ระวัง! แบตเตอรี่เสื่อม เสี่ยงต่อสุขภาพ

ระวัง! แบตเตอรี่เสื่อม เสี่ยงต่อสุขภาพ
S! Hitech

สนับสนุนเนื้อหา

 ระวัง! แบตเตอรี่เสื่อม เสี่ยงต่อสุขภาพ

สนับสนุนเนื้อหา: www.it24hrs.com

การใช้เทคโนโลยีในปัจจุบันนอกจากจะตอบสนองต่อความเร่งรีบในชีวิตประจำวันแล้ว ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้กับการเสี่ยงอันตรายที่เกิดขึ้นต่อสุขภาพ เพราะไม่ว่าการใช้มือถือ แท็บเล็ต โน็ตบุ๊ค ผู้ใช้งานก็ยังมีความจำเป็นที่จะต้องใช้พลังงานจากแบตเตอรี่ ซึ่งเจ้าแบตเตอรี่นี่แหละเป็นอันตรายอย่างมากต่อผู้ใช้งาน หากตัวแบตไม่อยู่ในสภาพที่ปกติ หรือมีอาการแบตเสื่อมนั่นเอง แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่าแบตเตอรี่ในอุปกรณ์ที่เราใช้นี้อยู่ไม่ได้กำลังทำลายสุขภาพที่ดีของเรา?

น.พ. สิทธา ลิขิตนุกูล (หมอกอล์ฟ)
แพทย์เวชปฎิบัติศูนย์บริการสาธารณสุข14

น.พ. สิทธา ลิขิตนุกูล หรือหมอกอล์ฟ แพทย์เวชปฎิบัติศูนย์บริการสาธารณสุข14 ได้ให้คำแนะนำว่าผู้ใช้งานจะต้องเป็นผู้หมั่นคอยตรวจสอบอุปกรณ์ในมือด้วยตนเอง เพื่อเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อต่อสุขภาพ โดยมีวิธีตรวจสอบเบื้องต้นดังนี้

1. อุปกรณ์ไม่สามารถชาร์ตไฟได้เต็ม

2. เมื่อชาร์ตแบตเตอรี่ไปได้ไม่นาน แล้วเกิดอาการร้อนที่ผิดปกติ

3. เมื่อนำแบตเตอรี่มาทดลองหมุนบนพื้นโต๊ะ แล้วสามารถหมุนได้แสดงว่าแบตเกิดอาการบวม นูน เป็นที่ชัดเจนเลยว่าแบตเสื่อมแล้ว

4. หากแบตเตอรี่บวมแล้วมีน้ำซึมออกมา หรือมีสนิมสารเคมีมาเกาะ แสดงว่าแบตเสื่อมจนไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ให้รีบก็เปลี่ยนแบตเตอรี่ทันที


คุณหมอกอล์ฟยังบอกอีกว่า เพราะว่าในแบตเตอรี่ มีสารเคมีมากมายเป็นส่วนประกอบ หากมันไม่อยู่ในสภาพที่ใช้งานได้อย่างปรกติ เราอาจจะเสี่ยงต่อพิษของสารเคมีต่างๆได้ดังนี้

1. แคดเมียม ซึ่งหากสะสมในร่างกายในปริมาณถึงระดับหนึ่งก็จะก่อให้เกิดโรคไตวายได้ และเป็นสารที่ก่อให้เกิดมะเร็งโดยการสูดดม

2. ตะกั่ว เป็นสารก่อมะเร็ง และมีผลต่อระบบประสาทส่วนกลางระบบย่อยอาหาร ไต โลหิต หัวใจ การพัฒนาของทารกในครรภ์

3. ลิเธียม ก่อให้เกิดการการระเคืองต่อจมูก ลำคอ ทำให้หายใจติดขัดถ้ากลืนกินเข้าไปจะมีฤทธิ์ กัดกร่อนทำให้เกิดอาการ เจ็บคอ ปวดท้องและอาเจียนได้ ถ้าเข้าตาจะทำให้เกิดการระคายเคืองและอาจทำให้ตาบอด

4. ทองแดง ทำให้เกิดการระคายเคืองต่อระบบหายใจ และเป็นอันตรายหากกลืนกิน

5. นิเกิล เป็นสารก่อมะเร็ง เมื่อหายใจเข้าไปอาจทำให้เกิดอาการหอบหืด หลอดลมอักเสบ หายใจติดขัดและทำให้ผิวหนัง อักเสบ และถ้ากลืนหรือกินเข้าไปอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ซึ่งการตรวจหาสารพิษต่างๆในร่างกาย สามารถตรวจได้ตั้งแต่การตรวจร่างกายภายนอก จนถึงการตรวจหาสารพิษทางโลหิตวิทยา แต่ทางที่ดีผู้ใช้งานก็ควรใช้อุปกรณ์ในมืออย่างระมัดระวัง นอกจากสามารถอำนวยความสะดวกได้แล้ว ก็ต้องมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆกัน อย่าให้ถึงขนาดใช้ไปป่วยไป หรือใช้เทคโนโลยีแล้วต้องใช้เงินเพิ่มเติมในการรักษาตัวเอง