5 คำพูดที่ควรเลี่ยง “ทำร้ายจิตใจ” คนที่คุณรัก

5 คำพูดที่ควรเลี่ยง “ทำร้ายจิตใจ” คนที่คุณรัก
Tonkit360

สนับสนุนเนื้อหา

ประโยคที่คุณไม่ควรพูดกับคนรักของคุณแม้ว่าคุณจะบอกว่าคุณพูดด้วยความรักที่มีต่อเขาหรือเธอก็ตาม เพราะคำพูดคืออาวุธที่ทำร้ายใจคนฟังได้ดียิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ดังนั้นเมื่อคิดจะตำหนิ หรืออยากจะตักเตือนคู่รักของตนเอง ขอให้เลือกใช้คำพูดที่ถนอมน้ำใจ คุยกันดี ๆ เพื่อที่จะได้ไม่มีใครต้องเจ็บปวดจากคำพูดของเราเอง

1. “ฉันไม่ชอบเลยเวลาที่เธอ…”

เป็นประโยคตัดพ้อแบบติดปาก เพื่อแสดงความรู้สึกไม่พอใจในพฤติกรรมของอีกฝ่าย ประโยคที่คุณจะได้ยินบ่อย ๆ อาทิ “ฉันไม่ชอบเลยเวลาที่เธอคุยโทรศัพท์นาน ๆ” หรือ “ฉันไม่ชอบที่เธอวางผ้าเช็ดตัวเกะกะไว้ในห้องน้ำ” หรือ “ฉันไม่ชอบเลยเวลาที่เธอดึงทิชชู่ในห้องน้ำจนเรี่ยราด” คำพูดแบบนี้ยิ่งพูดไปก็รังแต่จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกรำคาญ และ อาจจะคิดในใจว่าคุณเป็นคนขี้บ่นเกินความจำเป็น ถ้าคุณอยากเตือนคนรักลองใช้ประโยคที่นุ่มนวลกว่าดีไหม อาทิ “เธอช่วยเราหน่อยนะ เราอยากจะปรึกษาเรื่องงานกับเธอ แต่เห็นเธอคุยโทรศัพท์นานเราไม่อยากกวนหรอก แต่เรื่องนี้มันค่อนข้างสำคัญเราอยากให้เธอช่วย”

การปรับเปลี่ยนประโยค แต่แสดงความหมายแบบเดิมทำให้คำพูดดูน่าฟังมากขึ้น และอย่าลืมว่าความหมายของคำว่ารัก นั้นหมายถึงการอยู่ด้วยกันโดยประพฤติต่อกันด้วยความนุ่มนวล และเป็นกำลังใจให้กับอีกฝ่าย

2. “เธอทำให้ฉันจะบ้าตายอยู่แล้ว!”

คุณเคยสังเกตไหมว่าเวลาที่คุณพูดกับใครว่า เธอทำให้ฉันจะบ้าตาย อีกฝ่ายก็คงรู้สึกไม่ค่อยดีตามคุณไปด้วยนั่นแหละ ดังนั้นก่อนจะเอ่ยประโยคนี้กับคนที่คุณรัก ขอให้หายใจลึก ๆ แล้วลองคิดใหม่ว่าถ้าตะโกนใส่หน้าคนอื่น หรือแสดงอาการเกรี้ยวกราดใส่คนที่คุณรักจะทำให้เขารู้สึกเสียใจแค่ไหน เพราะพฤติกรรมแบบนี้อีกฝ่ายสามารถคิดได้เลยว่าคุณไม่ให้เกียรติเขา ดังนั้นถ้ากำลังหัวร้อนคิดจะโถมอารมณ์ใส่คนรักของตัวเอง ลองคิดดูให้ดี หรือไม่ก็พยายามระงับอารมณ์ก่อนแล้วหาวิธีใหม่ในการพูดคุย

3. เธอเป็นบ้าอะไร!

เวลาที่คุณไม่เข้าใจว่าคนรักของคุณเป็นอะไรไม่พูดไม่จาทำหน้าบึ้งตึง ถามอะไรก็ไม่ตอบ หรือโมโหจนหัวฟัดหัวเหวี่ยง แล้วจะมาลงเอากับคุณ แต่คุณก็กลับราดน้ำมันลงไปในเพลิงอารมณ์ พร้อมกับตะโกนกลับไปว่า “เธอเป็นบ้าอะไร” บอกเลยว่ามันไม่ได้ทำให้อีกฝ่ายระงับอารมณ์ลงได้ มีแต่จะยิ่งทำให้สถานการณ์นั้นแย่ลง ถ้าคุณต้องเจอกับคนรักที่กำลังหัวเสียจากเรื่องอื่นแล้วมาพาลหงุดหงิดใส่ ขอให้คุณเลือกใช้คำปลอบประโลม การพูดด้วยถ้อยคำอ่อนหวานกับเขาจะดีกว่า

4. “เธอมันก็เป็นอย่างนี้ ไม่เคยเปลี่ยนเลย”

เสียงบ่นไล่หลังแบบนี้ คิดว่าทุกคู่คงเคยได้ยินคนรักของตัวเองพูดใส่กันมาบ้างแล้วละ อาทิ “เธอมันก็เป็นอย่างนี้ชอบลืมยกฝารองนั่งลงเวลาเข้าห้องน้ำ” ลักษณะของประโยคจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวเองถูกกล่าวหา และทำให้คนที่ถูกกล่าวหารู้สึกเบื่อหน่ายจนทำให้เกิดการโต้เถียง ก็ต้องเข้าสู่วิธีเดิมคือ ใช้คำพูดที่ดีกว่าการกล่าวหา เพราะคงไม่มีใครอยากเป็นคนผิด แล้วต้องมานั่งทะเลาะกับคนรักของตัวเอง

5. “เงียบก่อนได้ไหม!”

ประโยคนี้ถ้าแปล ก็จะได้ความหมายว่า “ฉันไม่อยากคุยกับเธอตอนนี้ เพราะฉันกำลังหงุดหงิดอยู่” แต่ประโยคนี้แหละที่ทำให้คนฟังรู้สึกน้อยอกน้อยใจขึ้นมาได้ทันที ถ้าลองเปลี่ยนประโยคใหม่เป็น “ตอนนี้กำลังต้องการสมาธิ เพื่อทำงานชิ้นนี้ให้เสร็จ ขอเวลาอีกสัก 30 นาทีนะ แล้วเรามาคุยกัน”