Castlevania: Lords of Shadow (Xbox360,PS3) ปราสาทไฮเดฟฯ
Castlevania: Lords of Shadow (Xbox360,PS3) ปราสาทไฮเดฟฯ
มากับกระแส reboot อีกเกมหนึ่ง หรือเกมในยุคหน้าจะเป็นยุค "สูงสุดคืนสู่สามัญ"
หรือจะเป็นยุค "หากินกับของเก่า" กันแน่...
Castlevania: Lords of Shadow
การเริ่มต้นใหม่อย่างองอาจของซีรีย์[อะคุมะโจวดราคิวร่า] ที่อาจจะไม่มีท่านเคาน์ค้างคาวให้เฆี่ยนให้ตีแล้ว
มันจะเป็นอย่างไรกันนะ...เรามาดูกันเลยดีกว่า
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ตัวละครเอกเกเบรียล เบลมองค์ สมาชิก"ภราดรแห่งแสงสว่าง" หรือเหล่าคณะอัศวินศักดิ์สิทธิ์ผู้มีหน้าที่ขจัดมารออกไปจากสังคม
ได้ศูนย์เสียภรรยาของเขามารีไปกับเหล่าอสูร และวิญญาณของเธอนั้นติดอยู่ในภพ Limbo เป็นก็ไม่ใช่ ตายก็ไม่เชิง
วิญญาณของมารีจะนำเกเบรียลไปสู่การต่อสู้กับ"เหล่าจ้าวแห่งเงา"เพื่อไถ่กู้โลกนี้ให้พ้นไปจากภัยมาร
หรือจะนำไปสู่ความลับของ"หน้ากากพระเจ้า"และ"หน้ากากปีศาจ"ที่สามรถคืนชีวิตคนได้ หรือพลังที่นอกเหนือจากนั้น
ติดตามไปกับปริศนาต่างๆนานาของ Castlevania: Lords of Shadow ภาคแรกในโลกใหม่ของซีรีย์นี้
ภาพ ปราสาท และผีสาง
สภาพแวดล้อมของเกม จากที่ตั้งแต่สมัยหลังๆของซีรีย์นี้ จะเน้นไปที่ตัวปราสาทอย่างเดียว แต่ในภาค Reboot ใหม่นั้นไม่ใช่เสียแล้ว
ผู้เล่นจะได้เริ่มตั้งแต่ป่าเขา ไปยังหมู่บ้าน สุสาน ไปยังสำนักสงฆ์ (Abbey) และที่อื่นๆอีกมากมาย(จริงๆ) อันออกแบบมาเป็นอย่างดี
ทว่าอาจจะสวยเกินไปก็ได้ จนกระทั่งทำให้ค่าเฟรมของเกมไม่นิ่ง มีกระตุก มีสโลว์มาให้เห็นเป็นพักๆตลอดการเล่น
บางฉาก ตัวเกมก็ต้องยอมตัดเงาออกไปเลย เพื่อที่จะให้ผู้เล่นสามารถเล่นได้คล่อง ไม่หน่วงมากเกินไป
แต่ต้องยอมรับว่า ตัวเกมทำฉากออกมาได้สวยงามน่าชมจริงๆ แุถมเป็น Realtime เสียเยอะ
ในส่วนบรรยากาศของยุคกลาง ผู้สร้างเกมก็สื่อออกมาได้ดี เพราะปราสาทในสมัยก่อนนั้น จะทำหน้าที่เป็นป้อมไปในตัวด้วย
เพราะฉะนั้นจะให้รูปลักษณ์ที่แข็งแกร่ง โอ่โถง เป็นดันเจี้ยนที่ซับซ้อน รวมทั้งให้กลิ่นของสงครามและความเถื่อนด้วย
ไม่เหมือนกับคำจำกัดความของคำว่าปราสาท ที่พวกเราส่วนใหญ่รู้จักมาจากยุคโรแมนติค หรือเรื่องเล่า-นิยายแนวโกธิค
