วงการศึกษาจีนส่อดรามา! ครูใช้ AI ตรวจการบ้านเด็ก-เด็กนักเรียนใช้ AI เขียนงานส่งครู

วงการศึกษาจีนส่อดรามา! ครูใช้ AI ตรวจการบ้านเด็ก-เด็กนักเรียนใช้ AI เขียนงานส่งครู

วงการศึกษาจีนส่อดรามา! ครูใช้ AI ตรวจการบ้านเด็ก-เด็กนักเรียนใช้ AI เขียนงานส่งครู
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ดราม่าวงการศึกษาจีน! เมื่อ "ครูใช้ AI ตรวจการบ้าน" เจอกับ "นักเรียนใช้ AI เขียนมาส่ง"

กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการศึกษา เมื่อเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI กำลังแทรกซึมเข้าสู่ห้องเรียนอย่างเต็มรูปแบบ ไม่ใช่แค่ในฐานะเครื่องมือช่วยสอน แต่กลายเป็น "ผู้ทำ" และ "ผู้ตรวจ" จนเกิดคำถามว่า นี่คือความก้าวหน้าหรือหายนะของความคิดสร้างสรรค์? เมื่อนักเรียนเริ่มใช้ AI เขียนเรียงความส่ง และครูก็ใช้ AI ตรวจการบ้านกลับมา โดยที่มนุษย์แทบไม่ได้อ่านสิ่งที่เขียนเลย

เมื่อเรียงความลูก ถูก AI แก้จน "เพี้ยน"

เรื่องราวเริ่มต้นจากคุณแม่ท่านหนึ่งในปักกิ่ง พบความผิดปกติในเรียงความของลูกชายชั้น ป.4 หัวข้อ "แนะนำสถานที่ท่องเที่ยว" ลูกชายเขียนเรื่องทุ่งหญ้าที่เขาเคยไป แต่เมื่อได้รับงานคืนจากครู กลับพบว่าเป็นกระดาษ A4 ที่พิมพ์เนื้อหาฉบับ "ปรับปรุงใหม่" มาให้

เนื้อหาที่ถูกแก้นั้นมีการใช้คำศัพท์หรูหราเกินวัย และที่น่าตกใจคือ มีการเติมเรื่องราวที่ "ไม่เคยเกิดขึ้นจริง" ลงไป เช่น ฉากงานเทศกาลนาดัม (Naadam) และบทสนทนากับ "น้องชาย" ทั้งที่ลูกชายของเธอเป็นลูกคนเดียวและไม่รู้จักเทศกาลนั้นด้วยซ้ำ ทำให้ผู้ปกครองทราบทันทีว่า นี่คือผลงานของ AI ที่ครูใช้ตรวจงาน และมันกำลังสอนให้เด็กโกหกเพื่อให้งานดู "สมบูรณ์แบบ"

ครูประหยัดเวลา หรือ AI กำลังทำงานแทน?

ในอีกมุมหนึ่ง ครูจำนวนมากยอมรับว่าต้องพึ่งพา AI เพื่อลดภาระงาน ครูในโรงเรียนชนบทแห่งหนึ่งเปิดเผยว่า การตรวจเรียงความนักเรียน 90 คน ปกติใช้เวลาถึง 1 สัปดาห์ แต่เมื่อใช้ AI ช่วยสแกนและตรวจทาน จะเหลือเวลาทำงานเพียงไม่กี่ชั่วโมง

แอปพลิเคชันเหล่านี้ช่วยแก้คำผิดและเกลาประโยคให้นักเรียนที่มีพื้นฐานอ่อนได้ดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกัน ก็มีครูบางส่วนที่มองว่า AI เหมือน "คนขยันที่ไร้หัวคิด" เพราะมักจะให้คำแนะนำแบบกว้างๆ หรือผิดพลาดทางบริบท จนทำให้ครูต้องกลับมาตรวจทานเองใหม่อีกรอบอยู่ดี

นักเรียน 1 ใน 3 ยอมรับ "ใช้ AI ช่วยเขียน"

จากการสำรวจในห้องเรียนชั้นประถมแห่งหนึ่งในมณฑลกวางตุ้ง เมื่อครูถามว่าใครใช้ AI ช่วยเขียนเรียงความบ้าง นักเรียนกว่า 1 ใน 3 ยกมือยอมรับ สำหรับเด็กยุคใหม่ AI (เช่น แชตบอทต่างๆ) ไม่ได้เป็นแค่เครื่องมือโกงข้อสอบ แต่เป็นทั้ง "พี่เลี้ยง" และ "เพื่อนแก้เหงา"

มีกรณีของเด็กหญิงวัย 10 ขวบที่เป็นเด็กกำพร้าแม่และพ่อต้องไปทำงานต่างถิ่น เธอใช้ AI เป็นเพื่อนคุย ระบายความในใจ และให้ AI ช่วยแต่งเรื่องราวความอบอุ่นในครอบครัวเพื่อส่งเป็นการบ้าน ในมุมนี้ AI จึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางความรู้สึกที่ผู้ใหญ่ให้ไม่ได้

ดาบสองคมของการศึกษา

ผู้ปกครองและนักการศึกษากำลังถกเถียงกันอย่างหนัก บางฝ่ายมองว่าการใช้ AI ทำให้เด็กขาดทักษะการคิดวิเคราะห์ และทำให้การเขียนเรียงความกลายเป็นเรื่องของ "แพทเทิร์น" ที่ไร้จิตวิญญาณ ในขณะที่บางฝ่ายมองว่านี่คือทักษะจำเป็นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม ปัญหาที่แท้จริงอาจไม่ใช่ตัวเทคโนโลยี แต่คือวิธีการใช้งาน หากครูใช้ AI เพื่อ "โยนภาระ" และนักเรียนใช้เพื่อ "ทางลัด" สุดท้ายห้องเรียนอาจจะเหลือเพียงการสื่อสารระหว่าง บอท กับ บอท โดยที่มนุษย์ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย

สรุป

การเข้ามาของ AI ในโรงเรียนสะท้อนให้เห็นทั้งโอกาสและความน่ากลัว เครื่องมือเหล่านี้ช่วยประหยัดเวลาและลดช่องว่างทางการศึกษาได้จริง แต่หากขาดการควบคุมและใส่ใจจาก "มนุษย์" มันอาจทำลายจินตนาการและความสัมพันธ์ระหว่างครูกับศิษย์ลงอย่างน่าเสียดาย

แหล่งอ้างอิง

  1. The Bund Education (via Tencent News)
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล