วัยรุ่นอเมริกันเเละญี่ปุ่นส่วนมากติดมือถือ

วัยรุ่นอเมริกันเเละญี่ปุ่นส่วนมากติดมือถือ
www.eduzones.com

สนับสนุนเนื้อหา

ผลการศึกษาโดยมหาวิทยาลัยเเห่งหนึ่งในสหรัฐฯ พบว่าราวครึ่งหนึ่งของวัยรุ่นในสหรัฐอเมริกาเเละในญี่ปุ่นบอกว่าติดอุปกรณ์ดิจิตอลต่างๆ จนวางไม่ลง

istock-599791654

นี่เป็นปัญหาที่พ่อแม่หลายๆ คนประสบซึ่งลูกวัยรุ่นของคุณไม่ยอมวางอุปกรณ์ดิจิตอลเพราะอาการติดโทรศัพท์มือถือและอุปกรณ์ยุคดิจิตอลอื่นๆ

ผลการวิจัยโดยภาควิชาการสื่อสารมวลชน Annenberg มหาวิทยาลัย Southern California ในลอสเองเจลลีสพบว่ากึ่งหนึ่งของเด็กวัยรุ่นในสหรัฐฯ และในญี่ปุ่นบอกว่าวางมือถือและอุปกรณ์เหล่านี้ไม่ลง

วัยรุ่นเหล่านี้ยังบอกด้วยว่าการติดมือถือและอุปกรณ์ดิจิตอลอย่างงอมแงมของตน เป็นสาเหตุให้ทะเลาะกับกับพ่อเเม่ Alissa Caldwell นักศึกษาที่โรงเรียน American School ในญี่ปุ่นบอกว่าสิ่งที่เลวร้ายที่สุดที่เกิดกับเด็กวัยรุ่นอย่างเธอคือการลืมมือถือไว้ที่บ้าน

ทีมนักวิจัยได้สำรวจวัยรุ่นและพ่อแม่อเมริกัน 1,200 เเละวัยรุ่นและพ่อแม่ชาวญี่ปุ่น 1,200 คน พ่อเเม่ทั้งชาวอเมริกันเเละชาวญี่ปุ่นกล่าวว่าลูกวัยรุ่นของตนใช้โทรศัพท์มือถือมากเกินไปและราว 60 เปอร์เซ็นต์ของผู้ปกครองทั้งชาวอเมริกันและชาวญี่ปุ่นบอกว่าพวกเขาเชื่อว่าลูกวัยรุ่นเกิดอาการติดโทรศัพท์มือถือ เเต่พ่อเเม่ชาวญี่ปุ่นมากกว่า 1 ใน 3 บอกว่าตนเองก็ติดโทรศัพท์มือถือเช่นกันเทียบกับพ่อแม่ชาวอเมริกันที่ 1 ใน 4 คน
วัยรุ่นชาวอเมริกันในการสำรวจราว 7 ใน 10 คนบอกว่ารู้สึกว่าต้องรีบตอบกลับข้อความทางโทรศัพท์มือถือที่ได้รับอย่างท้นที เทียบกับวัยรุ่นชาวญี่ปุ่นที่ครึ่งหนึ่ง

ในญี่ปุ่น วัยรุ่น 48 เปอร์เซ็นต์และพ่อเเม่ 38 เปอร์เซ็นต์บอกว่าจะยกมือถือขึ้นมาเช็คดูหรือใช้งานอย่างน้อยทุกหนึ่งชั่วโมง ในสหรัฐฯ วัยรุ่น 78 เปอร์เซ็นต์และพ่อเเม่ 69 เปอร์เซ็นต์บอกว่าใช้มือถือทุกหนึ่งชั่วโมง ทีมนักวิจัยชี้ว่า อย่างน้อยการใช้โทรศัพท์มือถือทุกหนึ่งชั่วโมงจะหยุดลงเมื่อคนเข้านอน

การวิจัยนี้พบว่าพ่อเเม่และวัยรุ่นชาวอเมริกันทะเลาะกันเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือมากกว่าครอบครัวชาวญี่ปุ่น ครอบครัวอเมริกันอย่างน้อย 1 ใน 3 เปิดเผยว่าทะเลาะกับลูกวัยรุ่นทุกวันเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือและเพียง 1 ใน 6 ของครอบครัวชาวญี่ปุ่นบอกว่าทะเลาะกับลูกทุกวันเรื่องการใช้โทรศัพท์มือถือ เเต่ 20 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่น

ญี่ปุ่นกล่าวว่าบางครั้งรู้สึกว่าพ่อเเม่คิดว่าโทรศัพท์มือถือสำคัญกว่าลูกเเละเเค่ 6 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นอเมริกันรู้สึกว่าพ่อเเม่ของตนชอบโทรศัพท์มือถือมากกว่าลูก เมื่อเทียบกัน 11 เปอร์เซ็นต์ของวัยรุ่นอเมริกันบอกว่ารู้สึกเช่นเดียวกันนี้

ด้าน Willow Bay คณบดีภาควิชาการสื่อสารมวลชน Annenberg มหาวิทยาลัย Southern California ในลอสเองเจลลีส กล่าวว่าความก้าวหน้าด้านอุปกรณ์สื่อสารดิจิตอลและอุปกรณ์สื่อสารไร้สาย นอกจากจะกำลังเปลี่ยนแปลงวิธีการสื่อสารของคนเรากับโลกภายนอกแล้ว ยังสร้างการเปลี่ยนแปลงต่อการสื่อสารระหว่างคนใกล้ชิดภายในครอบครัวอีกด้วย

ติดตามSanook! Campus

ติดตาม Sanook! Campus