คุณทำได้!! วิธีเจรจาต่อรองเงินเดือน

คุณทำได้!! วิธีเจรจาต่อรองเงินเดือน

คุณทำได้!! วิธีเจรจาต่อรองเงินเดือน เกี่ยวกับ เทคนิดสัมภาษณ์งาน

S! Men

สนับสนุนเนื้อหา

คุณแช่มช้อย เลขาฯ มือทองจากบริษัท ก. ต้องการเปลี่ยนงานจึงตัดสินใจไปสมัครงานกับบริษัท ฮ. ด้วยประสบการณ์ทำงานกว่า 5 ปี การสัมภาษณ์งานดำเนินไปด้วยดีจนถึงขั้นตอนการเจรจาต่อรองเงินเดือน ทางบริษัทแจ้งคุณแช่มช้อยว่า จะให้เงินเดือนคุณแช่มช้อย 18,000 บาท ความรู้สึกไม่เห็นด้วยก็บังเกิดขึ้นมาภายในใจของคุณแช่มช้อยทันที เธอคิดว่าเธอควรจะได้เงินเดือนสัก 20,000-25,000 บาท แต่ด้วยความที่คุณแช่มช้อยเป็นคนเรียบร้อย พูดน้อย แช่มช้อยสมชื่อจึงได้แต่ เอ่อ…อ่า… ไม่กล้าพูดออกไป และลงท้ายด้วยคำว่า “ได้ค่ะ”

เป็นอันว่า บริษัท ฮ. ตกลงรับคุณแช่มช้อยเข้าทำงานด้วยเงินเดือน 18,000 บาท ถ้าคุณเป็นคุณแช่มช้อย คุณจะทำอย่างไร???

ถ้า คุณต้องการเรียกเงินเดือนที่มากขึ้น คุณต้องทำให้ผู้สัมภาษณ์เห็นว่า คุณสมควรที่จะได้รับเงินเดือนตามที่คุณคาดหวัง ต่อไปนี้คือสิ่งที่คุณควรจะทำ

1. รู้ว่าตัวคุณมีค่าแค่ไหน

การมีข้อมูลที่ดี จะช่วยให้การเจรจาทำได้ง่ายขึ้น หากคุณรู้ว่าตัวเองอยู่ตรงจุดไหนเมื่อเปรียบเทียบกับคนอื่นๆ ในสาขาเดียวกับคุณ โดยคุณอาจจะไถ่ถามจากเพื่อนหรือครอบครัวของคุณที่ทำงานในสาขาเดียวกับคุณ หรือในระดับเดียวกับคุณ เพื่อประเมินว่าระดับเงินเดือนที่คุณควรจะได้รับควรเป็นเท่าไร

เมื่อข้อมูลพร้อมแล้ว คุณอาจพูดต่อรองดังนี้

“จาก ข้อมูลที่ดิฉันได้จาก การสำรวจระดับเงินเดือนของเลขานุการที่มีประสบการณ์การทำงาน 5 ปี อัตราเงินเดือนจะอยู่ที่ 20,000- 25,000 บาท ดิฉันรู้สึกว่าเงินเดือน 18,000 บาทที่คุณเสนอมานั้นค่อนข้างต่ำ ด้วยประสบการณ์และความสำเร็จต่างๆ ของดิฉัน ดิฉันคิดว่า เงินเดือน 23,000 บาทซึ่งอยู่ช่วงตรงกลางน่าจะเหมาะสมมากกว่าค่ะ”

2. คิดให้มากกว่าเรื่องเงินเดือน

หากคิดในทางกลับกัน บริษัทอาจไม่ได้ต้องการเอาเปรียบคุณด้วยการกดเงินเดือนแต่อย่างใด จริงๆ แล้วบริษัทอาจไม่เคยจ้างเลขานุการด้วยเงินเดือน 23,000 บาทเลยก็ได้ ดังนั้นอย่าเพิ่งปฏิเสธงานเพราะไม่ได้รับเงินเดือนตามที่คาดหวัง ถึงแม้เงินเดือนจะเป็นสิ่งสำคัญ แต่การได้งานทำสำคัญยิ่งกว่า

วาง เรื่องเงินเดือนเอาไว้ก่อน แล้วลองเจรจาเรื่องสวัสดิการและสิทธิประโยชน์อื่นๆ ดู เช่น โอกาสในการโยกย้ายสาขา ชุดพนักงานฟรี รถประจำตำแหน่ง วันหยุดพักผ่อนประจำปี โบนัสสิ้นปี สิทธิในการรักษาพยาบาล การทำฟัน การยืดหยุ่นในเรื่องชั่วโมงทำงานหรือวันทำงาน คอมพิวเตอร์ประจำตัว หรือโทรศัพท์ประจำตัว เป็นต้น

มาดูกันว่าคุณควรจะต่อรองอย่างไร

“ดิฉัน เข้าใจดีว่า คุณไม่สามารถให้เงินเดือนดิฉันได้มากกว่านี้ แต่ที่ทำงานเก่าของดิฉัน ให้วันหยุดพักผ่อนประจำปีเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ไม่ทราบว่าจะเป็นไปได้หรือไม่ที่ดิฉันจะได้รับวันหยุดเพิ่มเป็นพิเศษ”

3. เพียงคุณกล้าที่จะต่อรอง

ไม่ต้องกลัวหรือรู้สึกไม่ดีที่ต้องเจรจาต่อรอง ผู้หางานหลายต่อหลายคนทำลายโอกาสของตนด้วยการไม่ยืนหยัดรักษาสิทธิ์ที่พึงจะได้

มีวิธีพูดอยู่ 2 วิธีให้คุณเลือก คุณคิดว่าพูดแบบไหนจึงจะได้ตามที่คุณต้องการ

@“ฉันมีข้อสงสัย คือถ้าบางที คุณอาจจะพิจารณาค่าชดเชยที่ดิฉันต้องย้ายมาที่นี่ ฉันหมายถึง ถ้าไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ฉันแค่หวังว่าบางทีคุณอาจจะให้เงินพิเศษกับดิฉันสักเล็กน้อย”

@“การที่ดิฉันย้ายจากกาญจนบุรีเข้ากรุงเทพฯ ในครั้งนี้ทำให้ดิฉันมีค่าใช้จ่ายในการโยกย้ายเกิดขึ้น ไม่ทราบว่าทางบริษัทมีนโยบายช่วยเหลือในเรื่องนี้อย่างไรบ้างคะ”

แน่นอนว่า วิธีพูดแบบที่สอง แสดงถึงความมั่นใจที่มากกว่า ทำให้คุณมีภาษีดีกว่าคนที่กล้าๆ กลัวๆ จริงอยู่การเจราต่อรองเงินเดือนไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยวิธีการพูดที่ดี จะทำให้คุณได้ในสิ่งที่คาดหวัง หรืออย่างน้อยก็ได้มากกว่าที่คุณไม่ต่อรองอะไรเลย

อย่างไรก็ดี ก่อนจะเจรจาต่อรองเงินเดือน ควรสอบถามเรื่องหน้าที่ความรับผิดชอบให้ชัดเจนก่อน เพื่อให้แน่ใจว่า อัตราเงินเดือนที่คุณต้องการนั้น เหมาะสมกับหน้าที่ที่คุณต้องรับผิดชอบแล้วจริงๆ

ขอบคุณข้อมูลจาก
jobsdb

ติดตามSanook! Men

อัพเดตเทรนด์แฟชั่น สุขภาพ ไลฟ์สไตล์ของผู้ชายได้ที่นี่

เรื่องที่เกี่ยวข้อง

เรื่องที่เกี่ยวข้อง กับ เทคนิดสัมภาษณ์งาน

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด