มีเงิน 5,000 บาท สามารถซื้อมือถือดีๆ รุ่นไหนได้บ้าง?

มีเงิน  5,000 บาท สามารถซื้อมือถือดีๆ รุ่นไหนได้บ้าง?
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

แนะนำมือถือน่าสนใจที่มีราคาไม่เกิน 5,000 บาท เหมาะสำหรับใช้เป็นเครื่องสำรอง

กลับมาอีกครั้งกับการรวบรวมรายชื่อของมือถือรุ่นต่างๆ ที่มีราคาไม่เกิน 5,000 บาท และได้รับความนิยมในตลาดซึ่งจะเห็นได้ว่าในตอนนี้นั้นในตลาดมีหลายรุ่น หลายยี่ห้อให้เราได้เลือกซื้อมาใช้งานมากมาย

ดังนั้นวันนี้ทางทีมงาน Sanook! Hitech จึงขอสรุปรายชื่อมือถือทั้ง 10 รุ่นมาให้ได้อัพเดทกัน มาดูกันครับมีรุ่นไหนเด่นบ้าง ณ ตอนนี้


1. i-mobile IQ 2 ราคา 4,444 บาท

    น้องใหม่พึ่งเปิดตัวสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อวานนี้ เนื่องจากเข้าโครงการ Android One และได้ใช้ CPU Quadcore 1.2GHz รองรับ 4G และได้อัพเกรดพร้อมกับการันตีด้าน Hardware จาก Google ที่จริงตัวนี้ถ้าคิดจะใช้เป็นเครื่องหลังก็สามารถทำได้แบบแนบเนียนอีกด้วย


จุดเด่นของ android one นอกจากเรื่องการดูแลเรื่องการอัพเกรด Android OS ต่อเนื่องถึง 2 ปีแล้ว ยังมีเรื่องของ Apps บริการต่าง ๆ ของ Google มาให้เต็มเครื่องชนิดว่าไม่ต้องโหลดอะไรเพิ่มเติมมากนัก  และ Hardware ที่ได้รับประกันจาก Google ทำให้คุณมั่นใจว่ามันจะต้องดีใช้ได้อย่างที่สุด

ลักษณะเด่นประจำรุ่น

  • จอแสดงผลแบบ IPS on-cell ความละเอียด 1280x720 Pixels (HD : กว้าง 5 นิ้ว)
  • รองรับการใช้งาน 2 ซิมการ์ดพร้อมกันภายในเครื่องเดียว (Dual SIM)
  • ประมวลผลการทำงานด้วย Quadcore 1.2 GHz Snapdragon MSM8916 ความเร็วในการประมวลผล 1 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.1 (Lollipop)
  • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
  • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels
  • แบตเตอรี่ ลิเธี่ยมไอออน 2500 mAh.

    2. Samsung Galaxy V Plus ราคา 2,690 บาท และ Samsung Galaxy J1 ราคา 3,250  บาท

        คู่หูความคุ้ม โดย Galaxy V Plus เป็นมือถือที่ราคาถูกสุดของ Samsung แต่ได้ฟังก์ชั่นที่เน้นใช้งานทั่วไป แก้ขัดยามมือถือเครื่องหลักแบตฯหมด ถ้ามันเล็กและถูกไปต้องการเพิ่มความสามารถ Galaxy J1 จะตอบโจทย์นี้ ด้วยกล้อง 5 ล้านพิกเซลพร้อม Auto Focus และกล้องหน้า 2.1 ล้านพิกเซลและได้เทคโนโลยีอย่าง Palm Selfie เพิ่มความสะดวกไปอีกแบบ


    Samsung Galaxy V Plus

    ลักษณะเด่นประจำรุ่น Samsung Galaxy V Plus

    • จอแสดงผลแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 800x480 Pixels (WVGA : กว้าง 4.0 นิ้ว : 233 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-400 MP
    • ประมวลผลการทำงานด้วย Dual-Core ARM Cortex-A7 Processor ความเร็วในการประมวลผล 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.4 (KitKat)
    • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 4 GB และ RAM ขนาด 512 MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 64 GB
    • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
    • กล้องดิจิทัลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 3.0 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิทัลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ VGA

    ลักษณะเด่นประจำรุ่น Samsung Galaxy J1

    • จอแสดงผลแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 800x480 Pixels (WVGA : กว้าง 4.3 นิ้ว : 217 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-400 MP
    • ประมวลผลการทำงานด้วย Dual-Core ARM Cortex-A7 Processor (ชิปเซ็ต Spreadtrum) ความเร็วในการประมวลผล 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.4 (KitKat)
    • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 4 GB และ RAM ขนาด 512 MB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 128 GB
    • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
    • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels

    3.  True Lenovo 4G LTE 5.0  ราคา 4590  บาท

        อีกรุ่นที่คุ้มด้วยความที่ขายคู่กับโปรฯของผู้ให้บริการอย่าง Truemove H จึงไม่ต้องถามว่าทำไมถึงคุ้มค่า อย่างไรก็ดีรุ่นนี้จะมีข้อเสียถ้าคิดจะนำมาเป็นเครื่องหลักคือความจำในตัวน้อยไป แต่ถ้าใช้สำรองนี่คือมือถือ 4G ที่อยู่เป็นดาวที่เอื้อมมือง่ายที่สุด

    ลักษณะเด่นประจำรุ่น

    • จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280x720 Pixels (HD 720p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 294 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 306
    • ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core ARM Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต 64-bit Qualcomm MSM8916 Snapdragon 410) ความเร็วในการประมวลผล 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.4 (KitKat)
    • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 8 GB และ RAM ขนาด 1 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 32 GB
    • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat4, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
    • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels

    4.  Microsoft Lumia 540 Dual SIM ราคา 4,550  บาท

        สำหรับ Windows Phone ที่คุ้มค่าเงินที่สุดตอนนี้คงจะต้องเป็น Microsoft Lumia 540 Dual Sim เพราะราคาแค่นี้คุณได้เครื่องที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Phone และอัพเกรดได้ สำหรับคนที่อยากลองใช้และไม่คิดว่า Windows Phone จะมาเป็นเครื่องหลัง ตัวนี้คุ้มค่าอยู่และได้ความแปลกใหม่อีกด้วย

    ลักษณะเด่นประจำรุ่น

    • จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280x720 Pixels (HD 720p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 294 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 302
    • ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core ARM Cortex-A7 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm Snapdragon 200) ความเร็วในการประมวลผล 1.2 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Microsoft Windows Phone 8.1 (Lumia Denim)
    • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 8 GB และหน่วยความจำ RAM ขนาด 1 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card ได้สูงสุดขนาด 128 GB
    • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
    • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels

    5.  HTC Desire 526G Dual SIM ราคา 4,590  บาท

        แม้ว่ารุ่นท็อปของ Brand นี้จะไม่คุ้มค่าสักเท่าไหร่ แต่รุ่นเริ่มต้นอย่าง Desire 526G ถือว่าคุ้มค่าเพราะ ROM ที่ HTC ใช้ผสมระหว่างความเรียบง่ายและก็ลื่นไหล เข้ากับตัวเครื่อง ทำให้คนที่มองหาเครื่องสำรองใช้งานไม่ต้องเรียนรู้มาก และที่สำคัญคือ เป็นอีกรุ่นที่ราคาไม่สูงเกินไป

    ลักษณะเด่นประจำรุ่น

    • จอแสดงผลแบบ TFT LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 960x540 Pixels (qHD : กว้าง 4.7 นิ้ว : 234 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-400 MP2
    • ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core ARM Cortex-A7 Processor (ชิปเซ็ต MediaTek MT6582) ความเร็วในการประมวลผล 1.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.2 (KitKat)
    • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 8 GB และ RAM ขนาด 1 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 32 GB
    • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
    • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels

    6.  Alcatel OneTouch Flash Plus ราคา 4,690  บาท

        ปฏิเสธไม่ลงเพราะสำหรับอดีตมือถือจากฝรั่งเศสที่ทำมือถือออกมาได้จอใหญ่ขนาด 5.5 นิ้วพร้อมกับขุมพลัง Octa Core ทำให้มีความคุ้มค่าในราคาของมันไม่น้อยเลยทีเดียว

    ลักษณะเด่นประจำรุ่น

    • จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280x720 Pixels (HD 720p : กว้าง 5.5 นิ้ว : 267 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-T760 MP2
    • ประมวลผลการทำงานด้วย Octa-Core ARM Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต 64-bit MediaTek MT6752) ความเร็วในการประมวลผล 1.5 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.4 (KitKat)
    • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB และ RAM ขนาด 2 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 32 GB
    • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat4, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
    • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels

    7.  OPPO Yoyo  ราคา 4,950 บาท

        รุ่นนี้แม้ออกมาสักพักใหญ่ แต่ก็ยังคงฮิตในกลุ่มของคนงบน้อยและคนหาเครื่องสำรองเพราะเล็กน่ารักและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากอีกรุ่นหนึ่ง

    ลักษณะเด่นประจำรุ่น

    • จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 960x540 Pixels (qHD : กว้าง 4.7 นิ้ว : 240 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟฟิคโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-400MP
    • ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core Cortex-A7 Processor (ชิปเซ็ต MT6582) ความเร็วในการประมวลผล 1.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Color OS (มีพื้นฐานอยู่บนระบบปฏิบัติการ Android 4.2.2 Jelly Bean)
    • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 4 GB และ RAM ขนาด 1 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 32 GB
    • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth และฟังก์ชัน HotKnot
    • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 2 ล้าน Pixels

    8.  Wiko RIDGE ราคา 4,990  บาท

        เป็นเครื่องที่บางเบาสเปคแรง ด้วยขุมพลัง octacore เรียกได้ว่าเป็นเครื่องสำรองก็ได้หลักก็ดี แต่ไม่มี 4g เท่านั้นเอง

    ลักษณะเด่นประจำรุ่น

    • จอแสดงผลแบบ IPS LCD Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280x720 Pixels (HD 720p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 295 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Mali-450 MP
    • ประมวลผลการทำงานด้วย Octa-Core ARM Cortex-A7 Processor (ชิปเซ็ต MediaTek MT6592) ความเร็วในการประมวลผล 1.4 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 4.4.2 (KitKat)
    • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 16 GB และ RAM ขนาด 2 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 64 GB
    • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, HSPA+, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
    • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 13 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels

    9. LG Leon ราคา 3,990  บาท

        อีกเครื่องที่ราคาถูก และต้องยอมรับว่า LG ให้อะไรแบบจัดหนักตั้งแต่ ได้ใช้ Android 5.0 Lollipop มาตั้งแต่เปิดเครื่อง ได้ปุ่ม Rear Key เหมือนตัวท็อป ตัวเครื่องก็จับง่ายเหมือนตัวท็อป ขนาดพกพาง่าย เสียแค่ไม่มี 4G แต่ถ้าใช้สำรองตัวนี้ก็ตอบโจทย์เพราะความทนทานของแบตเตอร์รี่นั่นเอง

    ลักษณะเด่นประจำรุ่น

    • จอแสดงผลแบบ IPS LCD (In-Cell-Touch) Capacitive Touchscreen 16,700,000 สี ความละเอียด 1280x720 Pixels (HD 720p : กว้าง 5.0 นิ้ว : 294 ppi) พร้อมหน่วยประมวลผลภาพกราฟิกโดยเฉพาะ (GPU : Graphics Processing Unit) แบบ Adreno 306
    • ประมวลผลการทำงานด้วย Quad-Core ARM Cortex-A53 Processor (ชิปเซ็ต Qualcomm MSM8916 Snapdragon 410) ความเร็วในการประมวลผล 1.3 GHz พร้อมระบบปฏิบัติการ Android OS เวอร์ชัน 5.0.1 (Lollipop)
    • หน่วยความจำภายในสำหรับเก็บบันทึกข้อมูลขนาด 8 GB และ RAM ขนาด 1 GB พร้อมรองรับการ์ดหน่วยความจำเสริมภายนอกแบบ microSD Card (TransFlash) ได้สูงสุดขนาด 32 GB
    • เชื่อมต่อ HTML Browser ผ่านระบบ WiFi, LTE Cat4, HSPA, EDGE หรือ GPRS พร้อมการเชื่อมต่อข้อมูลแบบไร้สายผ่าน Bluetooth
    • กล้องดิจิตอลตัวหลักที่ด้านหลังของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 8 ล้าน Pixels พร้อมกล้องดิจิตอลขนาดเล็กที่ด้านหน้าของตัวเครื่อง ความละเอียดระดับ 5 ล้าน Pixels

    10. DOOGEE Turbo Mini F1 ราคา 3,990 บาท

        รุ่นนี้คงไม่ต้องปปฏิเสธความคุ้ม เพราะเห็นราคาเท่านี้ คุณได้ CPU MediaTEK ระดับมือถือรุ่นกลางและราคาแพงกว่ามันพอสมควร เล่นเกมลื่นไหล พร้อมรองรับ 4G อีกด้วย ถ้าจะมองว่าข้อเสียของรุ่นนี้มีเพียงความจำในตัวน้อยเกินไปเท่านั้นเอง

          เป็นไงกันบ้างครับสำหรับสมาร์ทโฟน ทั้ง 10 รุ่นราคาไม่ถึงห้าพันที่เรานำมาแนะนำกันในวันนี้ สำหรับท่านใดที่สนใจ ก็สามารถมาจับจอง และเป็นเจ้าของกันได้ครับ

    สนับสนุนที่มาของเนื้อหา: thaimobilecenter.com

    ติดตามSanook! Hitech

    ครบเครื่องเรื่องมือถือ พร้อมอัปเดตทุกเทรนด์ไอที ที่คุณจะไม่พลาด