[รีวิว] ZTE Axon มือถือเรือธงกับทุกสิ่งแปลกใหม่ที่ต้องร้องว้าว ในงบหมื่น 7

[รีวิว] ZTE Axon มือถือเรือธงกับทุกสิ่งแปลกใหม่ที่ต้องร้องว้าว ในงบหมื่น 7
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

    หลายคนอาจจะได้ยินชื่อมือถือยี่ห้อ ZTE มาสักพักหนึ่ง แม้อาจจะยังไม่ดังเท่ากับ Brand จีนอื่นที่มาเปิดตัวในประเทศไทย แต่หลายคนจะคุ้นเคยกับการทำมือถือ OEM ให้กับผู้ให้บริการ แต่ล่าสุด ZTE เปิดตัว ZTE AXON ซึ่งเป็นมือถือระดับ ท็อปของค่ายนี้ ซึ่งจะช้าอยู่ทำไม มารีวิวกันเลยดีกว่า ว่ารุ่นท็อปตัวนี้จะน่าสนใจหรือไม่

รายละเอียดของ ZTE AXON

- ขนาดตัวเครื่อง 154.5 x 75.3 x 9.7 มม.

- สีตัวเครื่อง หน้าสีดำ หลังมีให้เลือกได้แก่ สีทอง, เงิน, ดำ

- น้ำหนัก 168 กรัม

- CPU Qualcomm Snapdragon 810 Octa Core 2.0GHz

- GPU Adreno 430

- RAM 3GB

- ความจุในตัว 32GB

- เพิ่มได้ด้วย Micro SD 128GB

- 3G 850 / 900 / 1900 / 2100  HSDPA 42.2 Mbps

- 4G LTE band 1(2100), 3(1800), 7(2600), 38(2600), 39(1900), 40(2300), 41(2500) Cat 4 150/50

- WiFi 802.11 b/g/n/ac, Bluetooth V4.1

- หน้าจอ 5.5  นิ้ว IPS LCD ความละเอียด 1920x1080

- กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล | กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล, Auto Focus + LED Flash

- แบตเตอรี่ 3000 mAh

- ระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2

รูปร่าง

    ด้านหน้าของ ZTE AXON เป็นมือถือขนาดใหญ่พอสมควร มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5.5 นิ้ว IPS LCD ที่สูงแสงได้อย่างดี พร้อมกับความละเอียดหน้าจอ Full HD (1920x1080)

    ส่วนบนมีกล้องหน้าขนาด 8 ล้านพิกเซล พร้อมกับหูฟังที่อยู่ด้านบน การตกแต่งดูสวยงามและมีเอกลักษณ์

    ส่วนล่างมีปุ่มกด สไตล์ ZTE ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบได้ พร้อมกับลำโพงของเครื่องที่อยู่ด้านหน้า

    ด้านข้างซ้าย เป็นการผสมระหว่างอะลุมิเนียมและพลาสติก มีปุ่มปรับระดับเสียง พร้อมกับช่องใส่ซิมที่สามารถใสได้ทั้ง Nano SIM ทั้ง 2 ช่อง หรือ Micro SD ช่องด้านนอก

ด้านข้างขวา มีปุ่ม Power มีปุ่มที่แข็งแรง

    ด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง 3.5 มิลลิเมตร พร้อมกับไมโครโฟนตัวที่ 2

    ด้านล่างมีช่องเสียบ Micro USB และไมโครโฟนสนทนา

    ด้านหลังมีกล้องหลังคู่ ประกอบด้วยกล้องบนความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล และกล้องด้านล่างความละเอียด 13 ล้านพิกเซล

    พร้อมกับ Auto Focus และ LED Flash แบบคู่ ด้านล่างมีระบบสแกนลายนิ้วมือ พร้อมกับชิ้นส่วนพลาสติกที่ดูเหมือนหนังและแข็งแรง

    แต่แกนกลางนั้นเป็นโลหะอยู่ตรงกลาง เรียกว่าทำให้มันดูดีและหรูหรามากขึ้น อย่างไรก็ตาม บางส่วนที่ยังต้องปรับปรุงเนื่องจากส่วนกลางอาจจะยังจับไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เนื่องจากลื่นบ้าง แต่เมื่อรวมกับสีทอง Ion Gold เลยทำให้ดูดีขึ้นพอสมควร

ประสิทธิภาพของ ZTE AXON


    จากที่ได้ลองวัดประสิทธิภาพกับหลายโปรแกรมทดสอบพบว่า Antutu ทำได้ที่ 54,832 Nenamark 2 60.1 FPS รองรับมัลติทัชสูงสุด 10 จุด เห็นเท่านี้เรียกได้ว่ามันแรงจริง ๆ ต้องขอบคุณ Snapdragon 810 และ RAM 3GB จริง ๆ แต่ระหว่างการใช้งานเครื่องก็มีความร้อนอยู่พอสมควร

    แม้ว่าจะใส่ระบบระบายความร้อนออกมาก็ตาม แต่ภาพรวมความลื่นไหล OK และไวตอบสนองดีใช้ได้ และลุ้นว่าจะได้อัพเกรดเป็น Android เวอร์ชั่นใหม่กว่านี้หรือไม่

    แบตเตอรี่ขนาด 3000 mAh ที่อยู่ในตัว ZTE Axon แม้จะดูใหญ่ก็จริง แต่ด้วยขุมพลังที่ซดมากเกินเหตุทำให้สามารถใช้งานด้วยการเล่นเกมจะอยู่ได้ประมาณ 4 ชั่วโมงนิด ๆ เท่านั้น แต่อย่างน้อยมีระบบจัดการพลังงานให้เพียบตั้งแต่การปรับความเร็วของ CPU การปรับการทำงานบางอย่างให้เครื่องอยู่ได้นานมากขึ้น

คุณสมบัติลูกเล่นที่น่าสนใจ


    ZTE AXON แม้จะใช้ระบบปฏิบัติการ Android 5.0.2 ก็จริง แต่มีการครอบด้วย Mifavor UI เวอร์ชั่น 3.2 มีจุดเด่นในเรื่องการตั้งค่าที่ง่ายและใช้งานไม่ยากนัก บางทีดูไปแล้วก็ไม่ได้แตกต่างจากเพื่อนร่วมชาติสักเท่าไหร่ แต่ Notification สามารถปรับแต่งได้มากกว่าที่คิด พร้อมกับมีปุ่มชื่อว่า Mi POP ที่สามารถตั้งค่าให้กดได้ง่ายอีกด้วย

    นอกจากนี้สามารถเปลี่ยนสีหรือรูปภาพของหน้า Lock Screen ได้ง่ายเพียงแค่เลื่อนเท่านั้น

     จุดเด่นสำคัญของ ZTE AXON นั้นอยู่ในเรื่องระบบการปลดล็อคเครื่องที่ปลอดภัยมากอีกรุ่นหนึ่งในตลาด โดยมีทั้งระบบสแกนลายนิ้วมือ (อยู่ด้านหลัง) สแกนเสียง เพื่อปลดล็อค เพียงพูดคำว่า Open The Door และเด็ดสุดกับระบบสแกนม่านตา หรือเรียกว่า Sky Eye ความจริงไม่ได้เป็นระบบสแกนม่านตา

    แต่เป็นการให้กล้องจับโครงหน้าว่า ส่วนบริเวณตานั้นเหมือนกับต้นฉบับหรือไม่ จากที่ได้ลองนั้นพบว่า ระบบสแกนลายนิ้วมือนั้นใช้ได้จริงที่สุด แต่ระบบอื่น ๆ เหมือนเป็นแค่สีสันธรรมดาเท่านั้นเอง

     เรื่องความบันเทิงและเครื่องมือ ZTE AXON ให้มาเต็มที่ ในเรื่องของเพลง มีระบบ Dolby Audio มาให้ ปรับแต่งเสียงได้มากพอสมควร แต่รู้สึกว่าจะต้องได้หูฟังที่ดีสักหน่อย น่าเสียดายที่ไม่มี FM Radio และเครื่องมือมีทั้ง Mi Assistant ที่สามารถดูแลทั้งความปลอดภัยและสแกนขยะออกจากเครื่องได้ นอกนั้นมีไฟฉาย ปฏิทิน เครื่องคิดเลข และเครื่องอัดเสียงให้ครบถ้วน

     กล้องหลังของ ZTE AXON ให้กล้องคู่มาโดยความละเอียดกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล และกล้องด้านบนความละเอียด 2.1 ล้านพิกเซล มีจุดเด่นที่ลูกเล่นมากมายตั้งแต่การทำ BOKEH ได้ระดับ โฟกัส 1.0

    นอกจากนี้ยังสามารถถ่ายภาพใน Mode Manual Mode พร้อมกับ Sport Mode และสามารถถ่ายภาพ Multi Exposure เพื่อให้ภาพสว่างขึ้นอีกด้วย การถ่ายวีดีโอทำได้ความละเอียดสูงสุด 4K

     กล้องหน้าของ ZTE AXON นั้นให้ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มาพร้อมกับ Beauty Mode สามารถตั้งเวลาถ่ายภาพ รวมถึง Smile Capture ยังคงมีให้เหมือนเดิม

(ตัวอย่างภาพถ่ายจาก ZTE AXON)

สรุปในภาพรวมของ ZTE AXON

     เป็นมือถือเรือธงของค่ายที่เน้นเรื่องกล้องและระบบความปลอดภัยที่มาก มีทั้งระบบสแกนเสียง, สแกนม่านตา(โครงหน้า) และระบบ สแกนลายนิ้วมือ ถือว่าตอบโจทย์ในเรื่องความปลอดภัย แต่สิ่งที่ยังต้องติคงมีอยู่ทั้งระบบสแกนม่านตาที่ยังไม่แม่นยำ รวมถึงหน้าจอความละเอียดเพียงแค่ Full HD เท่านั้น

     และราคาของเครื่องอยู่ที่ 17,900 บาท เป็นราคาที่เรียกแขกพอสมควร มีถึงกับแพงมากแต่ได้ทุกอย่างครบ แต่ถ้าจ่ายเงินมากกว่านี้ก็จะได้อีกที่มากกว่า และอย่าลืมว่า ZTE Axon ได้ขุมพลังแรงระดับต้น ๆ ถ้าไม่ซีเรียดเรื่องหน้าจอต้องคม แต่เน้นเทคโนโลยีที่เยอะเต็มเครื่องในราคาไม่ถึง 2 หมื่น นี่ก็จะเป็นคำตอบให้คุณได้เลือกไม่ยากนักหรอกครับ

ข้อดี

- วัสดุภาพรวมหรูหราจับถนัดมือ

- รองรับ 4G ทั้ง 2 Sim

- ประสิทธิภาพจัดว่าแรง

- กล้องลูกเล่นเยอะมาก

- ระบบความปลอดภัยเยอะและแน่นหนา

ข้อควรปรับปรุง

- หน้าจอยังไม่คมสู้คู่แข่ง

- ระบบ Sky Eye ยังไม่แม่นยำเท่าที่ควร

- ไม่มี FM Radio

- ยังคงให้ Android 5.0.2 มาเท่านั้น



เรื่องล่าสุดของหมวด Review and Spec

ดูหมวด Review and Spec ทั้งหมด