แม้กระทั่ง Castlevania ภาควัยรุ่นเกิดทัน ที่จะสื่อคำว่าปราสาทถึงความสวยงาม และลึกลับสยองขวัญ
ทั้งนี้ทั้งนั้น ตัวปราสาทจริงๆมีแค่ไม่กี่ด่าน
นอกจากภาพที่สวยเกินไป(?)จนเกมค่อนข้างสโลว์เป็นพักๆแล้ว ตัวละครก็หน้าตาจืดจางกันไปเสียเล็กน้อย
ตามประสาเกมฝรั่งที่ไม่เน้นสวยหล่อ แต่ก็ไม่ขอให้จดจำไว้เหมือนกัน ตัวละครทุกตัวและศัตรูหลายชนิดยังไม่มีจุดเด่นอะไรชัดเจน
มองเป็นข้อดีก็ได้ให้อารมณ์ดิบๆ มองเป็นข้อเสียก็ได้ เพราะมันไม่มีอะไรให้จำจริงๆ
เพลงแนวใหม่ของซีรีย์
ในภาคนี้นั้นเพลงประกอบจะเป็นเหมือนเกมแอคชั่นทั่วไป คือเปิดคลอแฝงไว้ ไม่ให้เด่นเกินหน้าเสียงเอฟเฟ็คหรือเสียงตอนเล่น
ไม่เหมือนภาคก่อนๆที่เป็นเมโลดี้ไปตลอดทั้งแอเรียเหมือนเกม Platform ลุยด่าน ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เหมาะสม
เพลงที่นำมาเปิดนั้น ให้อารมณ์คล้ายภาพยนตร์ The Lord of the Rings หรือหนังอารมณ์ยุคกลางทั่วไป
เป็นประเด็นที่น่าคิดอีกครั้ง ว่ามองเป็นข้อดีก็ได้ เหมือนเกมแอคชั่นสามมิติทั่วไปดี มองเป็นข้อเสียก็ได้
เพราะอยากให้มีเอกลักษณ์มากกว่านี้ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้เข้าบรรยากาศอลังการของฉากด้วย ซึ่งเกมนี้นั้น ทำได้แค่ "ปานกลาง"
ในขณะเดียวกันกับเสียงพากย์ก็ใช้ดาราฝรั่งหน้าเหมือนตัวละครมาพากย์ ก็ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด
ยกเว้นแต่ว่าเสียงตอนปีนป่ายของพระเอกนั้นดูทุลักทุเลกระอักกระอ่วนคนฟังพอสมควร...
ขยายความ: ทั้งๆที่เก่งเทพออกอย่างนั้น แต่พอสวมวิญญาณจิ้งจกปีนฉากเหมือนโดนทรมานยังไงพิกล
เรื่องราว
เนื้อเรื่องทั้งหมด นอกจากจะผ่านสายตาผู้เล่นแล้ว เรายังได้ทราบจากการบรรยายในบันทึกของตัวละคร Zobek
รวมถึงความคิดเห็นส่วนตัวของเขาด้วย
ซึ่งบทพูด อาจจะดึงมาจากบทละครนั่นนิด นี่หน่อย แต่ก็ทำได้อย่างลงตัว
กล่าวถึงการเดินทางและอารมณ์ภายในใจของเกเบรียล เบลมองค์ไปตลอดทั้งเรื่อง
ที่นอกจากจะไปปราบจ้าวแห่งเงาทั้งสามเพื่อหน้ากากที่สามารถชุบชีวิตภรรยาได้แล้ว
ระหว่างทาง เขาจะต้องพบเจออะไรบ้าง พบแล้วอยู่ในอารมณ์ไหน อารมณ์นั้นมีผลต่อเหตุการณ์ต่อไปเช่นไร
แม้การเล่าเรื่องจะเป็นขั้นเป็นตอน มี Plot twist หักมุมทำเอาคนเล่นหลังแอ่น
แต่ก็ยังถืออยู่ในระดับ "ปานกลาง" จืดๆ อีกอย่างหนึ่ง ซึ่งประเด็นที่ผู้สร้างอยากจะสื่อ อาจจะอยากให้มีภาคต่อก็ได้
เรื่องราวในภาคนี้ จึงอาจจะอยู่ในแค่ระดับ "เกริ่น" เพียงเท่านั้น เราต้องมาดูกันต่อไป
ระบบของเกม
เกมแอคชั่นสามมิติโดยอาวุธหลักของตัวเอกคือแส้ จากนั้นก็หมัด จากนั้นก็เท้า เวทย์มนตร์ และของปาใส่ศัตรู (เช่นน้ำมนต์)
เฆี่ยนปีศาจมารร้ายจนดับดิ้น ก็จะได้ค่าประสบการณ์ มาซื้อท่าใหม่ๆ หรือ Artworks สวยๆไว้ดูเล่น
ตัวเกมก็เดินตามรอยเกมแอคชั่นแนวฝีมือล้วนๆ ไม่มีการใส่ของโกง ไม่มีอะไรอื่น (นอกจากสูตรขึ้นลงซ้ายขวาฯ ของโคนามิ)
อาจจะมีเก็บผลึกเพิ่มเวลาการใช้เวทย์บ้าง เพิ่มพลังชีวิตบ้าง แต่ทุกอย่างก็ขึ้นอยู่กับฝีมือผู้เล่นอยู่ดี
แต่โดยส่วนตัวตลอดทั้งเกม ทั้งโหมดธรรมดาและโหมดยาก (ยังไม่ได้ลองยากสุด)
ผู้วิจารณ์ก็ไม่ได้ใช้ท่าทางอะไรมากในการผ่าน ส่วนใหญ่ก็ ฟันหนึ่งสอง > กลิ้ง > ฟันหนึ่งสอง > โดดหลบ เท่านั้น
ลืมสนิทหมดว่าท่าที่ซื้อๆ เอา Trophy/AP นั้น มันกดยังไง
ระบบต่อสู้ใช้แส้ฟาดมันเข้าไป มีดใช้ปาระยะไกล แฟรี่ตัวเล็กใช้บินก่อกวนศัตรู น้ำมนต์เอาไว้ปาฆ่าพวกแวมไพร์
และผลึกคริสตัลเอาไว้เรียกอสูรมากวาดทั้งฉาก ซึ่งศัตรูบางตัวแพ้ทางชนะทางอาวุธเสริมแต่ละอย่างไม่เหมือนกัน
ด้านเวทย์มนตร์ Light Magic ใช้แล้วตอนโจมตีศัตรูจะดูดพลังชีวิตได้ ใช้น้ำมนต์แล้วตัวเราจะมีบาเรีย
ด้านเวทย์มนตร์ Shadow Magic จะเพิ่มพลังโจมตีของเรา ซึ่งทั้งสองเวทย์นั้นเวลาใช้คลุมร่างอยู่ ท่าทางคอมโบต่างๆ
ที่ผู้เล่นสามารถกดได้ก็จะมีมากขึ้นด้วย รวมถึงการใช้แก้ปริศนาของเกม
มาถึงปริศนา เกมนี้ก็ทำมาได้อย่างน่าชื่นชม มีจำนวนเยอะและไม่ยากเกินไป เอาไว้พักผ่อนจากการบู๊แหลกได้เป็นอย่างดี
ด้วยว่าเป็นเกมแนว Platform ด้วย การปีนป่ายสำรวจฉากต่างๆก็เป็นส่วนสำคัญ ซึ่งในด้านนี้ ก็จะทำตามแบบเกมแนว Uncharted
หรือ Tomb Raider แก้ปริศนาหาสมบัติ Castlevania อาจจะปีนไม่สะดวกไปบ้าง แม้จะมีโซ่ช่วยเกาะ ช่วยดึง ยังบังคับลำบาก
หลงทิศ และหน่วง ต้องเอาไปปรับปรุงอีกเยอะในภายภาคหน้า ยิ่งตอนสู้บอสแบบต้องเกาะต้องปีนนี่ก็ทำให้กุมขมับได้เหมือนกัน
ตัวละครปีนไม่ค่อยคล่อง ทำผู้เล่นลำบาก
ด่านบางด่าน ต้องเล่นผ่านไปก่อนแล้วเลือกย้อนกลับมาเก็บทีหลัง โดยเกมจะแบ่งเป็น Chapter แต่ละ Chapter ก็จะแบ่งเป็นด่านย่อย
โดยระบุเอาไว้ว่าด่านย่อยทั้งหลายเหล่านั้น มีอะไรที่ผู้เล่นยังไม่ได้เก็บ (แต่ไม่น้ำใจงามขนาดบอกว่าตรงไหน)
สุดท้ายนี้ที่อยากพูดถึงคือจำนวนบอสที่เยอะ และยากใช้ได้ ในระดับยากกว่าเกมอื่นๆ สู้เสร็จก็มีกดปุ่มลงโทษตามกระแสนิยม
ปริศนาและสมบัติซ่อนเร้นทำให้เล่นได้นาน ตัวเกมที่ยาวมากก็คุ้มค่าเล่นได้หลายรอบไม่น่าเบื่อง่ายๆ
ถ้าคิดเสียว่าเกมมันยังไงก็ต้องมีภาคต่อ ต้องพัฒนากันอีกต่อไป ก็ทำให้รู้สึกสนุกไปกับการคาดหวังถึง
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
โดยส่วนตัวแล้ว ผู้วิจารณ์ชื่นชอบ Castlevania ยุคเครื่องแฟมิค่อมและซูเปอร์แฟมิคอมมากกว่า
เกมนี้ทำออกมาได้ถูกใจสมกับเป็นการเริ่มต้นใหม่ไปยังสามัญในช่วงนั้นมาก แต่ก็ไม่ถึงกับสุดยอดนัก
คะแนน
Graphic & Design 8/10 ภาพสวย...แต่ กระตุก สโลว์ หน่วงนิดหน่อย ตัวละครดิบๆไม่ปรุงแต่งมากให้อารมณ์คลาสสิค
Sound & Music 7/10 เพลงเข้ากับอารมณ์เกม เสียงพากษ์แปลกนิดๆ (โดยเฉพาะตอนปีนป่าย "ฮึ่ยๆๆ อาห์~ อุกอัก")
Story & Characters 7/10 ตอนแรกอาจจะจืดๆ แต่หลังๆก็มีอะไรให้ตื่นเต้นน่าติดตาม ฉากจบของเกมทำให้คาดเดาไปได้ไกล
System & Gameplay 9/10 ยิ่งเล่นยิ่งสนุก ความยากกำลังพอดี ความลับในเกมก็มีจนคุ้ม แต่การเคลื่อนไหวยังติดขัดบ้าง
นอกจากธาตุ God of War ที่ผสมอยู่ในเกมนี้แบบเต็มๆ ฟัน 1 2 3 เหวี่ยง Finish move
ก็คือ Castlevania แบบใช้ฝีมือเล่นล้วนๆ ไม่มีอุปกรณ์โกงอะไรเยอะแยะ...นี่แหละ...ใช่เลย คุ้มค่าราคาแผ่น
รวม 8/10 สนุกมาก แต่ยังไม่พอ (โลภ)
อะไรที่เป็นข้อเสีย ก็ให้โอกาสอีก(หลายๆ)ภาคในการแก้ไข ของมันเพิ่งเริ่มต้นใหม่
ยังพัฒนาได้อีกเยอะ คุณมาถูกทางแล้ว!
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
สนับสนุนเนื้อหา
อัลบั้มภาพ 10 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี





.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
.jpg?ip/crop/w350h197/q80/jpg)
