"หุ่นยนต์ตำรวจจราจร" ลุยงานในหางโจว ช่วยลดภาระตำรวจช่วงวันหยุดยาว
Sanook//s.isanook.com/sr/0/images/logo-new-sanook.png60060
//weblogx.isanook.com/weblogx/media/chinanews/587/ee-c2378fff77f37.jpg"หุ่นยนต์ตำรวจจราจร" ลุยงานในหางโจว ช่วยลดภาระตำรวจช่วงวันหยุดยาว

"หุ่นยนต์ตำรวจจราจร" ลุยงานในหางโจว ช่วยลดภาระตำรวจช่วงวันหยุดยาว

แชร์เรื่องนี้

หางโจว, 4 พ.ค. (ซินหัว) — เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียงทางตะวันออกของจีน ใช้งานหุ่นยนต์ตำรวจจราจรอัจฉริยะรวม 15 ตัว ออกปฏิบัติงานบริเวณทางแยกสำคัญย่านใจกลางเมืองในช่วงหยุดยาววันแรงงานตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค. นับเป็นก้าวสำคัญของจีนในการประยุกต์ใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อยกระดับบริการสาธารณะและการบริหารจัดการเมือง

หน่วยหุ่นยนต์ดังกล่าวมีหน้าที่ดูแลการสัญจรของยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องยนต์และคนเดินเท้า คอยให้ข้อมูลเส้นทาง และช่วยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตำรวจมนุษย์ เกิดเป็นรูปแบบการทำงานใหม่ที่ผสานความร่วมมือระหว่างมนุษย์และเครื่องจักร

หุ่นยนต์เหล่านี้ยังทำหน้าที่สนับสนุนการบังคับใช้กฎหมายบริเวณสี่แยกหลักของเมือง พวกมันติดตั้งอัลกอริธึมจดจำภาพขั้นสูงที่สามารถตรวจจับพฤติกรรมฝ่าฝืนกฎจราจรได้ตลอด 24 ชั่วโมง เช่น กรณีรถสกู๊ตเตอร์ไฟฟ้าล้ำเส้นหยุด หรือผู้ขับขี่ไม่สวมหมวกนิรภัย และจะส่งสัญญาณเตือนด้วยเสียงทันทีเมื่อพบการกระทำผิด พร้อมส่งต่อข้อมูลไปยังศูนย์ควบคุมกลางเพื่อดำเนินการต่อไป

ส่วนในบริเวณแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังอย่างพื้นที่ชมวิวทะเลสาบซีหู นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปกดปุ่ม “ฉันอยากพูด” (I want to speak) บนหน้าจอของหุ่นยนต์เพื่อสอบถามเส้นทางได้ โดยหุ่นยนต์จะใช้ระบบโมเดลภาษาขนาดใหญ่ประมวลผลคำถามอย่างรวดเร็ว พร้อมวิเคราะห์ข้อมูลจราจรและตำแหน่งแบบเรียลไทม์เพื่อแนะนำเส้นทางเดินหรือการเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะที่เหมาะสมที่สุด ทั้งในรูปแบบเสียงและภาพบนหน้าจอ

นอกจากบทบาทด้านการบังคับใช้กฎหมายและการให้ความช่วยเหลือ หุ่นยนต์เหล่านี้ยังสามารถทำหน้าที่เป็นผู้ควบคุมการจราจรได้อีกด้วย โดยอาศัยการเชื่อมต่อแบบซิงก์กับระบบสัญญาณไฟจราจรในระดับมิลลิวินาที และมีการติดตั้งคลังท่าทางมาตรฐานของตำรวจจราจร ทำให้สามารถแสดงคำสั่งได้ 8 รูปแบบ เช่น “เดินหน้าต่อ” “หยุด” “เลี้ยวซ้าย” และ “เลี้ยวขวา”

เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรหางโจวเปิดเผยว่าการนำหน่วยหุ่นยนต์เข้ามาใช้งานช่วยลดภาระงานของตำรวจมนุษย์ได้อย่างมาก เพราะหุ่นยนต์สามารถทำงานต่อเนื่องวันละ 8-9 ชั่วโมง โดยรับหน้าที่ดูแลงานประจำที่ซ้ำซาก ทำให้ตำรวจมนุษย์สามารถทุ่มเทเวลาไปกับภารกิจที่ซับซ้อนและต้องอาศัยดุลยพินิจของมนุษย์มากขึ้น

ไม่ใช่เพียงแค่ในหางโจว แต่หลายเมืองทั่วจีนกำลังผสานเทคโนโลยีเอไอและหุ่นยนต์เข้ากับระบบบริหารจัดการจราจร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในช่วงวันหยุดที่มีการเดินทางหนาแน่น ตัวอย่างเช่นที่ภูมิภาคคัชการ์ ในเขตปกครองตนเองซินเจียงอุยกูร์ของจีน ซึ่งมีการนำหุ่นยนต์ติดตั้งกล้องความละเอียดสูงบนหัวไปยืนควบคุมการจราจรบริเวณสี่แยกสำคัญช่วงหยุดวันแรงงาน ส่วนในเมืองเอ้อเอ่อร์ตัวซือ เขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ได้ใช้งานหุ่นยนต์ตำรวจจราจร 2 ตัวที่ติดตั้งเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตแห่งสรรพสิ่งและเอไอ เพื่อจัดการการจราจร ให้ความรู้ด้านความปลอดภัยทางถนน และออกตรวจตราแบบอัจฉริยะ

ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่าการใช้หุ่นยนต์ตำรวจจราจรในหลายเมืองของจีนสะท้อนถึงความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีการจราจรและการสื่อสารด้วยเสียง และยังถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า “ปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ” (Embodied AI) กำลังเข้ามามีบทบาทอย่างจริงจังในการบริหารจัดการเมืองของจีน