วิเคราะห์จีน 2026: เป็นเจ้าตลาด "ฮาร์ดแวร์" แต่ยังติดขัดเรื่อง "สมองกล" ไทยต้องเตรียมรับมืออย่างไร?

วิเคราะห์จีน 2026: เป็นเจ้าตลาด "ฮาร์ดแวร์" แต่ยังติดขัดเรื่อง "สมองกล" ไทยต้องเตรียมรับมืออย่างไร?

วิเคราะห์จีน 2026:  เป็นเจ้าตลาด "ฮาร์ดแวร์" แต่ยังติดขัดเรื่อง "สมองกล" ไทยต้องเตรียมรับมืออย่างไร?
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เปิดปี 2026 ประเมิน 11 ยุทธศาสตร์จีน ความเป็นเลิศด้าน Hardware กับความท้าทายด้าน Software และโจทย์ใหญ่ของอุตสาหกรรมไทย

ในฐานะนักกลยุทธ์ที่ติดตามพัฒนาการทางเทคโนโลยีและยุทธศาสตร์ของจีนมาครบ 1 ทศวรรษ ปี 2026 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญในการทำ Strategic Audit ครับ ยุทธศาสตร์ "1+X" (1 แผนแม่บท + 11 แผนปฏิบัติการ) เปรียบเสมือนการวางระบบปฏิบัติการ (OS) ใหม่ให้กับเศรษฐกิจโลก

ต่อไปนี้คือผลการประเมินสถานะปัจจุบัน (Status Quo) ว่าภาคส่วนใดคือ "จุดแข็ง" ภาคส่วนใดคือ "ความท้าทาย" และประเทศไทยอยู่ตรงไหนในสมการเศรษฐกิจใหม่นี้ครับ


กลุ่มที่ 1: Green/Dominance: ความเป็นผู้นำเชิงปริมาณ (Scale Secured)

กลุ่มนี้จีนประสบความสำเร็จในการสร้าง Economy of Scale และการรวมศูนย์ของห่วงโซ่อุปทาน (Agglomeration) จนมีศักยภาพในการแข่งขันระดับโลก

  • 1.1) Green Manufacturing: จีนก้าวขึ้นเป็นผู้นำตลาดอย่างชัดเจน โดยครองส่วนแบ่ง EV 58% และมีบทบาทสำคัญในซัพพลายเชนแบตเตอรี่โลกถึง 85%
  • 1.2) High-end Equipment: บรรลุเป้าหมายการพึ่งพาตนเอง (Self-reliance) ในเทคโนโลยีรถไฟความเร็วสูงและโรงไฟฟ้าได้ถึง 90% รวมถึงอุตสาหกรรมต่อเรือที่ครองระวางโลกเกิน 53%
  • 1.3) National Manufacturing Innovation Centers: ความสำเร็จในการจัดตั้งศูนย์วิจัย 33 แห่ง ช่วยให้ซัพพลายเชนสามารถทำงานร่วมกันได้รวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูง

Wild Card: ความท้าทายจากมาตรการปรับราคาคาร์บอนข้ามพรมแดน (CBAM) ของยุโรป และมาตรการตรวจสอบการอุดหนุน (Anti-Subsidy) ที่อาจกระทบต่อการส่งออก


กลุ่มที่ 2: Yellow/Mixed: การขยายตัวที่รอความแม่นยำ (Scale High, Precision Lagging)

กลุ่มนี้มีการขยายตัวของตลาดขนาดใหญ่ แต่ยังมีความท้าทายเรื่องเทคโนโลยีขั้นสูงและความแม่นยำเฉพาะทาง

  • 2.1) Smart Manufacturing: จีนเป็นตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมอันดับ 1 ของโลก (2 ล้านยูนิต) แต่ในแง่เทคโนโลยีความแม่นยำสูง (Precision Technology) ยังคงมีการแข่งขันสูงกับเจ้าตลาดเดิม
  • 2.2) New Materials: ประสบความสำเร็จในการบริหารจัดการทรัพยากร Rare Earths แต่ในส่วนของวัสดุขั้นสูง (Advanced Materials) บางประเภทยังมีความต้องการในตลาด
  • 2.3) Quality & Brand Building: แบรนด์เทคโนโลยีอย่าง BYD หรือ DJI ได้รับการยอมรับในระดับสากล แต่โจทย์สำคัญคือการยกระดับภาพลักษณ์แบรนด์ในตลาด Mass ให้สูงขึ้น

Wild Card: ความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล (Digital Divide) ในกลุ่ม SMEs ที่อาจขาดแคลนทุนในการปรับเปลี่ยนสู่ระบบอัตโนมัติ ทำให้การเติบโตไม่กระจายตัวเท่าที่ควร


กลุ่มที่ 3: Red/Challenges: ความท้าทายเชิงโครงสร้าง (Structural Gaps)

นี่คือส่วนที่แผน MIC 2025 ยังคงต้องเร่งพัฒนาและเผชิญกับข้อจำกัดทางเทคโนโลยี

  • 3.1) Information Industry (Semiconductors): ยังคงมีความท้าทายในการผลิตชิปขั้นสูงเพื่อให้ถึงเป้าหมาย 70% เนื่องจากข้อจำกัดในการเข้าถึงเทคโนโลยีเครื่องจักรระดับสูง (เช่น EUV)
  • 3.2) Aerospace: เครื่องบิน C919 เริ่มให้บริการเชิงพาณิชย์ แต่ชิ้นส่วนสำคัญอย่างเครื่องยนต์และระบบการบินยังมีความร่วมมือกับเทคโนโลยีตะวันตก
  • 3.3) Biopharma & MedTech: มีศักยภาพสูงในกลุ่มวัสดุสิ้นเปลืองทางการแพทย์ แต่ในกลุ่มเครื่องมือแพทย์ความซับซ้อนสูง ตลาดยังคงให้ความเชื่อมั่นกับแบรนด์ดั้งเดิมอย่าง GE หรือ Siemens
  • 3.4) Manufacturing Talent: การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและค่านิยมของคนรุ่นใหม่ (เช่น ภาวะ Tang Ping) ส่งผลให้ภาคการผลิตเผชิญภาวะขาดแคลนแรงงานทักษะสูง

Wild Card: นโยบาย Silicon Surcharge (ภาษีเทคโนโลยี) จากสหรัฐฯ ในปี 2026 อาจส่งผลให้ต้นทุนการเข้าถึงเทคโนโลยี AI สูงขึ้น


Global & Thai Impact: ผลกระทบต่อโครงสร้างอุตสาหกรรมไทย

ในมุมมองการลงทุน สิ่งที่ต้องจับตามองคือภาวะ "Supply Overhang" หรือปริมาณการผลิตที่สูงกว่าความต้องการบริโภคในประเทศจีน ซึ่งส่งผลให้เกิดการระบายสินค้าเทคโนโลยีออกสู่ตลาดโลก

ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ "จุดเปลี่ยนโครงสร้างอุตสาหกรรม" (Structural Turning Point):

  1. Supply Chain Bundling (การลงทุนพ่วงซัพพลายเชน): ตัวเลข FDI ในกลุ่ม EV ที่เพิ่มขึ้น เป็นสัญญาณที่ดี แต่ต้องพิจารณาโครงสร้างการผลิตว่ามีการดึงซัพพลายเออร์เดิมตามเข้ามาด้วยมากน้อยเพียงใด (Strong Base Strategy)
  2. Competitiveness Gap (ช่องว่างขีดความสามารถ): SME ไทยและโรงงานในห่วงโซ่อุปทานเดิม อาจเผชิญความยากลำบากในการแข่งขันด้านต้นทุนการผลิตกับสินค้านำเข้า
  3. Assembly Trap Risk (ความเสี่ยงกับดักการประกอบ): ไทยต้องระมัดระวังไม่ให้บทบาทในห่วงโซ่คุณค่า (Value Chain) จำกัดอยู่เพียงขั้นตอนการประกอบเพื่อการส่งออก โดยขาดการถ่ายทอดเทคโนโลยี (Technology Transfer) ที่เป็นรูปธรรม

จีนประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำด้าน Hardware (Scale Won) แต่ยังคงอยู่ในระหว่างการพัฒนาเพื่อไล่ตามในด้าน Software/AI (Precision Pursuit)

คำถามเชิงยุทธศาสตร์: ไทยจะวางตำแหน่งตัวเองอย่างไรในห่วงโซ่อุปทานใหม่นี้? เราจะเปลี่ยนจากการเป็นฐานการผลิตทั่วไป สู่การหา "Niche Supply Chain" ที่จีนยังต้องการ เพื่อสร้างอำนาจต่อรองใหม่ได้อย่างไร? หากปราศจาก National Tech Strategy ที่ชัดเจน ภาคอุตสาหกรรมไทยอาจสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวครับ

ดร. พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ 16 มกราคม 2026

อัลบั้มภาพ 1 ภาพ

อัลบั้มภาพ 1 ภาพ ของ วิเคราะห์จีน 2026: เป็นเจ้าตลาด "ฮาร์ดแวร์" แต่ยังติดขัดเรื่อง "สมองกล" ไทยต้องเตรียมรับมืออย่างไร?

1001979(1)-524abc9df087d.jpg
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล