อุตสาหกรรมไหมจีนโตต่อเนื่อง ครองส่วนแบ่งการผลิต 75% ของโลก

อุตสาหกรรมไหมจีนโตต่อเนื่อง ครองส่วนแบ่งการผลิต 75% ของโลก

อุตสาหกรรมไหมจีนโตต่อเนื่อง ครองส่วนแบ่งการผลิต 75% ของโลก
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พาณิชย์จีนเผย จีนผลิตรังไหมราว 75% ของทั่วโลก

เหอหย่งเฉียน โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน เปิดเผยถึงความสำเร็จที่สำคัญของอุตสาหกรรมไหมจีนในเวทีโลก โดยปัจจุบันจีนครองสัดส่วนการผลิตรังไหมทั่วโลกรวมถึงร้อยละ 75 และการส่งออกเส้นไหมดิบก็มีส่วนแบ่งตลาดมากกว่าร้อยละ 60 เช่นกัน ความแข็งแกร่งนี้แสดงให้เห็นถึงบทบาทสำคัญของจีนในฐานะผู้นำด้านการผลิตไหมระดับโลก

กระทรวงพาณิชย์จีนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีการออกประกาศเพื่อสนับสนุนการดำเนินโครงการริเริ่มส่งเสริมการถ่ายโอนอุตสาหกรรมผ้าไหมไปยังภูมิภาคตอนกลางและตะวันตกของประเทศอย่างค่อยเป็นค่อยไป การดำเนินการนี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อปรับโครงสร้างระดับภูมิภาคให้เหมาะสม ยกระดับคุณภาพการพัฒนาโดยรวมของอุตสาหกรรม และสร้างความได้เปรียบใหม่ในการแข่งขันในระดับนานาชาติ

ผลผลิตรังไหมและนวัตกรรม เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ

ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมระยะ 5 ปี ฉบับที่ 14 (ปี 2021-2025) อุตสาหกรรมไหมของจีนประสบความสำเร็จอย่างเห็นได้ชัด โดยมีผลผลิตรังไหมเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ประมาณ 744,000 ตัน ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 11 เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นสุดแผนพัฒนาฉบับที่ 13 (ปี 2016-2020) แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างต่อเนื่องของการผลิตรังไหมในประเทศ

นวัตกรรมทางเทคโนโลยีถือเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของการพัฒนาอุตสาหกรรมไหมจีนในช่วงที่ผ่านมา โฆษกกระทรวงพาณิชย์เสริมว่ามีการจดสิทธิบัตรใหม่เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 45.2 เมื่อเทียบกับช่วงเวลาก่อนหน้า การลงทุนในการวิจัยและพัฒนาเหล่านี้ เป็นปัจจัยสำคัญในการยกระดับคุณภาพและมาตรฐานของผลิตภัณฑ์

สำหรับด้านการส่งออกนั้น ในปี 2024 มูลค่าส่งออกไหมของจีนอยู่ที่ 1.44 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเพิ่มขึ้นมากกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับช่วงสิ้นสุดแผนพัฒนาฉบับที่ 13 ปัจจุบันผลิตภัณฑ์จากไหมจีนมีการส่งออกไปยังประมาณ 120 ประเทศและภูมิภาคทั่วโลก ความสำเร็จนี้สะท้อนถึงการฟื้นตัวและความสามารถในการแข่งขันในตลาดโลกของอุตสาหกรรมไหมจีน

สรุปภาพรวมอุตสาหกรรมไหมจีน

โดยสรุปแล้ว อุตสาหกรรมไหมจีนยังคงรักษาตำแหน่งผู้นำของโลกไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง ด้วยสัดส่วนการผลิตรังไหมที่สูง และการเติบโตอย่างก้าวกระโดดทั้งในด้านผลผลิตและมูลค่าการส่งออก การขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและกลยุทธ์การปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม จะเป็นแรงผลักดันให้จีนสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล