Top 5 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ปี ค.ศ.2020

Top 5 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ปี ค.ศ.2020
Y-Hub

สนับสนุนเนื้อหา

สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่เพิ่งจบจากระดับมัธยมและกำลังมองหามหาวิทยาลัย ที่เข้ากับตัวเองหรือที่ตนเองชื่นชอบ รวมทั้งเพื่อนๆที่เรียนในระดับปริญญาตรีแล้วกำลังจะเรียนต่อในสาขาวิชาเฉพาะระดับปริญญาโทและเอก ถ้าหากเพื่อนๆยังเลือกไม่รู้ว่าจะเลือกที่ไหน หรือมหาวิทยาลัยไหนดี Y-hub มี 5 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ปี ค.ศ.2020 ซึ่งเป็นการจัดอันล่าสุดโดย Times Higher Education World มาฝากกัน

74634402_450937415771843_2141

จากการจัดอันดับ ได้พิจารณาโดยใช้ 13 ตัวชี้วัดหลัก ภายใต้ 5 หัวข้อใหญ่ คือ

  • การศึกษาวิจัย
  • การสอน
  • งานวิจัยที่ได้รับการยอมรับ
  • รายได้ทางธุรกิจ
  • ภาพลักษณ์ในระดับนานาชาติ

1. มหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (University of Oxford)

เป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง และเป็นที่รู้จักในสหราชอาณาจักร (ประเทศอังกฤษ) ซึ่งได้รับการจัดลำดับเป็นอันดับ 1 ของมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุด 4 ปีซ้อน นอกจากนี้ยังเป็นมหาวิทยาลัยที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศอังกฤษ เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับโลก และมีนักศึกษาในระดับปริญญาตรี โท และเอกรวมกันมากกว่า 20,000 คน โดยมีชาวต่างชาติที่เป็นอาจารย์และนักศึกษาต่างชาติอีกกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของการสอบเข้าที่มหาวิทยาลัยนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นการแข่งขันที่ดุเดือดมาก นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีเจ้าหน้าที่ที่ให้บริการคอยช่วยเหลือนักศึกษา ที่มาจากประเทศและสัญชาติที่ต่างกันกว่า 100 ประเทศ

2. สถาบันเทคโนโลยีแคลิฟอร์เนีย หรือ แคลเทค (California Institute of Technology : CalTech)

เริ่มแรกสถาบันนี้ใช้ชื่อว่า Throop University ในปี ค.ศ. 1891 และเปลี่ยนชื่อมาเป็นชื่อที่ใช้ในปัจจุบันในปี ค.ศ. 1920 หนึ่งในสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดของมหาวิทยาลัยแคลเทค ก็คือการเป็นมหาวิทยาลัยขนาดเล็ก ซึ่งมีนักศึกษาระดับปริญญาตรี 1,000 คน และนักศึกษาในระดับปริญญาโทและเอก 1,250 คน ซึ่งในปีนี้ (ค.ศ. 2019) มีผู้สมัครเข้าเรียนทั้งหมด 6,506 คน ซึ่งจากการสำรวจ 99 เปอร์เซนต์ของจำนวนผู้สมัครทั้งหมดตลอดทั้งปีจะรับเพียงแค่ 10 เปอร์เซ็นต์ของผู้สมัครจากระดับมัธยมปลาย นอกจากนี้สำหรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัย จะยังได้รับการสนับสนุนการเรียนแบบสหวิทยาการ (ศึกษามากกว่า 1 สาขาวิชา) ในด้านการทำวิจัยเกี่ยวกับพื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์ และปัญหาทางด้านเทคโนโลยี และสนับสนุนเงินทุนการศึกษา ซึ่งเฉลี่ยอยู่ที่ทุนละ 38,983 เหรียญดอลลาห์สหรัฐ
รวมทั้งการมีเจ้าหน้าที่ที่ดูแลเรื่องการเรียนของนักศึกษา (student-to-staff) ที่รวดเร็วและครอบคลุมนักศึกษาทุกคน

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยแคลเทคยังมีเรื่องที่น่าประทับใจอีกนั่นก็คือ มาสคอตของมหาวิทยาลัยเป็นตัวบีเวอร์ (Beaver) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงความเชี่ยวชาญทางด้านวิศวกรรม และประเพณี Cookie break ที่จะจัดขึ้นในวันพฤหัสบดี โดยอาจารย์ฟิสิกล์และนักเรียน รวมทั้งมหาวิทยาลัยยังเป็นผู้จัดจำหน่ายน้ำมันมะกอกอีกด้วย

3. มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge)

