"ทีมฝนหลวง" คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งหุ่นยนต์ระดับโลก ที่เมืองจีน

"ทีมฝนหลวง" คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งหุ่นยนต์ระดับโลก ที่เมืองจีน

"ทีมฝนหลวง" คว้ารางวัลชนะเลิศ ได้เป็นตัวแทนประเทศไทยไปแข่งหุ่นยนต์ระดับโลก ที่เมืองจีน
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เอ็มเทค / สวทช. เปิดเวทีฉลอง 10 ปี ให้เด็กไทยโชว์ทักษะการสร้างหุ่นยนต์ในหัวข้อ “รัชกาลที่ ๙ กับการเกษตร” น้อมนำแนวพระราชดำริเกษตรยั่งยืนสู่สนาม “การแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย”(RDC2017) หาตัวแทนเด็กไทยร่วมแข่งขันเวทีออกแบบและสร้างหุ่นยนต์ระดับนานาชาติ หรือ “IDC RoBoCon 2017” ระหว่างวันที่ 6 – 19 สิงหาคม นี้ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน จัดโดย Zhejiang University



ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ร่วมกับ 4 มหาวิทยาลัย ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ ร่วมจัด “การแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์แห่งประเทศไทย ครั้งที่ 10” (Robot Design Contest 2017, RDC2017) รอบชิงชนะเลิศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพ ทักษะความสามารถของเยาวชนไทยด้านการศึกษาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ณ ลานชั้น 1 ศูนย์การค้าพันธุ์ทิพย์ ประตูน้ำ รวมทั้งเฟ้นหาเยาวชนตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันระดับนานาชาติ IDC RoBoCon 2017 ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนระหว่างวันที่ 6 -19 สิงหาคมนี้ ซึ่ง Zhejiang University เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันต่อไป



สำหรับหัวข้อการแข่งขัน RDC 2017 ในปีนี้ คือ “รัชกาลที่ ๙ กับการเกษตร” มีนิสิต นักศึกษาสนใจสมัครเข้าร่วมจำนวน 220 คน จาก 30 สถาบันการศึกษาทั่วประเทศ โดยแบ่งการแข่งขันรอบคัดเลือกไปใน 3 ภูมิภาค คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือและตะวันออก และภาคใต้ ตั้งแต่ในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา จนเหลือผู้เข้ารอบสุดท้ายร่วมกับนักศึกษาในภาคกลางและตะวันตก รวมทั้งสิ้น 78 คน จาก 22 สถาบันการศึกษา

ในการแข่งขันระดับประเทศนี้ แบ่งผู้เข้าแข่งขันออกเป็น 16 ทีมๆ ละ 4 - 5 คน แบบคละสถาบันการศึกษา ในการเก็บตัวปีนี้มีความพิเศษกว่าทุกปี โดยผู้จัดฯ ได้แบ่งการอบรมออกเป็น 2 ส่วน คือ ภาคทฤษฎีเพื่อเสริมทักษะด้านการออกแบบและเขียนโปรแกรมให้หุ่นยนต์ทำงานและเคลื่อนที่อัตโนมัติตามพื้นฐานของการสร้างหุ่นยนต์ และการเรียนรู้ด้านเกษตรกรรมตามรอยพ่อ ณ ศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จังหวัดน่าน เพื่อให้เยาวชนได้สัมผัสประสบการณ์จริงที่เป็นต้นแบบสาธิตการพัฒนาด้านการเกษตรที่ยั่งยืนทฤษฎีใหม่ตามแนวทางพระราชดำริและการทรงงานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ซึ่งเยาวชนทุกคนจะได้ลงมือเป็นเกษตรกรจริงในทุกขั้นตอนเพื่อนำประสบการณ์มาพัฒนาและต่อยอดเข้ากับการสร้างหุ่นยนต์ให้ตรงกับโจทย์ของการแข่งขันที่คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ ก่อนการแข่งขันรอบสุดท้าย



ดร. จุลเทพ ขจรไชยกูล ผู้อำนวยการศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (เอ็มเทค) ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน กล่าวถึงการแข่งขันฯ ว่า “ปัจจุบันหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมีบทบาทต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอย่างกว้างขวาง ทั้งในวงการแพทย์ การศึกษา การเกษตร และระบบอุตสาหกรรม ฯลฯ เอ็มเทค จึงได้ใช้เวทีการแข่งขันออกแบบและสร้างหุ่นยนต์นี้ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 10 เพื่อเปิดโอกาสและกระตุ้นให้เยาวชนไทยได้ศึกษาหาความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีหุ่นยนต์มากขึ้น ผู้เข้าแข่งขันจะได้มีโอกาสฝึกฝนทักษะด้านการสร้างและออกแบบหุ่นยนต์ การเขียนโปรแกรม และเรียนรู้การทำงานเป็นทีมตลอดจนการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ซึ่งกระบวนการเหล่านี้จะช่วยสร้างและผลักดันให้เกิดบุคลากรทางด้านเทคโนโลยีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติที่มีคุณภาพและช่วยพัฒนาเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมของประเทศในอนาคต


สำหรับหัวข้อในปีนี้คือ รัชกาลที่ ๙ กับการเกษตร เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงพระราชทานแนวทางการจัดการเกษตรทฤษฎีใหม่ให้กับเกษตรกรไทย โดยการเลือกจัดสรรพื้นที่ทำเกษตรอย่างเหมาะสม มีทั้งส่วนเพาะปลูกเพื่อการบริโภคและจำหน่าย ส่วนที่อยู่อาศัยและการเลี้ยงสัตว์ ส่วนกักเก็บน้ำเพื่อการใช้ภายในไร่นา ทำให้เกษตรกรพึ่งพาตนเองได้ ลดค่าใช้จ่าย เกื้อหนุนแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงได้เป็นอย่างดี และยังนำของเสียหรือมูลของสัตว์กลับมาใช้ให้เป็นประโยชน์ทั้งในรูปของปุ๋ย อาหารเลี้ยงสัตว์ และพลังงาน ผู้จัดฯ จึงคิดโจทย์ให้ผู้แข่งขันได้ระดมทักษะความสามารถมาใช้ในการสร้างหุ่นยนต์ที่มีประสิทธิภาพและช่วยส่งเสริมการเกษตรได้”



ด้าน ดร.สุรัฐ ขวัญเมือง อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมเครื่องกล คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกฎกติกาการแข่งขันในปีนี้ว่า “เราได้จำลองปัญหาการเกษตรแบบพื้นที่ราบสูงจากจังหวัดน่านมาเป็นสนามแข่งขัน ซึ่งพื้นที่จะมีทั้งพื้นราบและราบสูงเชิงเขามีปัญหาเรื่องการขนส่งน้ำขึ้นไปทำการเพาะปลูก โดยปีนี้ผู้จัดฯ ได้พานักศึกษาไปสัมผัสพื้นที่จริงมาเพื่อนำมาเป็นพื้นฐานในการออกแบบหุ่นยนต์ และเพื่อให้อิสระในการทำงานจึงไม่มีการกำหนดขนาดและจำนวนของหุ่นยนต์ในแต่ละทีม เพื่อจะได้ออกแบบให้เหมาะกับภารกิจต่างๆ โดยทุกทีมมีเวลาแข่งขันเพียง150 วินาที ที่จะต้องบังคับหุ่นยนต์ให้ไปกำจัดวัชพืชในแปลงปลูกรวม 10 ต้น ก่อนจะลงมือปลูกต้นกล้าทั้งบนพื้นราบและเนินสูงอย่างน้อย 20 ต้น และต้องขนลูกปิงปอง ที่เป็นตัวแทนของน้ำจำนวนต้องสัมพันธ์กับต้นกล้าที่ปลูก ขึ้นไปเก็บไว้บนพื้นที่ด้านบนของสนามซึ่งจำลองเป็นสระกักเก็บน้ำ หลังจากนั้นทำปุ๋ยหมักจากวัชพืชที่ถอนทิ้งร่วมกับมูลวัวที่อยู่ในส่วนเลี้ยงสัตว์จึงจะเกิดคะแนน นอกจากนั้นอาจทำ Bingo เพื่อชัยชนะได้ด้วย โดยทีมใดสามารถกำจัดวัชพืชทั้งหมด ปลูกพืชบนพื้นราบและเนินอย่างน้อย 20 ต้น และมีบนเนิน 3 ต้น เก็บลูกปิงปอง (น้ำจากแม่น้ำ) ไปไว้ในสระได้ 20 ลูก และทำปุ๋ยคอกได้สมบูรณ์ 1 ก้อน ได้ก่อนก็จะชนะคู่แข่งทันที ซึ่งความยากของการแข่งขันที่หุ่นยนต์ต้องทำหลายอย่างในเวลาที่จำกัด นักศึกษาที่เข้าแข่งขันต้องวางแผนการทำงาน รู้จักแบ่งหน้าที่ของทุกคนในทีม ออกแบบหุ่นให้สัมพันธ์กับการใช้งาน และต้องใช้ไหวพริบในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จะเกิดขึ้น ซึ่งหวังว่าหลังจบจากกิจกรรมนี้นักศึกษาจะนำประสบการณ์ ไปดัดแปลงและใช้งานจริงได้ในอนาคต และในอีก 5-10ปี เหล่านักศึกษาจากเวทีนี้จะไปเป็นผู้ประกอบการใหม่ทางด้านการสร้างหุ่นยนต์เพื่อการเกษตรอย่างแท้จริง ก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศไทยต่อไป”

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล