จีนเบนเข็มหา 'แหล่งน้ำมันใหม่' หลังดีลสหรัฐฯ-เวเนฯ ทำซัพพลายสะดุด

จีนเบนเข็มหา 'แหล่งน้ำมันใหม่' หลังดีลสหรัฐฯ-เวเนฯ ทำซัพพลายสะดุด

จีนเบนเข็มหา 'แหล่งน้ำมันใหม่' หลังดีลสหรัฐฯ-เวเนฯ ทำซัพพลายสะดุด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เกมเปลี่ยน! จีนเบนเข็มหา "น้ำมันอิหร่าน" หลังสหรัฐฯ รวบตัวผู้นำเวเนฯ และคุมสัมปทานน้ำมัน

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงรับต้นปี 2026 เมื่อโครงสร้างตลาดน้ำมันโลกต้องสั่นคลอนจากการที่สหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ เข้าแทรกแซงเวเนซุเอลาอย่างฉับพลัน ส่งผลให้ "จีน" พี่ใหญ่แห่งเอเชียต้องรีบปรับหมากแก้เกมเพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงาน

ชนวนเหตุ: การจับกุมมาดูโร และดีลน้ำมัน 2 พันล้านดอลลาร์

เมื่อต้นเดือนมกราคม 2026 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศความสำเร็จใน "Operation Absolute Resolve" โดยกองกำลังสหรัฐฯ ได้เข้าจับกุมตัวนิโคลัส มาดูโร และบรรลุข้อตกลงนำเข้าน้ำมันดิบจากเวเนซุเอลาเข้าสู่สหรัฐฯ มูลค่าสูงถึง 2,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 30-50 ล้านบาร์เรล) เพื่อนำเงินดังกล่าวไปฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐานและบังคับให้เวเนฯ ซื้อสินค้าจากอเมริกาแทน

จากเหตุการณ์ดังกล่าว กลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรงคือ โรงกลั่นน้ำมันอิสระในจีน (Independent Refineries หรือ Teapots) ซึ่งที่ผ่านมาพึ่งพาน้ำมันดิบชนิดหนักราคาถูกจากเวเนซุเอลามาโดยตลอด ซึ่งจะทำให้เกิดการขนส่งชะงัก

"อิหร่าน" แหล่งน้ำมันรายใหม่ของปักกิ่ง

เพื่อแก้ปัญหานี้ นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจีนจะหันไปพึ่งพา น้ำมันดิบชนิดหนักจากอิหร่าน อย่างเต็มตัวในช่วงเดือนมีนาคม-เมษายนนี้ ด้วยเหตุผลสำคัญ 3 ประการ:

  1. ราคาถูก: น้ำมันอิหร่านยังมีส่วนลดดึงดูดใจ (ประมาณ $10 ต่อบาร์เรล เมื่อเทียบกับราคาน้ำมัน Brent)
  2. ปริมาณมหาศาล: อิหร่านมีซัพพลายพร้อมส่งทันทีและมีจำนวนมากพอที่จะอุดช่องว่างที่เวเนฯ ทิ้งไว้
  3. ความคุ้นเคย: โรงกลั่นจีนมีเทคโนโลยีที่รองรับน้ำมันชนิดหนักจากตะวันออกกลางอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้สถานการณ์จะดูตึงเครียด แต่ผู้เชี่ยวชาญจาก Kpler ระบุว่าจีนยังไม่ถึงขั้นวิกฤต เพราะยังมีน้ำมันเวเนฯ ที่อยู่บนเรือขนส่งกลางทะเล (On the water) เพียงพอให้ใช้ได้อีกประมาณ 75 วัน ซึ่งเป็นเวลาที่มากพอให้จีนเจรจาหาแหล่งนำเข้าอื่นเพิ่มเติม เช่น รัสเซีย, แคนาดา, บราซิล หรืออิรัก

บทสรุป

การขยับตัวของสหรัฐฯ ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็น "สงครามพลังงาน" ที่บีบให้จีนต้องกระชับความสัมพันธ์กับอิหร่านและรัสเซียให้แน่นแฟ้นขึ้นไปอีก ซึ่งหลังจากนี้ต้องจับตาดูว่ารัฐบาลปักกิ่งจะมีมาตรการตอบโต้ทางการทูตหรือการค้ากับสหรัฐฯ อย่างไรต่อกรณีการ "ยึดน้ำมัน" ในครั้งนี้

แหล่งข้อมูล

  1. cafef.vn
  2. Reuters
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล