5 เลิฟซีนในวรรณคดีไทย ที่ “โล้สำเภา” ของพี่หมื่นต้องชิดซ้าย!

5 เลิฟซีนในวรรณคดีไทย ที่ “โล้สำเภา” ของพี่หมื่นต้องชิดซ้าย!

187356

“โล้สำเภา” ของพี่หมื่นกลายเป็นเรือเล็ก เมื่อเจอ “บทอัศจรรย์” ในวรรณคดีไทย

ออนแอร์เมื่อไหร่ก็มีคำฮิตเมื่อนั้น สำหรับละคร "บุพเพสันนิวาส" ที่ล่าสุดพี่หมื่นโป๊ปได้เปิดตัวคำว่า “โล้สำเภา” ให้สาวๆ จิกหมอนกันทั่วพระนคร ซึ่งขอบอกว่าการโล้สำเภาของพี่หมื่นนั้นไม่ใช่เรื่องใหม่เลย เพราะกิริยาการโล้สำเภาของหนุ่มๆ นั้นมีมาตั้งแต่สมัยโบราณ โดยปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทยหลายเรื่อง ในบทที่เรียกว่า “บทอัศจรรย์” หรือฉาก “เลิฟซีน” ของตัวละครในเรื่องนั่นเอง

บทอัศจรรย์ เป็นการบรรยายฉากเลิฟซีนโดยการใช้สัญลักษณ์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรือสำเภา ซอกหิน ถ้ำ ร่องน้ำ ว่าว ปลา ผึ้ง หรือดอกไม้ รวมถึงการใช้คำที่สละสลวย และเนื้อหาสุดแซ่บ ที่ทำให้ผู้อ่านสามารถจินตนาการตื่นเต้นไปกับเรื่องราว เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ในบทวรรณคดีไทย และวันนี้ Sanook! Campus จะพาคุณไปสัมผัสกับบทอัศจรรย์ที่ต้องบอกเลยว่าเรือสำเภาของพี่หมื่นต้องชิดซ้ายเลยทีเดียว

 kunpan-legend-of-the-warlord

ขุนแผน Feat. นางบัวคลี่ จากเสภาขุนช้างขุนแผน 

ระดับความรุนแรง: พายุไต้ฝุ่น

ขุนแผนได้พบกับนางบัวคลี่ เมื่อครั้งเดินทางไปเสาะหาของวิเศษ และเกิดถูกใจนางบัวคลี่จนสมัครเข้าเป็นสมุนของหมื่นหาญ พ่อของนางบัวคลี่ และได้นางเป็นภรรยา ทว่าสุดท้ายขุนแผนเกิดผิดใจกับหมื่นหาญ จนหมื่นหาญสั่งให้นางบัวคลี่วางยาพิษฆ่าขุนแผน แต่ขุนแผนไหวตัวทันจึงฆ่านางและผ่าเอาลูกในท้องมาทำกุมารทอง บทอัศจรรย์ต่อไปนี้เป็นฉากในคืนส่งตัวของขุนแผนและนางบัวคลี่

“เกิดพยับพยุห์พัดอัศจรรย์          สลาตันเป็นระลอกกระฉอกฉาน

ทะเลลึกดังจะล่มด้วยลมกาฬ      กระทบดานกระแทกดังกำลังแรง

สำเภาจีนเจียนจมด้วยลมซัด       สลุบลัดเลียบบังเข้าฝั่งแฝง

ไหหลำแล่นตัดแหลมแคมตะแคง       ตลบตะแลงเลาะเลียมมาตามเลา

ถึงปากน้ำแล่นส่งเข้าตรงร่อง       ให้ขัดข้องแข็งขืนไม่ใคร่เข้า

ด้วยร่องน้อยน้ำคับอับสำเภา       ขึ้นติดตั้งหลังเต่าอยู่โตงเตง

พอกำลังลมจัดพัดกระโชก         กระแทกโคกกระท้อนโขดเรือโดดเหยง

เข้าครึ่งลำหายแคลงไม่โคลงเคลง         จุ้นจู๊เกรงเรือหักค่อยยักย้าย

ด้วยคลองน้อยเรือถนัดจึงขัดขึง        เข้าติดตรึงครึ่งลำระส่ำระสาย

พอชักใบขึ้นกบรอกลมตอกท้าย         ก็มิดหายเข้าไปทั้งลำพอน้ำมา

พอฝนลงลมถอยเรือลอยลำ        ก็ตามน้ำแล่นล่องออกจากท่า

ทั้งสองเสร็จสมชมชื่นดั่งจินดา     ก็แนบหน้าผาสุกมาทุกวัน”

กลอนบทนี้เปรียบเทียบเพศชายเป็นเรือสำเภาที่เดินเรือฝ่าพายุ เข้ามายังร่องน้ำ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของเพศหญิง แต่บังเอิญนางบัวคลี่เป็นสาวพรหมจรรย์ ร่องน้ำของนางก็เลยออกจะคับแคบหน่อย เรือสำเภาแล่นเข้ามายาก ต้องออกแรงกระแทกกันอยู่สักครู่ จึงเข้าไปได้ทั้งลำ (เรือ) และเมื่อคลื่นลมและอารมณ์สงบ เรือก็ล่องออกมา 

 

ขุนแผน Feat. นางสายทอง จากเสภาขุนช้างขุนแผน 

ระดับความรุนแรง: พายุฝนฟ้าคะนอง

พลายแก้วหรือขุนแผน ซึ่งในขณะนั้นยังบวชเป็นสามเณร ได้พบรักกับนางพิมพิลาไลย เพื่อนเล่นในวัยเด็ก จึงอยากจะเข้าหานางพิม ทว่านางสายทอง พี่เลี้ยงของนางพิมไม่ยอม เพราะเห็นว่าผิดประเพณี เณรแก้วจึงเปิดดีลพิเศษ ยื่นข้อเสนอว่าเมื่อตนได้เป็นสามีนางพิมแล้ว จะแบ่งปันความเป็นสามีมาให้นางสายทองด้วย ซึ่งนางสายทองก็รับข้อเสนอนี้ นำไปสู่บทอัศจรรย์สุดแซ่บ ดังนี้

“ค่อยขยับจับเขยื้อนแต่น้อยน้อย     ฝนปรอยฟ้าลั่นสนั่นเปรี้ยง

ลมพัดซัดคลื่นสำเภาเอียง               ค่อยหลีกเลี่ยงแล่นเลียบตลิ่งมา

พายุหนักชักใบได้ครึ่งรอก                แต่กลับกลอกกลิ้งกลับเป็นหนักหนา

ทอดสมอรอท้ายเสียหลายครา       จนเภตราหยุดแล่นเป็นคราวคราว

สมพาสพิมดุจริมแม่น้ำตื้น         ไม่มีคลื่นแต่ระลอกกระฉอกฉาว

ปะสายทองดุจต้องพายุว่าว        พอออกอ่าวก็ล่มจมไปเลย”

บทนี้ฝ่ายชายยังคงเป็นเรือสำเภาที่ฝ่าพายุฝนฟ้าคะนองในทะเลลึกอย่างนางสายทอง เรือก็โคลงเคลงไปมา ต้องหยุดพักบ้างอะไรบ้าง จนสุดท้ายขุนแผนถึงกับล่มปากอ่าว เท่านั้นยังไม่พอ ยังมีการเปรียบเทียบลีลาดุเดือดแบบทะเลคลั่งของนางสายทอง กับลีลาของนางพิมพิลาไลยที่เป็นแค่ “แม่น้ำตื้นๆ” ด้วย

 730575

พญาเวนไตย Feat. นางกากี จากกากีกลอนสุภาพ 

ระดับความรุนแรง: เขาพระสุเมรุสะเทือน

กากีกลอนสุภาพ เป็นเรื่องราวของหนุ่มๆ ผู้คลั่งไคล้ สาวรูปงาม กลิ่นกายหอมอย่างนางกากี ทำให้เกิดการแก่งแย่งชิงนางกากีผู้นี้จนเป็นเรื่องราวใหญ่โต บทอัศจรรย์บทนี้กล่าวถึงพญาครุฑเวนไตยที่แปลงกายมาเล่นสกากับท้าวพรหมทัต พระสวามีของนางกากี แล้วเกิดถูกใจนางกากี เลยแอบมามีความสัมพันธ์กัน

“บันดาลพลาหกเทวบุตร           ก็ผึ่งผุดตั้งทั่วทิศาศาล

โพยมพยับอับอึงอนธการ           สะท้านถึงเมรุราชสีขรินทร์

สัตภัณฑ์บรรพตก็ไหวหวั่น         คงคาลั่นเป็นระลอกกระฉอกสินธุ์

ฝูงมหามัจฉาในวาริน               ก็โดดดิ้นเล่นน้ำลำพองกาย

อันดอกดวงสิมพลีที่ตูมกลัด       ครั้นฝนซัดเชยแช่มแย้มขยาย

ที่ตูมบานก้านกลีบขจรจาย         รำพายกลิ่นรื่นรสเสาวคนธ์”

บทนี้กล่าวถึงความรุนแรงขณะฟีทเจอริ่งระหว่างพญาครุฑเวนไตยกับนางกากี ซึ่งพญาครุฑก็ได้ชื่อว่าเป็นผู้ที่มีพละกำลังมหาศาลอยู่แล้ว พอเข้าฉากเลิฟซีนก็ถึงขั้นเขาพระสุเมรุและเขาสัตตบริภัณฑ์สะเทือน ทะเลสีทันดรกระเพื่อม เหล่าปลาในทะเลกระโดดเริงร่า ในส่วนของนางกากีนั้นก็เบ่งบานราวกับดอกไม้  ฟินหรือไม่คงไม่ต้องถามใจแล้วล่ะ

 image6

พระอภัยมณี Feat. ผีเสื้อสมุทร จากเรื่องพระอภัยมณี 

ระดับความรุนแรง: การดวลว่าว

เรารู้กันดีว่านางผีเสื้อสมุทรเป็นยักษ์ แต่ไม่ต้องตกใจ เพราะนางมาในรูปลักษณ์สาวงาม (ถ้าเป็นร่างยักษ์จริง พระอภัยมณีอาจต้องเดินเข้าถ้ำเลยก็ว่าได้!) สองคนนี้พบรักและอยู่กินกันฉันสามีภรรยา จนกระทั่งนางผีเสื้อสมุทรให้กำเนิดลูกชายคือสินสมุทร สุดท้ายพระอภัยมณีก็ค้นพบความจริงว่าภรรยาเป็นยักษ์ จึงพาลูกชายหลบหนีออกมาด้วยความช่วยเหลือของครอบครัวเงือก และนี่คือบทอัศจรรย์เมื่อครั้งรักยังหวานชื่นของพระอภัยมณีและนางผีเสื้อสมุทร

“เกิดกุลาคว้าว่าวปักเป้าติด        กระแซะชิดขากบกระทบเหนียง

กุลาส่ายย้ายหนีตีแก้เอียง      ปักเป้าเหวี่ยงยักแผละกระแซะชิด

กุลาโคลงไม่สู้คล่องกระพร่องกระแพร่ง     ปักเป้าแทงตะละทีไม่มีผิด

จะแก้ไขให้หลุดสุดความคิด      ประกบติดตกผางลงกลางดิน”

เลิฟซีนบทนี้ไม่ได้รุนแรงระดับฟ้าดินสะเทือน แต่ใช้ภาพการต่อสู้กันอย่างดุเดือดระหว่างว่าวจุฬาหรือกุลา ซึ่งหมายถึงเพศหญิง กับว่าวปักเป้า คือเพศชาย โดยฝ่ายว่าวปักเป้าเปิดเกมบุกก่อน ฝ่ายว่าวจุฬาสาวก็ขยับหนี ปักเป้าหนุ่มก็ไม่ลดละ เข้าจู่โจมอย่างแม่นยำ จนฝ่ายหญิง เอ๊ย! ว่าวจุฬาดิ้นไม่หลุด ตกเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเกม (รัก) นี้ไปในที่สุด

 ahr0chm6ly9zlmlzyw5vb2suy29tl

พระอภัยมณี Feat. นางเงือก จากเรื่องพระอภัยมณี 

ระดับความรุนแรง: สึนามิ

นอกจากนางผีเสื้อสมุทรแล้ว พระอภัยมณีซึ่งได้ชื่อว่าเป็นคาสโนวาคนหนึ่งในโลกวรรณคดีไทย ก็ได้พบรักกับนางเงือกในขณะที่หลบหนีจากเมียหลวงอย่างผีเสื้อสมุทร คนกับเงือกจีบกันเป็นอย่างไร อ่านเรื่องราวหวานปนแซ่บได้ในบทอัศจรรย์นี้

“อัศจรรย์ครั่นครื้นเป็นคลื่นคลั่ง              เพียงจะพังแผ่นผาสุธาไหว

กระฉอกฉาดหาดเหวเป็นเปลวไฟ            พายุใหญ่เขยื้อนโยกกระโชกพัด

เมขลาล่อแก้วแววสว่าง                      อสูรขว้างเขวี้ยงขวานประหารหัต

พอฟ้าวาบปลาบแปลบแฉลบลัด           เฉวียนฉวัดวงรอบขอบพระเมรุ

พลาหกเทวบุตรก็ผุดพุ่ง                      เป็นฝนฟุ้งฟ้าแดงดังแสงเสน

สีขรินทร์อิสินธรก็อ่อนเอน           ยอดระเนนแนบน้ำแทบทำลาย”

ใครจะไปคิดว่าคนกับนางเงือกมีอะไรกันแล้วจะสะเทือนถึงเปลือกโลกขนาดนั้น เลิฟซีนบทนี้ใช้ภาพคลื่นลมพายุในทะเล ที่รุนแรงประหนึ่งแผ่นดินไหว ทำเอาเขาอิสินธร ซึ่งอยู่ในหมู่เขาสัตตบริภัณฑ์ถึงกับเอนตัวจนยอดเขาแนบกับผิวน้ำในทะเลสีทันดร เรียกว่าทำให้เปลือกโลกเคลื่อนตัวจนเกิดสึนามิเลยก็ว่าได้

เรียกได้ว่าแต่ละเรื่องนั้น ทำ "โล้สำเภา" ของพี่หมื่น เป็นเรือเล็กควรออกจากฝั่งไปเลยทีเดียว คนที่ไม่คุ้นเคยอาจจะตกใจเล็กน้อยว่าทำไมมันติดเรทขนาดนี้ แต่บทอัศจรรย์เหล่านี้ก็ถือเป็นหนึ่งใน "เสน่ห์วรรณคดีไทย" ที่น่าสนใจ และเราเชื่อว่าน่าจะจุดประกายให้หลายคนสนใจค้นคว้าเรื่องราวในวรรณคดีต่อไป

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus