โมโหโหย...โมโหหิว

โมโหโหย...โมโหหิว

โมโหโหย...โมโหหิว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ภาวะ "โมโหหิว" เป็นสุดยอดความล้มเหลวของการไดเอ็ทเลยค่ะ เพราะนอกจากจะทำลายความมุ่งมั่นที่เราสั่งสมมาเป็นสัปดาห์ เป็นเดือนให้พังทลายลงในมื้อเดียวแล้ว ยังเป็นการทำร้ายกระเพาะอีกด้วย เพราะนอกจากจะจัดหนักไปมื้อใหญ่ ทำให้ระบบการย่อยอาหารในร่างกายยังงงกับชีวิตอีกต่างหากว่าตกลงแล้วชั้นอยู่ในภาวะอะไร เดี๋ยวก็ไม่มีอะไรตกถึงท้อง จู่ๆ ก็มาชุดใหญ่ ถ้ากระเพาะพูดได้ก็คงทำหน้าเหวี่ยงใส่ แล้วถามว่า

"จะเอายังไงกันแน่ยะ! โอ๊ย...อารมณ์เสีย!"

เขียนไปเขียนมาชักเริ่มโมโหหิวซะแล้ว ว่าแล้วก็อย่ารออะไรเลย เรามาหาหนทางให้คลายหิวแบบที่ว่าไม่ทำให้อ้วนด้วย และไม่ทำให้หิวไส้กิ่วกันจนต้องโมโหหิวกันดีกว่า

• หิวได้ แต่อย่านาน

ขึ้นชื่อว่าโมโหหิวก็ต้องเกิดจากความหิวมาก่อนโมโหแน่ๆ เพราะฉะนั้นหนทางแก้ปัญหาแรกเลยก็คืออย่าหิวเป็นเวลายาวนาน เพราะเมื่อร่างกายขาดอาหารตามต้องการแล้ว ร่างกายก็จะไม่ได้ดั่งใจเกิดความเครียดตามขึ้นมาทันที แล้วทีนี้ล่ะก็จะโมโหตามมา เมื่อได้เจอร้านที่เหมาะๆ ก็จัดหนักกันไม่บันยะบันยัง

เพราะฉะนั้นช่วงเวลาในระหว่างการก่อตัวของความหิวกับการได้กินนั้น ยิ่งยาวนานเท่าไหร่ก็จะยิ่งเสี่ยงที่จะเกิดอาการโมโหได้เท่านั้น เพราะยิ่งปล่อยให้หิวมาก ก็จะยิ่งกินมาก ต่างจากการทานในเวลาที่หิวและตรงมื้อพอดี ที่จะทำให้เรามีสติในการกินได้มากยิ่งขึ้น

• สีชมพูช่วยได้

ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะจ๊ะ แต่เค้ามีการวิจัยกันมาแล้วว่าสีชมพูน่ะ ลดอาการหิวได้จริง! โดยนักวิจัยในต่างประเทศได้ทดลองกับอาสาสมัครที่เป็นคนอ้วน 2,300 คน มาทดลองด้วยการให้จ้องที่กระดาษสีชมพู เป็นเวลา 5 นาที ซึ่งก็มีถึง ร้อยละ 39 ที่ทำแล้วได้ผลดีมาก คือรู้สึกว่าจิตใจสงบขึ้น ที่สำคัญคือไม่หิวไปถึง 2-3 ชั่วโมง ซึ่งช่วยลดน้ำหนักตัวลงถึง 8 ปอนด์

โอ...เอากับฝรั่งมังค่าเค้าสิ สาวๆ ก็ลองเอาไปทดลองใช้ดูก็ได้ ติดกระดาษสีชมพูเอาไว้ในกระเป๋า เผื่อหยิบมาใช้ในเวลาที่ต้องทนหิวในสถานการณ์ที่เลี่ยงไม่ได้อย่างตอนประชุมหรือรถติด เจ้ากระดาษสีชมพูอาจจะช่วยได้ ไม่มากก็น้อย

• อย่ากักตุน

เข้าใจว่าช่วงนี้สาวๆ ตามข่าวอาจจะเจอกับภัยพิบัติมากมาย หลายคนเวลาไปช็อปทีก็กักตุนของโปรดไว้เต็มตู้เย็น แต่เดี๋ยวก่อนค่ะ วิธีการนี้อาจจะดีกับผู้ประสบภัย แต่ไม่ใช่กับเราๆ แน่ค่ะ สาวๆ ขา ยิ่งเฉพาะกับสาวๆ Chic Diet นี่เป็นสิ่งต้องห้ามเลยก็ว่าได้

ถามว่าทำไมน่ะเหรอคะ ลองนึกถึงสภาพที่เลิกงานแล้วยังไม่ได้ทานอะไร แถมต้องนั่งแกร่วอยู่ในรถเพราะรถติด กว่าจะฝ่าฟันการจราจรในมหานครกลับมาถึงบ้านได้ สิ่งแรกที่ทำคงไม่พ้นเปิดตู้เย็นใช่ไหมคะ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนั้น ไม่อยากนึกเลยค่า

• กินแก้เครียด...เหรอ?

อย่างที่บอกว่าความเครียดนั้นเกิดจากการที่ร่างกายเราไม่ได้ดั่งใจ จุดนี้คือหิวแล้วไม่ได้กินนั่นเอง พอไม่ได้ดั่งใจเธอก็จะเกิดความเครียด ก่อนที่จะโมโห เธอก็จัดการแก้เครียดด้วยการกิน หลายคนเวลาเครียดก็เอาแต่กินๆๆ แล้วก็อ้างว่า "กินแก้เครียด" เอากะคุณเธอสิ ถ้าการกินแก้เครียดได้ เรื่องการไดเอ็ทคงไม่ต้องพูดถึงล่ะค่ะ เพราะว่าคงไม่สำเร็จไปได้แน่ๆ


เพราะฉะนั้นจุดนี้ขอให้เลิกคิดแบบนี้ด่วนๆ และเมื่อเกิดการเครียดเมื่อไหร่เราต้องจัดการด้วยการคลายเครียดในแบบอื่นที่ไม่ใช่การกิน ซึ่งก็มีให้เลือกมากมายไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมเอ็นเตอร์เทนอย่าง ดูหนัง ฟังเพลง หรือแม้แต่การออกกำลังกาย ซึ่งเป็นวิธีแนะนำเลยค่ะ เพราะนอกจากจะหายเครียดแล้วงานนี้ยังได้การเผาผลาญและการหลั่งสารเอนโดรฟินที่ทำให้เราอารมณ์ดีขึ้นเป็นของแถมอีกด้วย งานนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวแบบเห็นๆ

• ให้รางวัลตัวเองบ้าง

อย่างที่บอกย้ำอยู่เสมอๆ กับสาวๆ ชาว Chic Diet ว่าเราไม่ได้ลดเอาโล่ หรือลดเพื่อทำน้ำหนักขึ้นชกแบบนักกีฬา เพราะฉะนั้นการไดเอ็ทของเราจึงไม่ใช่การ "อด" แต่เป็นการ "ลด" เท่านั้นเอง แต่ถึงจะบอกว่าไม่ให้ "เคร่งเครียด" แต่ก็ต้อง "เคร่งครัด" เพราะฉะนั้นความเครียดก็อาจจะเกิดขึ้นได้

ดังนั้นเพื่อลดความเครียดที่เกิดขึ้น อยากให้สาวๆ ได้ให้รางวัลชีวิตบ้างอะไรบ้างด้วยของโปรดสักหนึ่งมื้อในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่ต้องถึงกับเคี้ยวแล้วคายหรือไปอาเจียนออก แต่ก็ขอให้ไม่ "จัดหนัก" หรือ "จัดเต็ม" ก็พอนะคะ เรียกว่าจะให้รางวัลตัวเองเมื่อไหร่ ก็อย่าลืมที่จะให้อย่างมีสติด้วยนะคะ

ความโมโห ทำให้เราขาดสติ ส่วนการโมโหหิวนั้นการกินแบบขาดสตินั่นเอง ที่สำคัญการโมโหหิวนอกจากจะเป็นเหมือนระเบิดตูมใหญ่ที่ทำลายทั้งความตั้งใจและพฤติกรรมการลดน้ำหนักที่เราสั่งสมมานา เพราะฉะนั้นก่อนจะโมโหหิว ขอให้ลองเอาวิธีที่เราแนะนำไปกันไว้ดีกว่าแก้ค่ะ

by Daaw Chonlada

ขอขอบคุณข้อมูลจาก chicministry.com

ภาพประกอบจาก www.photos.com

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล