Office Syndrome ภัยร้ายหนุ่ม Office

Office Syndrome ภัยร้ายหนุ่ม Office

Office Syndrome ภัยร้ายหนุ่ม Office เกี่ยวกับ office syndrome

Never-Age

สนับสนุนเนื้อหา

หนุ่มสาวสมัยนี้ แต่งตัวใส่สูทโก้หรู ผู้หญิงใส่รองเท้าส้นสูง ทำงานในตึกสำนักงานใหญ่ ๆ มีโต๊ะนั่งทำงานเป็นของตัวเอง อยากหาข้อมูลเร็วแบบฉับไว เพียงแค่คลิกเข้าอินเตอร์เน็ต ข้อมูลข่าว สารต่าง ๆ ไหลมาสู่หน้าจอให้เราได้นั่งอ่านสบาย ๆ โดยไม่ต้องออกแรงเดินไปไหนให้เมื่อยเปล่า

กิจวัตรการทำงานเป็นแบบนี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน ไม่ได้ไปออกแรงผิดท่าทาง นั่งอยู่กับที่ ไม่น่าเชื่อว่า จะเป็นสาเหตุให้คนหนุ่มสาวสมัยนี้ปวดเมื่อยกันมากขึ้น ทั้งหลัง คอ ไหล่ บางรายปวดเรื้อรัง จนไม่สามารถใช้ชีวิตได้อย่างปกติ

เราเรียกอาการเหล่านี้ว่า "Office Syndrome"

สาเหตุ และอาการของ Office Syndrome

รศ.นพ.ประดิษฐ์ ประทีปะวณิช ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู นายกสมาคมการศึกษาเรื่องความปวดแห่งประเทศไทย ได้อธิบายไว้ว่า เมื่อร่างกายของเราขาดการเคลื่อนไหว นั่นคือ การนั่งทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ๆ ไม่ได้มีการขยับตัวไปไหนมาไหน เป็นแรมเดือนหรือเป็นปี จะส่งผลต่อสุขภาพ กายและสุขภาพจิตได้ โดยเฉพาะทางร่างกาย คืออาการปวดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นปวดไหล่ ปวดคอ ปวดหลัง ปวดสะบัก ปวดหัว ปวดข้อมือ ชามือ ชาเท้า สายตาเมื่อยล้า ปวดกระบอกตา ตลอดจน เมื่อยล้าเรื้อรัง ซึ่งแน่นอนว่าหนุ่มสาวทำงานออฟฟิศหลายคน รู้จักอาการเหล่านี้ดี และนี่แหละคืออาการสำคัญที่เป็นสาเหตุของ Office Syndrome

 

หลายคนอาจสงสัยว่าคนที่ทำงานมาก ๆ อย่างชาวไร่ชาวนา หรือ กรรมกรแบกหาม ใช้แรงเยอะ น่าจะมีอาการเจ็บปวดร่างกาย มีอาการปวดที่เห็นได้ชัดกว่า แน่นอนว่า เป็นไปได้ อะไรที่ใช้มาก เกินไป ย่อมส่งผลเสีย น้อยเกินไปก็เช่นกัน ในกรณีนี้ คนหนุ่มสาวทำงานออฟฟิศใช้ร่างกายน้อยเกินไป เคลื่อนไหวน้อย และใช้อวัยวะบางอย่างมากปกติ เช่น ข้อมือ ก็เป็นสาเหตุของอาการปวดได้ เหมือนกัน

และการมีพฤติกรรมซ้ำเดิม อย่างคนที่เปลี่ยนบ้านเป็น Home Office หรือคนที่ทำงานมากกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน มีส่วนเร่งปฏิกิริยา ให้เกิดอาการเรื้อรังมากขึ้น ทั้งนี้รวมไปถึงเด็ก หรือบุคคลที่ติด เกมอย่างบ้าคลั่ง วัน ๆ ไม่ไปไหน เล่นแต่เกมคอมพิวเตอร์ ไม่กินข้าวปลา หรือเดินเปลี่ยนอิริยาบถ ก็ทำให้เกิดอาการ Office Syndrome ได้เช่นเดียวกัน

 

การปวด ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ปวดกล้ามเนื้ออย่าง ไหล่ สะบัก หรือคออย่างเดียวเท่านั้น การนั่งนาน ๆ กระดูกสันหลังมีการกดทับเส้นประสาท หากเป็นนาน ๆ ก็ส่งผลให้เกิดการปวดหลังเรื้อรังได้ และอาจทำให้กระดูกสันหลังคดด้วย มาดูกันซักนิดว่า มีพฤติกรรมอะไรบ้าง ที่เข้าข่ายสาเหตุที่ทำให้ปวดหลัง

1.การนั่งไขว่ห้าง น้ำหนักตัวจะถูกกดทับลงข้างใดข้างหนึ่ง เมื่อกดทับเป็นเวลานาน สามารถทำให้กระดูกสันหลังเราคดได้

2.การนั่งกอดอก จะทำให้หลังช่วงบน สะบัก และหัวไหล่ ถูกยืดยาวออก หลังช่วงบนค่อมและงุ้มไปด้านหน้า ทำให้กระดูกคอยื่นไปด้านหน้า มีผล ต่อเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงแขน อาจทำให้มืออ่อนแรงและชาได้

3.การนั่งหลังงอ หลังค่อม เช่น การนั่งอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ เป็นชั่วโมง ๆ จะทำให้กล้ามเนื้อเกร็งค้าง เกิดการคั่งของกรดแลคติค มีอาการ เมื่อยล้า ปวด และมีปัญหาเรื่องกระดูกผิดรูปตามมา

4.การนั่งเบาะเก้าอี้ไม่เต็มก้น จะทำให้กล้ามเนื้อหลังทำงานหนัก เพราะฐานในการรับน้ำหนักตัวในสมดุล

5.การยืนพักลงน้ำหนักด้วยขาข้างเดียว การยืนที่ถูกต้อง ควรลงน้ำหนักที่ขาทั้ง 2 ข้างให้เท่ากัน โดยให้ขายืนกว้างกว่าสะโพก จึงจะทำให้เกิดความ สมดุลของโครงสร้างร่างกาย

6.การยืนแอ่นพุง/หลังค่อม ควรยืนหลังตรง แขม่วท้องเล็กน้อย เพื่อเป็นการรักษาแนวกระดูกช่วงล่างไม่ให้แอ่น และไม่ทำให้ปวดหลัง

7.การใส่ส้นสูงเกินนิ้วครึ่ง จะทำให้กระดูกสันหลังช่วงล่างแอ่นมากกว่าปกติ ซึ่งนำมาสู่อาการปวดหลังได้


8.การสะพายกระเป๋าหนักข้างเดียว ไม่ควรสะพายกระเป๋าหนักข้างใดข้างหนึ่งเป็นเวลานาน ควรเปลี่ยนเป็นการถือกระเป๋า โดยใช้ร่างกายทั้งสองข้าง ให้เท่า ๆ กัน อย่าใช้แค่ข้างใดข้างหนึ่งตลอด เพราะจะทำให้เกิดการทำงานหนักอยู่ข้างเดียว ส่งผลให้กระดูกสันหลังคดได้

9.การหิ้วของหนัก ๆ ด้วยนิ้วบ่อย ๆ จะมีผลทำให้เกิดพังผืดยึดตามข้อนิ้วมือ ทำให้เกิดอาการนิ้วล็อคได้

10.การขดตัว หรือนอนตัวเอียง ท่านอนหงายเป็นท่าที่ถูกต้องที่สุด ควรนอนให้ศีรษะอยู่ในแนวระนาบ หมอนหนุนศีรษะต้องไม่แข็งหรือนิ่มเกินไป ควรมีหมอนรองใต้เข่า เพื่อลดความแอ่นของกระดูกสันหลังช่วงล้าง หากจำเป็นต้องนอนตะแคงให้หาหมอนข้างก่ายโดยให้ขาก่ายทั้งหมดอยู่บนหมอนข้าง เพื่อรักษาแนวกระดูกให้อยู่ในแนว ตรง


รักษา-ป้องกัน ให้ห่างจาก Office Syndrome

สำหรับการรักษาอาการที่เกิดจาก Office Syndrome นั้น ต้องทำในลักษณะผสมผสาน นั่นคือ รักษาตามอาการที่เกิดโดยแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญในการรักษา ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพของแต่ละ คนด้วย และการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตนเอง ซึ่ง นพ.ประดิษฐ์ ได้ให้คำแนะนำไว้ดังนี้

1.การรักษาแบบเฉพาะหน้า คือการรักษาอาการปวดต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การยืดกล้ามเนื้อเป็นช่วง ๆ ในระหว่างการทำงาน การฝังเข็ม การนวด การใช้ยา ทั้งนวด ถูก เพื่อคลายกล้ามเนื้อ หรือลดการอักเสบ เป็นต้น การรักษาในลักษณะเหล่านี้ จะช่วยให้เห็นผลดีขึ้นแค่ชั่วคราวเท่านั้น หากไม่ได้มีการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อม หรือพฤติกรรมที่เอื้อต่อการเกิดซ้ำ ก็สามารถกลับมาเป็นได้ อีก

2.การรักษาที่ได้ผลระยะยาว หรือรักษาที่สาเหตุ โดยมีสาเหตุหลัก คือ

-สภาพภายในออฟฟิศไม่ถูกสุขลักษณะ ได้แก่ แสงไฟไม่เหมาะ เก้าอี้ โต๊ะทำงาน คอมพิวเตอร์ไม่ได้สัดส่วนกับร่างกาย หรือจัดวางไม่ถูกหลัก ของตำแหน่งที่ถูกต้อง

สามารถแก้ไขได้ โดยการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับร่างกายเรา ดูเพิ่มเติมได้ที่นี่ การจัดวางองค์ประกอบของเก้าอี้ โต๊ะทำงาน และคอมพิวเตอร์ให้เหมาะสม

-สภาพร่างกาย เริ่มจากการปรับสมดุลของโครงสร้างร่างกายให้เหมาะสมในการทำงาน เริ่มจากง่ายไปหายาก คือการจัดระเบียบท่าทาง การฝึก สมดุลโครงสร้าง เช่น ฝึกโยคะ แต่ถ้าเป็นมากจนข้อฝืดยึด ก็ต้องไปจัดโครงสร้างกระดูก โดยทั่วไปจะดีขึ้นภายใน 1-2 อาทิตย์ ถ้าสภาพร่างกายไม่สมบูรณ์ Office Syndrome จะกลับมาคุกคามได้ ง่าย สามารถเสริมสมรรถภาพให้แข็งแรงได้ด้วยการฝึกแอโรบิก ทำอยู่ซัก 2-3 เดือน สมรรถภาพกายรวมไปถึงบุคลิกจากเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

คำแนะนำอีกประการ ที่หลายคนอาจมองข้าม นั่นคือการขจัดความเครียด จะช่วยเราสามารถค้นหาสาเหตุของอาการปวดได้ง่ายขึ้น และสามารถรักษาได้อย่างถูกต้อง

Office Syndrome ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเรา ตรงกันข้าม อาจเกิดกับเราได้ตลอดเวลา ดังนั้น เวลานั่งทำงาน อย่าเอาแต่นั่งทำงานอย่างเดียว เปลี่ยนอิริยาบถ ทุก ๆ ชั่วโมง หรือ 45 นาที หรือบริหาร ร่างกายขณะทำงานได้ (ดูวิธีการบริหารเพิ่มเติม คลิกที่นี่) หลังจากเลิกทำงานตอนเย็น หาเวลาพักผ่อน ไปเดินผ่อนคลายที่สวน หรือออกกำลังกายก็ดี เพื่อให้กล้ามเนื้อต่าง ๆ ในร่างกาย ได้มีการเคลื่อนไหว จะได้ไม่ต้องทนทรมานกับ Office syndrome อีกต่อไป

 

เรื่องล่าสุดของหมวด Work

ดูหมวด Work ทั้งหมด