เป็นมหาวิทยาลัยที่มีอายุเก่าแก่ และมีชื่อเสียงทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน เป็นสถาบันที่อยู่ภายใต้ระบบมหาลัยที่มีการปกครองตนเอง เหมือนกับมหาวิทยาลัยอ๊อกซฟอร์ด (University of Oxford) ซึ่งนักศึกษามหาวิทยาลัยเกือบ 18,000 คน อาศัยอยู่กับมหาวิทยาลัยหรือหอพักนักศึกษา ทั้งๆที่นักศึกษามีทางเลือกที่จะอยู่นอกสถานที่ได้ ซึ่งมหาลัยได้แบ่งออกเป็น 31 วิทยาเขตและมี 150 สาขาวิชา นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองที่มีชื่อเสียง บุคคลสำคัญทางประวัติศาสตร์ และนักวิทยาศาสตร์ที่โด่งดังที่เรียนที่มหาลัยแห่งนี้ เช่น Isaac Newton รวมถึง John Harvard ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งนี้ นอกจากนี้มหาวิทยาลัยยังมีธรรมเนียมในการรับนักศึกษาที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าหากใครอยากรู้ว่าเป็นอย่างไรรีบกรอกใบสมัครกันเลย

4. มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University)

มหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งโดยกลุ่มคนผู้ที่ต้องการจัดตั้งมหาวิทยาลัยร่วมกับนักลงทุน เพื่อที่ต้องรับผิดชอบบางส่วนในการพัฒนาพื้นที่รอบๆ Silicon Valley โดยเหล่านักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยนี้หลายคนมักได้รับรางวัลที่มีชื่อเสียงระดับโลก เช่น การได้รับรางวัล Nobel ทั้งหมด 17 ครั้ง โดยพื้นที่ตั้งของมหาลัยนั้น ประกอบไปด้วยตึก 700 กว่าแห่ง พิพิธภัณฑ์ สวนอุทยาน และพื้นที่สันทนาการ นอกจากนี้งานวิจัยของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด มีงบประมาณให้ถึง 1.22 พันล้านเหรียญสหรัฐ และมากกว่า 5,000 โครงการ ที่ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งกองทุนภายนอก

5. สถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology)

เป็นสถาบันที่ก่อตั้งเมื่อกลางศตวรรษที่ 19 และเป็นมหาวิทยาลัยที่สนับสนุนในด้านของการช่วยเหลือด้านการเงินให้กับนักศึกษาของมหาวิทยาลัย โดยพื้นที่ที่ตั้งมหาวิทยาลัยก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับนักศึกษา เช่น มีสถานที่พักของนักศึกษา สวนอุทยานและพื้นที่จัดแสดงงานศิลปะ และยังเป็นมหาวิทยาลัยแรกที่สอนวิชาเกี่ยวกับงานสถาปัตยกรรมในสหรัฐอเมริกา รวมทั้งมีนักศึกษาหญิงคนแรก ชื่อ Ellen Swallow Richards (นักเคมีหญิงคนแรกของอเมริกาและผู้ก่อตั้งสาขาวิชาคหกรรมศาสตร์) ที่ได้รับการยอมรับให้เข้าเรียนในสาขาเคมี เมื่อปี ค.ศ.1871 และก็ยังเป็นมหาลัยแรกที่มีนักศึกษาต่างประเทศ (ประเทศแคนาดา) จบการศึกษาในระดับปริญญาบัณฑิต นอกจากนี้ในปัจจุบันผู้ที่สำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัยก็ได้ทำงานกับบริษัทชั้นนำ เช่น Google, Amazon และ Apple เป็นต้น ซึ่งจากการที่เป็นมหาลัยที่มีชื่อเสียงจึงทำให้อัตราการแข่งขันสูงมากในปี ค.ศ.2019 มีผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้าเรียนต่อในมหาลัยแห่งนี้เพียงแค่ 8 เปอร์เซ็นต์ของผู้สมัครทั้งหมด

นี่ก็เป็นเพียง Top 5 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก ปี ค.ศ.2020 ที่ได้นำมาเล่าให้เพื่อนๆได้รู้กัน แต่เรายังมีรายชื่อของมหาวิทยาลัยที่ติดอันดับ 200 มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในโลก สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่ https://www.timeshighereducation.com/student/best-universities/best-universities-world

Yhub – เพจสำหรับให้ความรู้ คำแนะนำ ข้อมูลคุณภาพสำหรับเยาวชนไทยที่กำลังค้นหาโอกาสให้ตัวเอง #Yhub #Thaiyouthhub