู่จริง

       13. หากเว็บไซต์นั้น ๆ มีการจดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์ก็จะน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยตรวจสอบได้ที่ http://www.dbd.go.th/edirectory

       14. สำหรับการชำระเงินด้วยบัตรเครดิตหากร้าน ค้ารองรับถ้ามีปัญหา เราสามารถดึงเงินกลับได้เพราะเป็นชำระเงินแบบ "เครดิต" ซึ่งแตกต่างกับการจ่ายเงินสด หรือโอนเงิน เพราะหากจ่ายไปแล้ว แล้วผู้ขายเบิกเงินไป ก็ยากที่จะไปเอาเงินคืน


       หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้ที่ www.ThaiECommerce.org   ขอบคุณที่มาของข้อมูล: money.sanook.com/76411

    

ขอบคุณที่มา:   pantip.com/topic/34791019

ติดตามSanook! Hitech

ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด